นศ.รวมพลเดินเท้าไปบ้าน สมัคร ถูกคนร้ายขี่จยย.ยิงเจ็บ 2 คน ตร.แจ้งจัดกำลังอำนวยความสะดวกตลอดเส้นทางแล้วนึกว่าไม่เกิดเหตุอะไร นศ.ม.ขอนแก่นขู่ยึดตึกอธิการหากรัฐใช้ความรุนแรง จงรัก รุดดูที่เกิดเหตุอ้างฝีมือชาวบ้านรำคาญ นศ.แฉนาทีระทึกมือปืนจ่อยิง ตีหนึ่งเคลื่อนพลไปม็อบหน้ารามต่อ YPDออกแถลงการณ์ประณามมือยิงเมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 4 กันยายน พ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญแสง ผกก.สน.ลาดพร้าว เปิดเผยว่า ได้มีกลุ่มนักศึกษาจำนวนประมาณ 100 คน เดินเท้าจากบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงไปตามถนนรามคำแหงขาออก มุ่งหน้าผ่านแยกลำสาลี ไปทางซอยนวมินทร์ 81 ซึ่งเป็นที่ตั้งบ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
พ.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังเจ้าหน้าที่มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจากการข่าวเบื้องต้นทราบว่า กลุ่มนักศึกษาดังกล่าวจะมาถือป้ายแสดงเจตจำนงทางการเมืองเพียงเท่านั้น และคิดว่าจะสลายตัวไปเองโดยไม่มีความรุนแรงใดๆ
แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางกำลังอำนวยความสะดวกไว้เป็นระยะๆ แล้วเพื่อความปลอดภัย และไม่มีการสกัดกั้นแต่อย่างใด
"ล่าสุดทราบว่าได้มีคนขี่รถจักรยานยนต์ได้ใช้อ่าวุธปืนยิงใส่นักศึกษาที่เดินขบวนไปหน้าบ้านนายสมัคร ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 คน นำส่งโรงพยาบาลศรีสยาม โดยขณะนี้กลุ่มนักศึกษาทั้งหมดได้เดินทางเข้ามาแจ้งความที่สน.ลาดพร้าว"พ.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าว
ผู้สื่อรายงานว่า ขณะที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ประมาณ 300 คน เดินขบวนไปยังบ้านนายสมัคร โดยใช้เส้นทางถนนรามคำแหงขาออก มุ่งหน้าผ่านแยกลำสาลี จนกระทั่งมาถึงแฟลตคลองจั่น แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ บริเวณตรงข้ามสน.ลาดพร้าว เมื่อเดินมาถึงโค้งการเคหะแห่งชาติ ได้มีคนร้ายสองคนขี่รถจักรยานยนต์ โดยทั้งสองสวมเสื้อแจ๊คเก็ตสีดำ สวมหมวกกันน๊อค
จากนั้นคนซ้อนท้ายได้เปิดหน้ากากหมวกกันน๊อค แล้วชักปืนยิงใส่กลุ่มนักศึกษาทำให้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน จากนั้นกลุ่มนักศึกษาทั้งหมดจึงเดินทางกลับมาแจ้งความที่สน.ลาดพร้าว โดยยังไปไม่ถึงบ้านของนายสมัคร
นศ.แฉนาทีระทึกมือปืนจ่อยิง
นักศึกษากลุ่มเครือข่ายนศ.เพื่อประชาชนม.ราม เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ตนพร้อมเพื่อนนักศึกษาได้มาถึงแฟลตคลองจั่นและกำลังจะข้ามถนนไปอีกฝั่งปรากฏว่าได้มีชายสองคนขับขี่รถจักรยานยี่ห้อนีโอสีดำใช้สติ๊กเกอร์สีดำปิดเลขทะเบียนเอาไว้ ได้จอดประชิดห่างจากขบวนนักศึกษาประมาณ 4 เมตร คนซ้อนท้ายที่ใส่เสื้อสีดำได้ใช้ปืนจ่อยิงส่งผลให้นักศึกษาสองคนได้รับบาดเจ็บที่ต้นแขนและต้นขา จึงเข้าแจ้งความที่สน.ลาดพร้าวและจะอยู่จนกว่าจะรู้ตัวคนร้ายให้ได้ อย่างไรก็ตามไม่การล้มเลิกแนวคิดเดินทางไปนายกฯเพื่อกดดันให้ลาออก
จงรัก รุดดูที่เกิดเหตุอ้างฝีมือชาวบ้านรำคาญ
ล่าสุดเมื่เวลา 21.40 น. พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ได้สอบปากคำกลุ่มนักศึกษาถึงรูปพรรณของคนร้าย แต่ส่วนใหญ่ให้การว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นที่มืดจึงไม่มีใครจำรูปพรรณของคนร้ายได้ จำได้เพียงคนร้ายทั้งสองสวมเสื้อแจ็คเก็ต แต่ไม่เห็นหน้าคนร้ายที่ยิงใส่กลุ่มนักศึกษา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์ กลุ่มนักศึกษายังคงปักหลักปราศัยบริเวฯด้านหน้าโรงพัก โดยกล่าวโจมตีการกระทำดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ต่อมา พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางมาที่ สน.