หลังจากที่สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เปิดให้สมาชิกแปรญัตติอย่างไม่เป็นทางการ ระหว่างวันที่ 26 เมษายน ถึง 14 พฤษภาคม มีสมาชิกขอแปรญัตติจำนวน 34 คน และกรรมาธิการยกร่างฯขอสงวนความเห็น 3 คน รวมจำนวนมาตราทั้งสิ้น 121 มาตรา ซึ่งรวมถึงชื่อร่างและคำปรารภ ทั้งนี้ ตารางการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯโค้งสุดท้ายมีดังนี้1.เข้าประชุมนอกรอบกับ ส.ส.ร.และพิจารณาคำแปรญัตติออย่างไม่เป็นทางการของ ส.ส.ร. และความเห็นขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ วันที่ 21-22 พฤษภาคม
2.หารือกับคณะกรรมาธิการวิสามัญประสานการมีส่วนร่วมและการประชามติ วันที่ 24 พฤษภาคม
3.คณะกรรมาธิการยกร่างฯพิจารณาคำแปรญัตติและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ (ต่อ) วันที่ 29-30 พฤษภาคม และ 1 มิถุนายน
4.คณะกรรมาธิการยกร่างฯเชิญผู้แปรญัตติร่วมหารือ วันที่ 4-7 มิถุนายน
5.ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมาธิการยกร่างฯ ปรับแก้ร่างที่ 2 ครั้งสุดท้าย วันที่ 8-9 มิถุนายน
6.ส่งมอบร่างให้ประธาน ส.ส.ร.และ ส.ส.ร.วันที่ 10 มิถุนายน
7.ประชุมร่วมกับ ส.ส.ร.เพื่อจัดทำร่างสุดท้ายของรัฐธรรมนูญ วันที่ 1-30 มิถุนายน
สำหรับประเด็นร้อน เช่น การขอให้บัญญัติพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ การให้เพิ่มคำว่า เพศสภาพ ไว้ในมาตรา 30 ว่าด้วยเรื่องบุคคลย่อมเสมอกันทางกฎหมายและได้รับความคุ้มครองเท่าเทียมกันทางกฎหมาย หรือประเด็นเรื่องการศึกษาในมาตรา 48-49 จะมีการอภิปรายร่วมกับ ส.ส.ร.วันที่ 21 พฤษภาคม
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
