หน้าแรก

ข่าว

หาเพื่อน

เกมส์ เกม

บอร์ด เกมส์

แฟชั่น เสื้อผ้า

เว็บทั่วโลก

ซื้อ ขาย

หางาน

สมัครงาน
กิ๊กก๊อก ข่าว  
  ข่าว บันเทิง
  ข่าว สังคม
  ข่าว การเมือง
  ข่าว อาชญากรรม
  ข่าว เศรษฐกิจ
  ข่าว อสังหาริมทรัพย์
  ข่าว การศึกษา
  ข่าว เทคโนโลยี
  ข่าว ท่องเที่ยว
  ข่าว กีฬา
  ข่าว ไลฟ์สไตล์
  ข่าว ต่างประเทศ

กิ๊กก๊อก Link  
หางาน - สมัครงาน - งาน - งานราชการ


เปิดคำแถลงคำต่อคำ หลังประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระหว่าง สมัคร-พล.อ.อนุพงษ์

วันที่ 2 กันยายน 2551 เวลา 09.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการภายหลังประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการสถานการณ์ฉุกเฉิน ความว่า

เมื่อคืนตอนดึกได้เกิดกรณีที่เป็นเรื่องน่าเสียใจขอยืนยันว่าตนไม่เคยปรารถนาที่จะให้เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้น ความตั้งใจของผมคิดว่าจะค่อย ๆ ดำเนินการไปจะใช้เวลาตามสมควร สัญญากับใครต่อใครทั้งบ้านทั้งเมืองว่าจะนิ่มนวลแนบเนียนไม่ทำอะไรทั้งนั้น อดทนรอ เหตุที่เกิดที่สะพานมัฆวานก็ช้ำใจพออยู่แล้ว ยังจะต้องมาหาเหตุอะไรกันอีก ก็ปรากฎว่าเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ส่วนใครจะไปคาดการณ์อะไรกันผมก็ไม่ทราบได้ แต่เมื่อได้รับรายงานก็ออกมา ยังไม่ทันจะได้นอน ทั้งคืนก็ไม่ได้นอน เพื่อจะดูว่ามันเกิดอะไรขึ้น และเมื่อได้ดูเรื่องราวทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว เรื่องนี้จะมีการสอบสวนกันอย่างถี่ถ้วน เพราะก็เห็นด้วยจากสัญชาตญานของคนธรรมดา มีการถ่ายภาพไว้ทั้ง 2 ด้าน ซึ่งคณะกรรมการฯจะสอบสวนในเรื่องเหล่านี้ วันนี้ผมจะพูดให้ชัดเจนเสียก่อนจะได้ไม่มากล่าวหาว่าผมอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง และเมื่อสถานการณ์เป็นอย่างนี้ผมก็สุดที่จะเลือกทางอื่น ผมเลือกทางที่เบาและนุ่มนวลที่สุด คือประกาศวาระฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้จบ โดยตัวบทกฎหมาย เพราะได้เลือกใช้ข้อความต่างๆเพียงแต่จะให้ทุกอย่าง โดยทั้งฝ่ายตำรวจและทหารจะได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้

