ตั้งแต่สถานการณ์การเมืองเริ่มร้อนแรง นับจากเริ่มมีกระบวนการขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในช่วงต้นปี 2548 ที่ผ่านมา เหตุระเบิดก็เกิดต่อเนื่องใน กทม.จนเคยชินตั้งแต่กรณีลอบวางระเบิดพุทธสถานสันติอโศก ซอยนวมินทร์ 46 เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2549 กรณีลอบวางระเบิดบ้านสี่เสาเทเวศร์ ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2549 กรณีการปาประทัดยักษ์ 3 ลูก เข้าไปในบริเวณบ้าน ชัยอนันต์ สมุทวณิช ผู้บัญชาการวชิราวุธวิทยาลัย
ซึ่งฝ่ายต่อต้านในขณะนั้นมองว่า เป็นฝีมือขั้วทักษิณ เพื่อข่มขู่การเคลื่อนไหวต่อต้านตัวเอง ขณะที่ขั้วทักษิณก็ระบุว่า เป็นฝีมือของฝ่ายต้านเอง ที่ต้องการสร้างสถานการณ์ให้ดูขัดแย้งรุนแรงมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ช่วงหลัง 19 กันยายน 2549 ที่มีการรัฐประหารไปแล้ว เหตุระเบิดกลับยิ่งพิศวง ควานหามูลเหตุยากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่า กรณีระเบิด 9 จุด ใน กทม. เมื่อช่วงข้ามปีใหม่ 2550 กรณีระเบิดตู้โทรศัพท์สาธารณะหน้าโรงภาพยนตร์เมเจอร์ รัชโยธิน เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2550 กรณีระเบิดตู้โทรศัพท์สาธารณะ ปากซอยราชวิถี 24 เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2550
ทั้งหมดมีส่วนที่เหมือนกันที่ไม่สามาสรถจับมือใครดมได้ นอกจากคำอธิบายจากผู้เกี่ยวข้องว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ทางการเมือง
และเช่นกัน ล่าสุด กรณีแม่บ้านประจำศรีบำรุงเมือง อพาร์ตเมนต์ ที่อาคารบริษัท ดิเวลล๊อปเมนทอล พาธ จำกัด ซอยจรัญสนิทวงศ์ 53 เขตบางพลัด กทม. เข้าไปทำความสะอาดห้องพัก เลขที่ 1014 ชั้น 10 ของอาคาร เมื่อวันที่ 15 พฤษภาคมที่ผ่านมา พบวัตถุต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบถึงกับตะลึง เพราะมีทั้งระเบิดลูกเกลี้ยง 1 ลูก ลูกกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 3 นัด ลูกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 นัด ดินระเบิดเพาเวอร์เจล 1 แท่ง เชื้อปะทุไฟฟ้า 4 แท่ง
นอกจากนี้ยังพบผ้าโพกศีรษะสกรีนข้อความ กู้ชาติ4 ผืน ที่กลุ่มพันธมิตร เคยทำแจกจ่ายให้กับผู้มาชุมนุมขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ภาพแผนที่พระที่นั่งอนันตสมาคม และสวนลุมพินี 2 แผ่น และป้ายติดปลอกแขนรักษาความปลอดภัยของกลุ่มพันธมิตรอีกจำนวนหนึ่ง
ทางตำรวจสืบทราบความเชื่อมโยงได้เพียงว่า สมพงษ์ อินทร์งาม หรือ โจ้ หลานชาย เพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และแกนนำพันธมิตร ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยสมัยม็อบพันธมิตร เป็นผู้ทำสัญญาเช่าอาศัยอยู่ตั้งแต่ปี 2548
หากอ่านชั้นเดียว ปรากฏการณ์นี้ พันธมิตร โดนไปเต็มๆ ด้วยหลักฐานสารพัด แม้พลพรรคพันธมิตรจะร่วมแรงร่วมใจออกมาปัดกันพัลวันก็ไม่เป็นผล
แต่ถามว่า ในบรรดาห้องพักใน กทม.ที่มีมากมายมหาศาล การเข้าไปพบอะไรสักอย่างนั้น คงไม่ง่ายนัก กับกรณีนี้มีจุดหนึ่งที่กังขาคือตั้งแต่เดือนมกราคมปีนี้ ที่ผู้เช่าหายตัวไป จนที่แม่บ้านมาไขห้องเข้าทำความสะอาดแล้วพบระเบิดเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม ทิ้งช่วงเวลาห่างกว่า 5 เดือน ที่เจาะจงต้องมาพบระเบิด และถือเป็นความสะเพร่าของ โจ้ ที่ทิ้งหลักฐานไว้มากมายขนาดนี้
ถือเป็นความผิดปกติที่หลายคนอดตั้งข้อสงสัยไม่ได้ !
ที่น่าสังเกตไปกว่านั้น คือ เมื่อหลักฐานพร้อมสรรพถึงเพียงนี้ เหตุใด ศาลแขวงตลิ่งชัน ที่พิจารณาการเสนออนุมัติออกหมายจับ สมพงษ์ แล้ว จึงไม่อนุมัติให้ออกหมายจับ โดยระบุว่า เนื่องจากพยานหลักฐานยังไม่ชัดเจนและมีน้ำหนักเพียงพอ
และที่น่าสังเกต คือเรื่องนี้เกิดในช่วงที่มีความขัดแย้ง ที่กลุ่มพันธมิตรบางก๊ก ออกมาเคลื่อนไหวกดดันหนักให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ปลด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีออกจากตำแหน่ง
น่าสังเกตกับการที่ จตุพร พรมพันธุ์ แกนนำพีทีวี ได้ทีออกมาจี้ให้รื้อให้กระจ่างทั้งหมด สำหรับคดีวางระเบิด (การเมือง) ที่เกิดขึ้นใน กทม.
น่าสังเกตที่สุด คือ ดันมาเกิดในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ที่กำลังงวดเข้าสู่การตัดสินคดียุบพรรคในวันที่ 30 พฤษภาคม
และน่าแปลกที่ มือฉมังด้านความมั่นคงอย่าง คมช. กลับนิ่งเงียบในเรื่องนี้มากเป็นพิเศษ
ปรากฏการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเกมที่ ผู้เล่นตัวจริง ต้องการปิดเกมโดยเร็วที่สุดหรือไม่ โดยมีเจตนาสะท้อนปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นให้สังคมรับรู้ว่า ระเบิด ทุกครั้งที่ผ่านมา สรุปแล้ว เป็นฝีมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาตลอด
สรุปบรรทัดสุดท้าย คือเป็นความตั้งใจ ป่วน ของฝ่ายที่เก๋าในกลเกม แต่ไม่คิดถึงชาติบ้านเมืองแม้แต่น้อย...
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
