น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.กล่าวว่า การทำประชามติไม่ได้ทำให้ปัญหาจบ แต่จะเป็นการเสียเงินมากกว่า 2 พันล้านบาท เพื่อต่ออายุการทำงานของรัฐบาลให้ยาวขึ้นเท่านั้น แต่ควรแก้ไขปัญหาด้วยการยุบสภาเพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจเลือกตั้ง และเลือกรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศจะดีกว่าด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะมองว่าไม่ใช่วิธีแก้ไขปัญหาการเมืองที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่และถือเป็นวิธีการปฏิบัติการเพื่อลบล้างความผิดของรัฐบาลด้วยเสียงประชาชนเท่านั้น อีกทั้งขณะนี้พรบ.ประชามติดังกล่าวเพิ่งผ่านขั้นตอนการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรและกำลังจะเข้าสู่การพิจารณาของ ส.ว. ซึ่งตามกฎหมายจะต้องใช้เวลาในการพิจารณากว่า 90 วันและชั้นกรรมาธิการอีก 90 วัน รวมแล้วต้องใช้เวลากว่า 6 เดือนกว่ากฎหมายฉบับนี้จะประกาศใช้
ผมคิดว่าทางออกในการแก้ไขวิกฤตในตอนนี้คือต้องอาศัยกลไกของสภาตามที่ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เสนอ ซึ่งนายสมัครจะต้องเลือกใช้ช่องทางยุบสภาหรือลาออกเพื่อยุติปัญหา หรือสภาผู้แทนราษฎรอาจจะหารือกันตามมาตรา 158 เปิดประชุมสภาเพื่ออภิปรายอย่างลงมติเพื่อเป็นทางออกของการเมือง นายไพบูลย์ กล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