ขอยืนยันว่าสิ่งที่ผมทำนั้นเป็นการแก้ปัญหาของบ้านเมือง ใครจะออกความคิดเห็นอย่างไรก็ไม่เป็นปัญหา ในสภาผมก็ไปนั่งฟัง นอกสภาใครจะออกความเห็นอย่างไรก็สุดแล้วแต่ แต่ผมก็ได้แต่วิงวอนขอร้อง ว่านี่เป็นเรื่องของบ้านเมือง อย่าเอาตัวผมคนเดียวไป อย่าเอาความชิงชังตัวผมซึ่งไม่รู้เกิดขึ้นมาได้เพราะอะไรนั้น ไปรวบรวมกันมาแล้วมายืนยันโดยไปแตะต้องคนที่ก่อปัญหาเลย ผมจะเก็บความขมขื่นอันนี้เอาไว้ในใจผม ผมอยากจะศึกษาในวันข้างหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองนี้ ที่คนทำงานให้บ้านเมืองจะมาถูกสังคมเคียดแค้นชิงชังเหมือนกับผมเป็นคนเลวทรามเสียเต็มประดา ในขณะที่คนก่อให้เกิดเหตุปัญหาต่อบ้านเมือง บรรดาผู้ที่เอ่ยความเห็นทั้งหลายไม่เอ่ยหรือพูดถึงเลย เป็นเราเองที่น่าเสียใจจริงๆ สำหรับคนที่เป็นนักการเมือง คนที่ทำการเมืองอย่างตั้งใจจะแก้ปัญหาบ้านเมืองพยายามแก้ไขปัญหา แต่ว่าไม่เป็นปัญหาเรื่องนี้ผมอดทนได้ เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นผมก็ต้องตัดสินใจและทำอย่างรอบคอบไม่ได้คิดเองคนเดียว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้นั่งประชุมหารือกัน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในการเตรียมเอกสาร ดูกฎหมายให้รอบคอบ เสร็จเรียบร้อยแล้วประกาศทางกรมประชาสัมพันธ์ เมื่อเวลา 07.00 น.เช้าวันเดียวกัน

นายสมัคร กล่าวว่า ผมทำเรื่องนี้เพื่อดับชนวนบ้านเมืองให้เสร็จเรียบร้อย จบเสร็จเมื่อไหร่ทุกอย่างก็จะกลับสู่สถานะเดิม ที่เลือกใช้กฎหมายแต่ละข้อยืนยันว่าจะไม่กระทบกระเทือนเพราะได้เห็นแล้วว่า การดำเนินชีวิตของคนทั้งประเทศ ยังดำเนินอยู่อย่างปกติสุขจนกระทั่งเมื่อคืนก่อนที่จะเกิดเหตุ ชีวิตของผู้คนก็ยังเป็นปกติสุข เขาไม่ได้มาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เกิดขึ้นด้วย แต่เมื่อเกิดเหตุอย่างนี้แล้วและผมดับชนวนอย่างอื่นไม่ได้ ผมจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่มีอยู่ ขอย้ำว่าจะเป็นการทำในระยะเวลาที่เร็วพอสมควร จะกระทบกระเทือนไปบ้างก็ขอให้อดทนกันหน่อย ส่วนกรณีที่กำลังมีการจัดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ถ้าหากได้รับผลกระทบก็ขอเวลาไม่กี่วันเสร็จเรียบร้อยแก็จะหาเสียงได้เหมือนเดิมแล้วจะเป็นหน้าที่ของผม ที่จะให้ทาง กทม.พูดจากับ กกต.เพื่อยืดวันออกไปชดเชยในวันที่เสียหายไป ซึ่งการเลือกตั้งอาจช้าไปบ้างแต่ก็จะอยู่ในขอบเขตของกฎหมาย กกต.จะช่วยอนุเคราะห์ดูแลให้ ทั้งหมดมีเท่านี้ ผมมาแถลง เพื่อขอความเห็นใจว่าผมมีหน้าที่ต้องรักษาความสงบของบ้านเมืองนี้ โดยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้ช่วยกันลงมือทำแล้ว ผมอยากวิงวอนให้พี่น้องทั้งหลายได้ช่วยกันร่วมมือด้วย และเจ้าหน้าที่ก็คงดำเนินการกับผู้ที่มีการปลุกระดมเรียกร้องกันเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน จะให้คนเข้าใจผิดกันต่อไปนั้นคงเป็นไปไม่ได้อีกต่อไปแล้วพราะมีการประกาศภาวะฉุกเฉิน และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะดับชนวนเพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้