ลาดพร้าว โดยขอร้องให้กลุ่มนักศึกษาเลิกการปราศัยเพราะขณะนี้อยู่ในช่วงรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน พร้อมกันนั้นได้เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุนักศึกษาได้รวมกลุ่มกันที่บริเวณแฟลตคลองจั่น ซอยนวมินทร์ 6 แต่ขณะกำลังเคลื่อนขวนได้มีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ใช้อาวุธปืนขนาด .22 ยิงเข้าใส่จำนวนหลายนัด ทำให้นักศึกษาได้รับบาดเจ็บ 2 ราย ถูกนำส่งไปทำแผลที่โรงพยาบาลศรีสยาม อาการปลอดภัย
ส่วนคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุนั้น พล.ต.อ.จงรัก เชื่อว่า อาจจะเป็นชาวบ้านที่รำคาญเสียงการปราศัยเนื่องจากลุ่มนักศึกษาได้ใช้โทรโข่งในการปราศัย รวมทั้งยังมีรถกระบะติดเครื่องเสียงขับตามขบวนมาด้วย หรืออาจจะเป็นมือที่สามที่อาศัยจังหวะสร้างสถานการณ์
"ตอนนี้ผมได้พูดคุยกับกลุ่มนักศึกษาจนยอมหยุดการปราศัยแล้ว เพราะช่วงนี้อยู่ในภาวะฉุกเฉินทางนักศึกษาก็เข้าใจและยอมหยุดปราศัย ส่วนจะเดินต่อไปที่บ้านท่านนายกฯหรือไม่นั้น ยังไม่รู้ เพราะเขารอให้เพื่อนที่ถูกยิงกลับมาที่โรงพักก่อน" รอง ผบ.ตร.กล่าว
เมื่อเวลา 00.05 น.วันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรรยากาศที่บริเวณหน้าสน.ลาดพร้าว ที่กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงรวมตัวรอฟังคำตอบจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกรณีเพื่อนนักศึกษาถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ ได้มีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ผู้สมัครลงเลือกตั้งผู้ว่ากทม. ได้เดินทางมาพบปะพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษา พร้อมกับกล่าวว่า นั่งรถผ่านมาบริเวณดังกล่าว เห็นกลุ่มนักศึกษาชุมนุมกันจึงมาพบปะพูดคุย หลังจากนายชูวิทย์ได้เข้าพูดคุยกับทางกลุ่มนักศึกษาจากนั้นได้เดินทางกลับ
ต่อมาเวลาประมาณ 00.30 น. ทางพ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญแสง ผกก.สน.ลาดพร้าว ได้ออกมาชี้แจงต่อกลุ่มนักศึกษาที่ยังปักหลักหน้าสน. ว่า ขอให้ทางกลุ่มนักศึกษาเดินทางกลับที่พัก โดยจะมีการจัดรถร่วมขสมก. ไปส่งตามที่พักต่างของนักศึกษาแต่ละคน พร้อมกับจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจขี่รถจักรยานยนต์ติดตามไปดูแลความปลอดภัย จนกระทั่งนักศึกษาทุกคนกลับที่พักอย่างปลอดภัย และยืนยันว่า จะเร่งรัดคดีที่คนร้ายยิงกลุ่มนักศึกษาได้รับบาดเจ็บ 2 คนโดยเร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่พ.ต.อ.สมศักดิ์ ชี้แจงเพื่อให้นักศึกษาเดินทางกลับที่พัก ได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนเกิดขึ้น โดยมีนักศึกษาบางคนไม่พอใจในคำชี้แจงของพ.ต.อ.สมศักดิ์ ที่ให้เดินทางกลับที่พัก โดยอ้างว่า มีเพื่อนถูกยิงได้รับบาดเจ็บถึง 2 คน แต่ทำไมถึงให้เดินทางกลับที่พัก น
พันธมิตรเสริมทัพนศ.รามที่สน.ลาดพร้าว
ขณะที่นายสิกขนันท์ หนูเล็ก อายุ 26 ปี อดีตนักศึกษารามคำแหง และแกนนำกลุ่มนักศึกษาได้ขึ้นปราศรัยบนรถขอให้นักศึกษาแยกย้ายกลับที่พัก ปรากฏว่าได้สร้างความไม่พอใจ จนทำให้เกิดการโต้เถียงกันเอง ระหว่างนักศึกษาที่ต้องการกลับที่พัก กลับอีกกลุ่มที่ไม่ต้องการกลับที่พัก ต้องการที่รอฟังคำตอบจากตำรวจในการจับกุมคนร้าย ทำให้เกิดการโต้เถียงชุลมุนขึ้น
หลังจากเหตุการณ์สงบ แกนนำนักศึกษาได้นำตัวนักศึกษาบางส่วนที่ต้องการกลับที่พักออกไปจากบริเวณหน้าสน. โดยยังมีนักศึกษาบางส่วนที่ไม่ต้องการกลับที่พักปักหลักอยู่ประมาณ 200 คน ระหว่างนั้นได้มีแกนนำจากกลุ่มพันธมิตรจากทำเนียบรัฐบาล นำรถขนเครื่องเสียงขนาดใหญ่บริเวณหน้าสน. พร้อมกับปราศรัยเชิญชวนให้นักศึกษาหน้าสน.พร้อมกับชวนให้เดินทางไปบ้านพักของนายสมัครภายในคืนนี้
