บุญรอด รับมีขบวนการเสี้ยมให้ สุรยุทธ์-สนธิแตกคอ แต่เชื่อทั้งสองหนักแน่นพอ ชี้ทักษิณเคลื่อนไหวเป็นไปตามสัญชาตญาน เพื่อดิ้นให้หลุดจากข้อกล่าวหา เตือนถ้าเอาชนะกันตอนนี้จะถอยหลังกลับไปเหมือน 19 ก.ย.(18พ.ค.) พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ก่อนออกเดินทางไปร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนไทยลาวระดับรัฐมนตรี ถึงการควบคุมดูแลยุทธภัณฑ์ของกระทรวงกลาโหม ว่า มีสองหน่วยงานที่ควบคุม คือกระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่ง สตช. จะควบคุมระเบิดที่เรียกของว่า สองประสงค์ เช่น ไดนาไมค์ ที่นำไปใช้เกี่ยวกับด้านธุรกิจ ส่วนกระทรวงกลาโหม จะควบคุมเรื่องยุทธภัณฑ์เกี่ยวกับวัตถุระเบิด เช่น ฝักแค ซึ่งการเบิกจ่ายตนจะเป็นผู้อนุมัติ แต่ตนได้มอบอำนาจให้ปลัดกระทรวงกลาโหม ในการดูแลหน่วยงานที่ขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหมอีกทีหนึ่ง ฉะนั้นตามหลักการในการเบิก เบิกมาจะต้องเก็บไว้ในโรงงาน และถ้าจะใช้จะต้องแจ้งหน่วยว่า จะใช้วัตถุระเบิดเท่าไหร่
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้ต้องระมัดระวังอะไรเป็นเพิเศษหรือไม่ เพราะขณะนี้อยู่ในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โดยเฉพาะการยุบพรรค หทารจะดูแลไม่ให้เกิดปัญหาอย่างไร รมว.กลาโหม กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราก็ควบคุมดูแลอยู่แล้ว เพราะมีการโยงถึงภาคใต้ด้วย ซึ่งเรามีมาตรการดูแลควบคุมอยู่แล้ว แต่ก็อย่างว่าอาจจะมีการเล็ดรอด หรือบางอย่างเราไม่สามารถดูแลได้ตลอด
เมื่อถามว่า กระทรวงกลาโหมจะหารือกับกระทรวงมหาดไทยอย่างไร เกี่ยวกับการควบคุมดูแล รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ คมช. ดูแลอยู่แล้ว
ต่อข้อถามว่า กลุ่มม็อบพีทีวีระบุว่า ระเบิดที่ค้นพบที่คอนโดจรัญ 53 เป็นชนวนเหตุเพื่อต้องการจะปลดนายกฯ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เขาก็พูดไป รัฐมนตรีต้องหนักแน่น นายกฯก็ต้องหนักแน่น เรื่องนี้ต้องรอผลการพิสูจน์ และผลการสอบสวนถึงข้อเท็จจริง และรายละเอียดอีกครั้ง
เมื่อถามว่า มีกลุ่มคนพยายามจะสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้น ระหว่างปรระธานคมช.กับนายกฯ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าสิ่งนี้มี เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บ่งชี้ว่ามีความพยายามที่จะทำให้ ปธ.คมช.และรัฐบาลแตกกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือว่าปัจจัยภายนอกที่จะทำให้นายกฯและปธ.คมช. แตกแยกกัน จนนำไปสู่ปัญหาในการดูแลความมั่นคง รมว.กลาโหม กล่าวว่า มันมีความพยายามหลายส่วน ส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่ง ซึ่งตนเชื่อว่าในตัวของนายกฯและประธานคมช. จะมีความหนักแน่นเพียงพอ ซึ่งมีความพยายามของกลุ่ม ที่จะให้เกิดความแตกแยก เขาก็จะพยายามทั้งนั้น
เมื่อถามว่า นายกฯ จะฝ่าวิกฤติสถานการณ์บ้านเมือง จนสามารถบริหารประเทศชาติจนครบวาระ รมว.กลาโหม กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ท่านนายกฯก็มีความตั้งใจ และมีความปราถนาดีต่อบ้านเมือง ที่จะพยายามทำให้มีประชาธิปไตยตามโรดแมป หรือตามแผนที่ได้วางไว้ ว่าเมื่อมีรธน.และมีการเลือกตั้ง ก็จะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
ต่อข้อถามว่า ห่วงหรือไม่ว่าในห้วงนี้ การเมืองจะเริ่มรุนแรงมากขึ้น โดยเฉพาะจะมีการพิจารณาเกี่ยวกับการยุบพรรค ของสองพรรคการเมืองใหญ่ จะเป็นประเด็นต่อการดูแลที่ส่งผลเป็นปัญหาได้ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราคาดการณ์มาโดยตลอดตั้งแต่ปีที่แล้วว่า ในปีนี้ในช่วงไหนมันน่าจะมีเหตุการณ์อะไร ตามที่ตนได้พูดไปแล้ว ซึ่งขณะนี้ค่อยปรากฎขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย และมันจะเข้มข้นในช่วงปลายเดือนนี้
เมื่อถามว่า หมายถึงเราจะสามารถควบคุมดูแลได้ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นความพยายามของรัฐบาลและคมช. ที่จะดูแลฟันฝ่า อุปสรรคช่วงนี้ไปให้ได้
เมื่อถามว่า ยังมีกลุ่มม็อบพยายามเคลื่อนไหว โจมตีการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง ในฐานะดูแลด้านความมั่นคง จะมีมาตรการขั้นเด็ดขาดอย่างไร เพื่อที่จะไม่ให้ส่งผลกระทบต่อการบริหารประเทศ รมว.กลาโหม กล่าวว่า อย่างที่ปรากฎเป็นข่าว ที่อดีตนายกฯออกมาเคลื่อนไหว ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นการเคลื่อนไหวตามสัญชาตญานเมื่อคนที่มีปัญหา และรู้ตัวว่าปัญหาไม่ว่าจะเกิดขึ้นกับพรรคหรือตัวเอง ที่จะมาสู่จุดสุดท้ายแล้วภายในสิ้นเดือนนี้ ฉะนั้นจึงเหลือเวลาอีกไม่นาน ช่วงนี้จะเห็นว่ามีความพยายามในทุกวิถีทาง ที่จะดิ้นเพื่อให้หลุดจากปัญหาต่างๆ เหล่านี้
ต่อข้อถามว่า กลุ่มม็อบประกาศจะรวมกันภายในสิ้นเดือนนี้ เพื่อต่อต้านการทำงานของรัฐบาลและคมช.รมว.กลาโหม กล่าวว่า เป็นขบวนการที่ได้มีการวางแผน และเตรียมการมาแล้ว ซึ่ง คมช.ก็ทราบดี และรัฐบาลก็ทราบ ก็มีการเตรียมแผนป้องกันที่ว่าไว้แล้ว เพื่อฟันฝ่ากับปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งนี้คนที่ตัดสินจริงๆ คือประชาชน ดังนั้นอยากจะฝากประชาชนว่า จะต้องมีสติและวิจารณญาน ให้รู้ว่าอะไรถูกผิด ควรไม่ควร เพราะเราเห็นแล้วว่า อนาตคตที่จะมีประชาธิปไตย ที่บ้านเมืองจะสงบ มันอีกไม่นานเกินรอ หากว่าจะเอาชนะกันตอนนี้ มันจะถอยหลังกลับไปสู่ 19 กันยา
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