นายสมัคร กล่าวอีกว่า ในบ้านเมืองของเราถ้าเราอยู่กันด้วยความมีเหตุผลเราก็คงอยู่ดีมีสุขกันได้ แต่ด้วยความไม่มีเหตุผล ผมขอย้ำเลยว่าจะไม่แตะต้องคนที่ก่อให้เกิดเหตุยุ่งยากต่อบ้านเมือง แต่เมื่อมารุกล้ำกับคนที่จะทำงานแก้ปัญหาบ้านเมือง ผมรับหน้าที่นี้อยู่จึงต้องเลือกใช้วิธีที่ทำให้บ้านเมืองกลับสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ส่วนใครจะคิดอะไรไม่ดีอย่างไรก็เปนิสทธิเสรีภาพที่จะแสดงความคิดเห็นได้

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับความเคลื่อนไหวของกลุ่มสหภาพแรงงาน ทั้ง 43 สหภาพ ที่ต้องการให้เกิดความปั่นป่วนจลาจลในบ้านเมือง แลฃะผมอยากจะร้องถามว่ามันอะไรกันนักหนา คนชื่อนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มันเลวทรามอย่างไรถึงต้องร่วมมือเหยียบให้มันจมแผ่นดินไป และเมื่อทำแล้วคิดหรือไม่ว่าถ้าทำเสร็จแล้วบ้านเมืองมันจะเป็นอย่างไร มันจะมีใครมาทำหน้าที่แทน วิธีการจะเข้า-ออกอย่างไร ใครจะมาเป็นรัฐบาลมันไม่ได้ไม่จบ คนที่ก่อการเขาก็บอกเลยว่าแม้ลาออกก็ไม่จบ เลือกตั้งใหม่ก็ไม่ได้ เพราะถ้าไม่พอใจเขาก็จะออกาอีก เขาประกาศล่วงหน้าไว้เสร็จเรียบร้อยแล้ว บอกเลยว่าจะเอาระบบการปกครองใหม่เข้ามา ต้องการจะล้มล้างการปกครองที่มีอยู่ในขณะนี้ ทำไมผู้คนในบ้านเมืองไม่เข้าใจเขาได้แสดงทุกอย่างออกมาหมดเราจึงได้ส่งให้ศาลท่านดู ศาลจึงได้ออกหมายจับมาให้ ผมจึงคิดว่าทุกอย่างจะยุติแล้วไปต่อสู้ทางกฎหมาย ไม่คิดอะไรอย่างอื่น แต่ก็ไม่เป็นไปอย่างนั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการประกาศเคอร์ฟิวส์หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ประกาศ

เมื่อถามว่าพันธมิตรฯ ยืนยันจะไม่ออกจากทำเนียบมีการขีดเส้นตายหรือไม่ว่าจะให้เวลากี่วัน นายสมัคร กล่าวว่า ผมไม่ขีดเส้น เพราะมีเจ้าหน้าที่ดูแลเรื่องนี้อยู่

ต่อข้อถามว่าจะใช้เวลากี่วันดำเนินการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะกรรมการฯที่ดูแลเขาจะกำหนดเวลาเอง ผบ.ทบ.ท่านมีหน้าที่รับผิดชอบจะดูแลเอง

เมื่อถามว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะมีผลต่อม็อบทั้ง 2ฝ่ายหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า มันต้องมีผลไปทำกันอย่างนั้นก็ต้องมีผล ผมต้องการจะเลิกเร็วเพราะไม่อยากให้ชุมนุมกันนานเกินไป เดี๋ยวจะมาตีความกันอีก ส่วนจะใช้วิธีการไหนนั้นทางคณะกรรมการจะดูแลเอง เมื่อถามว่ายืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่ใช้กำลังเข้าไปจัดการ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้ไปถามคณะกรรมการฯ ว่าเขาจะใช้อย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีการมองบว่า ส.ส.พรรคพลังประชาชนอยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช. นายสมัคร กล่าวว่า เมื่อเป็นข่าว ไปหาข่าวกันมาดูก็ว่ากันไปไม่เป็นปัญหา

เมื่อถามว่าจะจัดการกับ ส.ส.กลุ่มนี้อย่างไร นายสมัคร กล่าวว่า ไม่มีปัญหาคณะกรรมการฯ จะดูแลมันจะเป็นความผิดหรือความชอบอย่างไรก็ให้คณะกรรมการฯ เขาดูแล รวมทั้งการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย

