(3ก.ย.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ให้ฝ่ายการเมืองแก้ปัญหาการเมืองกันเองว่า ต้องชื่นชมผบ.ทบ.ที่เมื่อได้รับมอบให้เป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ประกาศท่าทีจุดยืนชัดเจน เป็นที่ยอมรับของประชาชนทุกฝ่าย แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้มีวุฒิภาวะ มีความรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม ไม่ได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการใด ๆโดยแรงกดดันของฝ่ายการเมืองหรือสถานการณ์ ซึ่งฟังเสียงของประชาชนแล้วพอใจ และข้อเสนอของ ผบ.ทบ.ที่ว่าฝ่ายการเมืองต้องแก้ปัญหากันเองถือเป็นเรื่องถูกต้องแล้ว เพราะข้าราชการและเจ้าหน้าที่เพียงเพื่อดูแลความเรียบร้อยของบ้านเมือง ไม่ให้ประชาชนทำร้ายกันก็เพียงพอแล้ว และในการประชุมรัฐสภานัดพิเศษเพื่อให้สมาชิกรัฐสภาเสนอแนวทางแก้ไขปัญหานั้น หากนายกรัฐมนตรีฟังเสียงของสมาชิกรัฐสภาก็จะเห็นลู่ทางการแก้ปัญหาแล้ว และมาถึงวันนี้ยังไม่สายที่จะแก้ แต่ต้องให้ฝ่ายการเมืองมาปรึกษาหารือกัน
ส่วนกรณีที่มติคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยุบพรรคพลังประชาชนจะมีผลต่อการเปลี่ยนท่าทีของนายกรัฐมนตรีหรือไม่ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในวันนี้พรรคพลังประชาชนจะทำอะไรก็ได้ เพราะอำนาจอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรี ซึ่งสมาชิกรัฐสภาได้เสนอแล้วว่า หากนายกรัฐมนตรีเห็นว่าตัวเองมีปัญหา ก็ควรลาออก และให้สภาเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ขึ้นมา และจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ก็ยังเป็นโอกาส แต่หากเห็นว่าทุกอย่างจวนตัวหมดแล้ว ไม่อยากลาออก ยังอยากจะรักษาราชการในฐานะนายกรัฐมนตรีไปอีกพักหนึ่ง ก็ควรยุบสภา เพื่อให้ประชาชนตั้งหลักเลือกตั้งแทนเข้ามาใหม่ แต่ปัญหาคือนายกรัฐมนตรีไม่รับฟัง และยังไม่แสดงความรับผิดชอบ ปากบอกแต่ว่าจะรับผิดชอบ แต่พอเกิดความวุ่นวาย มีคนตาย กลับโยนให้ผบ.ทบ.รับไปดำเนินการ
ผมระมัดระวังที่จะพูดเรื่องนี้ แต่ต้องเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ทราบว่าจะอยู่ในตำแหน่งไปเพื่ออะไร วันนี้ก็สั่งใครไม่ได้ สั่งตำรวจก็ไม่ได้ สั่งข้าราชการก็ไม่ได้ และโมโหโทโส ดุด่าผู้สื่อข่าว แสดงออกลักปิดลักเปิด ไม่พอใจปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลดเขา แต่อีกสองชั่วโมงตั้งขึ้นมาใหม่ มันเข้าลักษณะที่หมอมาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส.สัดส่วนของพรรคได้พูดไว้ว่า ทานน้ำแดงกับเค้กมากเกินไป เลยสติสตังค์ไม่ดี จะเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นยิ่งอยู่นาน ท่านก็ยิ่งเสียหาย ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีควรจะลงจากตำแหน่งให้สง่างาม ผมว่าในสถานการณ์อย่างนี้ ลงตอนนี้ยังไม่เสียหาย นานไปกว่านี้ ลงไปก็เสียหาย เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
บันทึกภาพ..มือปืนลั่นไกกลางฝูงม็อบ
เสียงปืนที่ลั่นขึ้นกลางกลุ่มผู้ชุมนุมฝ่ายพันธมิตรและนปช. ที่ปะทะกันยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นฝีมือใคร แต่หลักฐานชิ้นสำคัญที่นำไปสู่มือปืนกำลังปรากฏขึ้น
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
