เตมูจินเข้าให้ปากคำปปง. ระบุ มีพยานบุคคลมัดนพดล บุกรุกป่าอุทยานเขาหลวง ก่อนฟอกเงินจัดสรรให้พวกพ้อง เตรียมเข้าพบรมว.ยุติธรรมขอคุ้มครองพยาน(18พค.) นายชนาพันธ์ ณ นคร ประธานเครือข่ายเตมูจิน เดินทางเข้าให้ถ้อยคำตามหนังสือเรียกจากปปง. กรณีที่ก่อนหน้านี้นายชนาพันธ์ได้ยื่นเรื่องขอให้ปปง.ดำเนินการตามกฎหมายฟอกเงินกับนายนพดล ปัทมะ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานความผิดตามพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน โดยมีพ.ต.อ.ยุทธบูล ดิสสะมาน เลขาธิการปปง. และนายอภิชาติ ถนอมทรัพย์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบและคดีเข้าซักถาม และตรวจสอบหลักฐานของนายชนาพันธ์
นายชนาพันธ์ เปิดเผยว่า ประเด็นหลักที่จะให้ถ้อยคำกับปปง. คือแสดงข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายฟอกเงินของนายนพดลกับพวก ที่มีการบุกรุกและตัดไม้ทำลายป่าในเขตอุทยานแห่งชาติเขาหลวงทำให้สูญเสียพื้นที่ป่า 17,000 ไร่ และมีรายได้ที่ได้จากการกระทำผิดกฎหมายประมาณ 300 ล้านบาท จากนั้นในปีพ.ศ.2549 มีการแบ่งผลประโยชน์ให้ข้าราชการในพื้นที่ซึ่งได้แก่ฝ่ายปกครอง ป่าไม้ ตำรวจ และนักการเมืองท้องถิ่น 60 ล้านบาท อีก 100 ล้านบาทจ่ายให้กับบริษัทซึ่งถือครองทรัพย์สิน รับโอนเปลี่ยนสภาพทรัพย์ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินของนายนพดล กับพวก และมีการทำนิติกรรมอำพรางการซื้อขายกับบริษัทที่ทำธุรกิจไม่เกี่ยวข้องกับการตัดไม้ทำลายป่า และมีการ ผ่องถ่ายผลประโยชน์ให้ บริษัทธุรกิจกาแฟ (บริษัทควอลิตี้ คอฟฟี้ โปดักส์ จำกัด หรือเนสกาแฟ) 60 ล้านบาท บริษัทเหล็ก (กลุ่มไทยซัมมิต) 50 ล้านบาท บริษัทก่อสร้าง (อิตาเลี่ยนไทย) 40 ล้านบาท จากนั้นมีการผ่องถ่ายอีก 40 ล้านบาทในการร่วมลงทุนกับสถานีโทรทัศน์ (พีทีวี) ในเดือนมกราคม 2550
นายชนาพันธ์ กล่าวอีกว่า ตนขอร้องทุกข์กล่าวโทษให้ปปง.ดำเนินคดีตามพรบ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กับนายนพดล และผู้เกี่ยวข้องตามมาตรา 48 โดยขอให้ตรวจสอบรายงานและข้อมูลเกี่ยวกับการทำธุรกรรมการเงิน หากมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าอาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินใด ที่เป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด ให้คณะกรรมการธุรกรรมมีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้ชั่วคราวมีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ในกรณีจำเป็นหรือเร่งด่วน เลขาธิการปปง.จะสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินตามวรรคหนึ่งไปก่อนแล้วรายงานต่อคณะกรรมการธุรกรรม โดยผู้ทำธุรกรรมที่ถูกสั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สิน จะต้องมาแสดงหลักฐานว่าทรัพย์สินนั้นไม่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อให้มีคำสั่งเพิกถอนการยึดหรืออายัด
นายชนาพันธ์ กล่าวต่อว่า ตนมีทั้งพยานบุคคล และพยานเอกสาร โดยพยานบุคคลเป็นพยานปากสำคัญเนื่องจากอยู่ในกลุ่มที่ร่วมขบวนการกระทำผิดครั้งนี้ โดยในวันจันทร์ที่21 พ.ค. นี้ ตนจะขอเข้าพบนายชาญชัย ลิขิตจิตถะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้คุ้มครองพยานบุคคลปากสำคัญ จากนั้นตนจะเปิดเผยตัวพยาน ส่วนเรื่องที่นายนพดลจะฟ้องกลับ ก็ขอท้าให้ฟ้อง เพราะตนจะได้พาพยานไปให้การในชั้นศาล แต่เชื่อว่านายนพดลคงไม่กล้าเพราะการฟ้องเท็จเป็นโทษทางอาญาและต้องติดคุก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