ผู้สื่อข่าวถามว่าการเสนอข่าวของสื่อตามประกาศ พ.ร.ก.จะมีขอบเขตมากน้อยแค่ไหน นายสมัคร กล่าวว่า อยู่ในวิจารณญานของสื่อ ถ้าคุณเสนอตามปกติก็ไม่มีปัญหา คณะกรรมการฯจ ะเป็นคนดูแล

เมื่อถามว่าในส่วนของเอเอสทีวีนายกฯได้สั่งการ อะไรพิเศษหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่ต้องสั่ง กรรมการฯ จะดูแลว่าจะทำอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รัฐบาลรับประกันได้หรือไม่ว่าจะไม่มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บอีก นายสมัคร กล่าวว่า ผมจะไปยืนยันอย่างนั้นได้อย่างไร ใครไปเกิดตายที่ไหน ผมจะไปรับผิดชอบได้อย่างไร ผมยืนยันไม่ได้หรอก แต่ผมยืนยันได้เต็มที่ว่าเราจะเป็นคนก่อให้เกิดเหตุ จะพยายามป้องกันทุกวิถีทางที่จะไม่ให้เรื่องแบบนี้กเดขึ้นอีก

นายสมัคร ยังกล่าวถึงการทำความเข้าใจกับนานาประเทศถึงเรื่องที่เกิดขึ้นว่า ต่างชาติเองก็เฝ้าดูอยู่ค่ำวานนี้ (1ก.ย.) ได้ไปร่วมงานที่สถานทูตมาเลเซียก็ได้พูดคุยกับบรรดาเอกอัครรราชทูตต่าง ๆ แล้วแต่ไม่จำเป็นต้องบอกว่าคุยกันอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการต่างประเทศก็จะเชิญบรรดาทูตมาชี้แจงอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้รับทราบ

ผู้สื่อข่าวถามถึงการเคลียร์จะใช้เวลาเท่าไหร่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องไปถามทางคณะกรรมการฯ ดู เมื่อถามย้ำว่าแต่ทางพันธมิตรฯ ประกาศจะชุมนุมต่อ นายสมัคร กล่าวว่า เป็นเรื่องของเขาไม่ใช่เรื่องของผม

เมื่อถามว่าคิดว่า นปช.จะเคลื่อนไหวต่ออีกหรือไม่ นายสมัคร กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ก็มันผิดกฎหมายหรือไม่เล่า ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการไม่ได้รับข้อยกเว้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าทำไมนายกฯ ไม่เลือกวิธีการลาออกเพื่อดับชนวนปัญหา นายสมัคร กล่าวย้อนถามว่า แล้วเดี๋ยวเขาก็จะถามว่าทำไมนายกฯไม่เลือกประกาศใช้ภาวะฉุกเฉิน จะได้จบเรื่องเสีย ถ้าเลือกทางนี้แล้วทันเป็นอย่างไร มันเป็นความเสียหายตามมาตราไหนของรัฐธรรมนูญ

เมื่อถามย้ำว่าคิดว่าเป็นทางที่ชอบแล้วหรือ นายสมัคร กล่าวว่า ถูกต้อง ผมทำเพื่อบ้านเมืองของผมไม่ใช่เพื่อตัวผม เมื่อถามว่าหากเกิดอะไรขึ้นนายกฯ จะรับผิดชอบใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า อ๋อ.แน่นอน ผมประกาศชัดเจนในสภาผมก็ประกาศ วันนี้ก็ประกาศทั้งหมดอยู่ในความรับผิดชอบของผม

ผู้สื่อข่าวถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลางดึกนั้นใครจะรับผิดชอบ นายสมัคร กล่าวว่า ก็ได้ตั้งกรรมการฯขึ้นมาสอบ ผมก็อยากดูเหมือนกันว่าเป็นอย่างไร เคราะหืดีที่มีการถ่ายไว้ทั้งหมดทั้ง 2 ด้าน ทุกมุม เรื่องนี้กรรมการนดูแล้วก็จะง่าย