ตีหนึ่งเคลื่อนพลไปม็อบหน้ารามต่อ
ต่อมาเมื่อเวลา 01.15 น. ทางกลุ่มนักศึกษาและแกนนำจากกลุ่มพันธมิตรได้สลายการชุมนุมบริเวณหน้าสน. แต่ได้ย้ายไปรวมตัวชุมนุมกันที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงแทน
ด้าน พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.น.4 กล่าวว่า ถ้ากลุ่มนักศึกษาเดินทางไปยังบ้านพักของนายกรัฐมนตรี ก็ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจ เพราะการกระทำดังกล่าวถือว่าเข้าข่ายตามประกาศสภาวะฉุกเฉิน หากไม่จับกุมก็ถือว่ายกเว้น แต่ถ้าเกิดชุลมุนมีคนร้ายมาทำร้ายกันจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่ รู้สึกหนักใจเป็นอย่างมาก
YPDออกแถลงการณ์ประณามมือยิง
แถลงการณ์องค์กรร่วมเรื่องกรณีการใช้ความรุนแรงระหว่างผู้ชุมนุมฝ่ายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยและฝ่ายกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.)
สืบเนื่องจากเวลาประมาณ 01.00 น.ของวันที่ 2 กันยายน 2551 ได้มีเหตุการณ์ที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ซึ่งเป็นกลุ่มที่ให้การสนับสนุนรัฐบาลชุดปัจจุบัน ได้เดินขบวนมาปะทะด้วยกำลังและอาวุธต่อการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งปักหลังชุมนุมอยู่ในที่บริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน จนมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนมาก ทั้งนี้ในการปะทะกัน ได้มีการใช้อาวุธปืนและระเบิดด้วย
ต่อมาวันที่ 4 กันยายน 2551 ยังเกิดกรณีการลอบยิงนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ระหว่างเดินทางไปเพื่อชุมนุมถือป้ายแสดงเจตจำนงทางการเมืองหน้าบ้าน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย( YPD ) ศูนย์ประสานงานนักเรียน นิสิต และนักศึกษา(ศนศ) กลุ่มแรงคิด ต้นกล้าประชาธิปไตยและกลุ่มนักศึกษานิด้าเพื่อประชาธิปไตย จึงมีข้อเรียกร้องดังต่อไปนี้
1. พวกเราขอแสดงความเสียใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตและขอแสดงความห่วงใยแก่ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการประทะกันทั้งสองฝ่าย พร้อมทั้งขอประณามการใช้ความรุนแรงทุกรูปแบบ ไม่ว่าเกิดขึ้นจากฝ่ายใดก็ตาม
2. พวกเราขอประณามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีการจงใจปล่อยให้ผู้ชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ซึ่งมีอาวุธอยู่ในมือ สามารถเดินทางผ่านเข้ามาได้จนเกิดการปะทะกับผู้ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เสมือนว่ารัฐบาลจงใจที่จะใช้แนวทางให้มวลชนปะทะกับมวลชน อันถือเป็นวิธีการทางการเมืองที่สามานย์เพื่อสร้างความชอบธรรมในการใช้อำนาจของรัฐบาลในการสลายการชุมนุม
3. พวกเราขอให้รัฐบาล ยุติการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉินโดยทันที เพราะการแก้ปัญหาความขัดแย้งในสังคมนั้นไม่สามารถทำได้ด้วยการใช้วิถีทางที่ให้ความชอบธรรมแก่ฝ่ายความมั่นคงในการลิดรอนสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน และปัญหาความขัดแย้งในสังคมเวลานี้ ไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่มีการชุมนุมประท้วงของกลุ่มต่างๆ แต่เกิดขึ้นจากการใช้อำนาจรัฐอย่างไม่เป็นธรรม การใช้อำนาจของฝ่ายความมั่นคงจึงไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด
4. พวกเราขอให้รัฐบาลทบทวนความชอบธรรมในการบริหารราชการแผ่นดินของตนเอง เนื่องจากที่ผ่านมา รัฐบาลไม่เคยแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหาวิกฤตความขัดแย้งที่ผ่านมาโดยแนวทางสันติวิธีเลย แม้กระทั่งในกระบวนการประชุมร่วมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อร่วมกันหาทางออกจากวิกฤต แต่รัฐบาลก็ยังไม่ยอมรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแก้ไข อีกทั้งยังใช้ท่าทีที่เกรี้ยวกราดอันมีผลให้ปัญหาความขัดแย้งบานปลายหนักขึ้น
5. สำหรับกรณีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกลอบยิงนั้น พวกเราขอประณามการกระทำดังกล่าวและขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี แต่ขณะเดียวกัน การชุมนุมของนักศึกษาในลักษณะดังกล่าว ก็ถือเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการเข้าข่ายลิดรอนสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น
6. พวกเราขอเชิญชวนให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน รัฐวิสาหกิจ พร้อมใจกันหยุดงาน รวมทั้งให้สถานศึกษาทุกแห่งหยุดการเรียนการสอนเพื่อแสดงท่าทีต่อรัฐบาล และ ขอให้พี่น้องประชาชนที่เคารพทุกท่าน พร้อมใจกันแต่งชุดสีดำเพื่อแสดงการไว้อาลัยกับโศกนาฏกรรมดังกล่าว เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นเหตุการณ์ที่เลวร้ายอย่างที่สุดอันมิพึงเกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย และเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการแผ่นดินในสถานการณ์ฉุกเฉิน
5 กันยายน 2551
ศูนย์ประสานงานเยาวชนเพื่อประชาธิปไตย ( YPD )
ศูนย์ประสานงานนักเรียน นิสิต นักศึกษา (ศนศ)
กลุ่มแรงคิด ต้นกล้าประชาธิปไตย *
กลุ่มนักศึกษานิด้าเพื่อประชาธิปไตย
นศ.ม.ขอนแก่นขู่ยึดตึกอธิการหากรัฐใช้ความรุนแรง
เมื่อเวลา 20.00 น.วันที่ 4 กันยายน กลุ่มนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น กว่า 100 คน ได้รวมตัวกันที่หน้าศูนย์อาหารคอมเพล็กซ์ เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และเรียนร้องให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยุติการเคลื่อนไหวสร้างความวุ่นวาย โดยให้ทั้งสองฝ่ายถอยคนละก้าว
นายกลยุทธ สายกระสุน นักศึกษาคณะนิติศาสตร์ ม.ขอนแก่น แกนนำนักศึกษาที่นำนักศึกษาออกมาเคลื่อนไหว กล่าวว่า ที่ผ่านมาบ้านเมืองเกิดความวุ่นวายสับสน มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายของประชาชนในสังคมไทยด้วยกันเอง ฝ่ายหนึ่งคือรัฐบาลของ นายสมัคร อีกฝ่ายหนึ่งคือกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งมีการโจมตีกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลังจากเกิดรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 และยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลง
"ในฐานะของนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ เพื่อความสงบของบ้านเมือง จึงขอให้รัฐบาลยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และใช้วิธีอย่างสันติในการเข้าแก้ปัญหา โดยขอให้รัฐบาลลาออ ส่วนกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอให้ยุติการชุมนุมโดยทันที อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลใช้มาตรการความรุนแรง กลุ่มนักศึกษาจะมีมาตรการตอบโต้ที่จริงจังและเด็ดขาด โดยจะรวบรวมนักศึกษาเข้าปิดล้อมตึกอธิการและสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อประโยชน์สูงสุดที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน"
นายกลยุทธ ยังกล่าวอีกว่า อยากขอให้ทุกฝ่ายหันหน้าเข้าหากันและยอมถอยคนละก้าว เพื่อประชาชนคนไทยด้วยจิตสิทธิมนุษยชน เพื่อบ้านเมืองจะได้สงบสุข เศรษฐกิจบ้านเมืองจะได้ดีขึ้นและพัฒนาไปก้าวไกล แต่ถ้าหากทุกฝ่ายยังปล่อยปะละเลยกันอยู่อย่างนี้ โดยเฉพาะรัฐบาลก็ยิ่งจะทำให้ประชาชนยิ่งบอบช้ำ จนอาจส่งผลกระทบต่อประเทศชาติมากขึ้น และทำให้ประเทศได้รับความเสียหายและถดถอย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