เมื่อถามว่า พ.ร.ก.ฉุกฉิน จะเป็นเครื่องมือสุดท้ายที่รัฐบาลจะใช้ใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ก็ใช้อันนี้ก่อน แล้วย้อนถามผู้สื่อข่าวว่าแล้วหลังจากนี้มันจะมีอีกใช่มั๊ย จะมีอะไรที่มันดุเดือดเลือดพล่านกว่านี้ หรือหรือเปล่า

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ายังเหลือกฎอัยการศึกและการประกาศเคอร์ฟิวส์อีกจะใช้หรือไม่ นายสมัคร ถึงกับหัวเราะ พร้อมกล่าวว่า เขาอุตส่าห์เลือกหาทางที่นุ่มนวลไม่ให้เสียบรรยากาศ กำลังนี้ชีวิตของผู้คนก็ดำเนินตามปกติเพียงแต่ไปสะดุดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.หน่อย ซึ่งขณะนี้ก็มีคนที่พร้อมเข้าไปดำเนินการกับคนที่ทำผิดกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่าผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจากเหตุการณ์รัฐบาลจะช่วยเหลือดูแลอย่างไร นายสมัคร กล่าวว่า มีวิธีการเยียวยา ขณะนี้กำลังพิสูจน์ว่าใครเป็นใคร ตรงนี้ผมก็คอยตะแคงหูฟังว่าคนที่หมดที่บาดเจ็บ และคนที่มันตายไป 1 คน เป็นใครอย่างไร กรรมการฯ จะเป็นคนชี้ว่าเป็นพวกไหนอย่างไร

เมื่อถามว่ามีการมองกันว่าการที่กลุ่ม นปช.บุกเข้าไปก็เพื่อจะสลายกลุ่มพันธมิตร และเพื่อที่รัฐบาลจะได้ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน นายสมัคร กล่าวว่า นปช.มันสลายได้หรือไม่ล่ะ ลองคิดกันดูเอาอะไรตรองดูซิว่าคนพวกนี้มันสลายได้หรือไม่ ยืนยันว่าผมไม่ได้ไปแนะนำอะไรกับเขา แต่มันเกิดเหตุขึ้นมาผมก็ต้องระงับที่เหตุ ผมถึงเริ่มต้นแถลงด้วยว่าอย่าเอาผมไปเกี่ยวข้อง ผมมีหน้าที่ดับชนวน ใครจะจุดชนวนอย่าไงรผมไม่ทราบได้

เมื่อถามว่าในการหารือแกนนำพรรคพลังประชาชนมีการพูดถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ได้พูดกันกับสมาชิกพรรคซึ่งออกความเห็นตรงกันหมด ตนก็บอกว่าในการดำเนินการถ้าหัวหน้ารัฐบาลจะยังอยู่ พรรคการเมืองต้องสนับสนุนเต็มที่ พรรคร่วมก็สนับสนุนเราประชุมให้เขาซักซ้อมกันให้ดี ถ้าปราศจากการสนับสนุนก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ ตนเป็นหัวหน้ารัฐบาลต้องแสวงหาความรู้สึกอันนี้ต่อ ตนได้รับคำตอบมาก็แปลว่าทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้ ในสภาเขาก็มีการพูดจามีการแนะนำจากทั้ง ส.ว.และพรรปคระชาธิปัตย์ เราต้องรู้ว่าสมาชิกของเราเขาคิดอย่างไร เพราะฉะนั้นที่ไปพูดกันนั้นเขาก็เป็นหัวหน้าของพวกนั้นทั้งหมด เราก็ฟังความคิดเขายืนยันว่าทุกอย่างเป็นอย่างที่ได้แสดงความคิดเห็นออกมา

เมื่อถามว่ายืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้อยู่เบื้องหลัง นปช.ใช่หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า มันจะไปอยู่ได้อย่างไร ผมก็อยู่ตรงนี้เกิดเหตุอะไรก็ตามไปแก้ไข ทำไมมีคนอยากรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง นปก.แล้วไอ้ที่มายึดทำเนียบฯ อยู่ตั้งอาทิตย์ทำไมไม่เห็นใครถามว่าใครอยู่เบื้องหลัง ไม่เห็นสื่อมวลชนไปตามซักตามล้วงว่าใครอยู่เบื้องหลัง แต่พอเกิดเหตุเมื่อคืนก็อยากรู้ใครอยู่เบื้องหลังทันที ทำไมความรู้สึกไม่เหมือนกัน

ผู้สื่อข่าวถามว่าเป็นเพราะเมื่อคืนมีคนตายแล้ว นายสมัคร กล่าวว่า อ๋อเหรอ อย่างนั้นหรือ แล้วคนข้างไหนมันตายล่ะ

เมื่อนักข่าวตอบกลับว่าเป็นคนไทยที่ตาย นายสมัคร อึ้งไปนิดหนึ่งก่อนกล่าวว่า แล้วเขาอยู่ข้างไหน ผู้สื่อข่าวตอบกลับไปว่า เป็นคนไทยไม่ได้แบ่งข้างหรือแบ่งแยก นายสมัคร กล่าวว่า คนไทยไม่แบ่งแยก คณะกรรมการฯ เขาจะบอกว่าเป็นคนไทยที่อยู่ข้างไหน

เมื่อถามว่าคนที่เสียชีวิตไปจะรับผิดชอบอย่างไร นายสมัคร กล่าวว่า ตนรับผิดชอบในฐานะหัวหน้ารัฐบาล แต่ไม่ได้รับผิดชอบในสิ่งที่ผมไม่ได้ทำ แต่ผมจะรับผิดชอบจะดูแล กลัวว่าจะไม่รับผิดชอบอย่างนั้นเหรอ ผมยืยันว่าผมรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งๆที่ผมไม่ได้ทำ เป้นหน้าที่ของหัวหน้ารัฐบาลจะเกิดอะไรขึ้นก็รับผิดชอบ

เมื่อถามว่าจนถึงวันนี้นายกฯ ยังต้องการให้คนเลือกข้างอีกหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า ผมไม่ได้ให้ใครเลือกข้าง ผมบอกว่าการเสนอข่าวแม้จะเสนออย่างตรงไปตรงมาอย่าละ 50 % แต่ไอ้ที่เสนอสิ่งที่เสียหายบ้านเมืองก็เดือดร้อนแล้ว ความหมายมีเท่านั้นเอง ผมไม่เลือกข้างหรอกว่าเป็นอย่างไร

เมื่อถามย้ำว่าแล้ว ส.ส.พรรคพลังประชาชนที่ไปร่วมกับ นปช.จะดำเนินการอย่างไร นายสมัคร กล่าวว่า รอให้กรรมการฯ สอบก่อนว่าเป็นอย่างไร แล้วไปนั่งยื่นเรื่องร้องทุกข์ ใครอยู่เบื้องหลังที่ยึดทำเนียบฯไม่ต้องไปตามหาว่าใครชื่ออะไรบ้าง แต่ครั้งนี้ก็มาอ้างชื่อว่ามีคนนั้นคนนี้ก็จะเป็นจะตายกัน ก็ไปตั้งกรรมการฯสอบเลย ยืนยันว่าผมไม่ได้รู้เรื่องกับเขาเกี่ยวข้องกับเขา

เมื่อถามว่าในฐานะ รมว.กลาโหม แก้ปัญหาเองได้ทำไมต้องมอบให้ ผบ.ทบ.เป็นผู้ดำเนินการ นายสมัคร กล่าวว่า ไม่รู้จักวิธีการสั่งการณ์หรือ คนเป็นหัวหน้าเขาไม่ลงไปดูเองหรอก เขามีเบอร์ 2 และคนที่เกี่ยวข้อง แม่ทัพถ้าจะรบเองก็ต้องสุดท้ายถึงจะลงมือเอง ก่อนอื่นเขามีคนที่จะดำเนินการเป็นขั้นตอน

****************************************************

อีกด้านหนึ่ง เมื่อเวลา 13.45 น. ที่กองบัญชาการกองทัพไทย พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงผลการหารือหลังรัฐบาลประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่กรุงเทพ และยังแต่งตั้งให้ ตน ผู้บัญชาการตำรวยแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งในการสั่งการดังกล่าวได้แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน และกำหนดหัวข้อบางประการ เพื่อให้สามารถดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ ซึ่งตนได้เชิญหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในการที่จะสามารถทำให้สถานการณ์ที่อยู่ในความไม่สงบเรียบร้อยในพื้นที่กรุงเทพฯ มีความสงบเรียบร้อยได้ ซึ่งมาประชุมปรึกษาหารือที่จะหามาตรการในการดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สรุปว่าจะแก้ปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยในเขตกรุงเทพฯ โดยยึดถือระบอบประชาธิปไตยเป็นหลัก เป็นกรอบในการดำเนินการตามกฎหมาย นอกจากนั้นจะทำภารกิจ เพื่อไม่ให้ประชาชนได้ปะทะกัน หรือเกิดความสูญเสียเกิดขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาใช้หลายมาตรการ ข้อแรก คือย  จะสร้างความเข้าใจให้กับคนในชาติ ตระหนักถึงปัญหาของความขัดแย้งที่รุกลามบานปลายไปจนถึงการปะทะด้วยกำลัง ซึ่งนำความสูญเสียและความเสียหายต่อประเทศชาติให้ทุกคนได้เข้าใจ และตระหนักว่า ยังมีหนทางที่จะแก้ปัญหา โดยใช้แนวทางการเจรจาพูดคุย หรือใช้มาตรการอื่นที่เหมาะสม เรายังมีหนทางที่จะทำได้ภายใต้สังคมคนไทยด้วยกัน

ส่วนการดำเนินการสร้างความเข้าใจกับประชาชนในภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้มีความเข้าใจว่า การที่จะเคลื่อนย้ายหรือเดินทางเข้ามาในกรุงเทพฯจะทำให้เกิดปัญหายิ่งรุกลามบานปลายขึ้น ส่วนนี้ราชการที่เกี่ยวข้องรับจะดำเนินการร่วมกันทั้งฝ่ายปกครอง องค์กรเอกชน ทหาร ตำรวจ ในพื้นที่จะใช้การสร้างความเข้าใจให้มากกว่าการที่จะไปใช้มาตรการสกัดกั้น ซึ่งทำให้เกิดการดื้อดึงและขัดขืนในการที่จะไม่ปฏิบัติ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนมาตรการดูแลเมื่อมีคนบางกลุ่มเข้ามาในกรุงเทพฯ และจะเกิดการปะทะเกิดขึ้น ที่ประชุมเห็นว่ากำลังที่มีอยู่ตามปกติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกองทัพบก คือ กองทัพภาคที่ 1 สามารถจะรักษาสถานการณ์ได้ โดยใช้มาตรการสกัดกั้นไม่ให้ทั้งสองฝ่ายมาปะทะกัน โดยกำลังที่นำไปใช้นั้นจะไม่ใช้อาวุธ จะปฏิบัติการในลักษณะที่ไม่ให้ทั้งสองฝ่ายเข้าปะทะกัน โดยอาศัยมาตรการด้านการข่าว ซึ่งทุกหน่วยจะดูสถานการณ์ร่วมกัน

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนมาตรการการพูดคุยเพื่อสร้างความเข้าใจ คงจะเป็นมาตรการหนึ่ง คณะกรรมการเห็นร่วมกันว่าจะใช้มาตรการนี้ในทุกสื่อที่จะสร้างความเข้าใจว่า สถานการณ์ขณะนี้คงเป็นไปไม่ได้ที่จะให้สื่อของรัฐทางใดทางหนึ่งไปดำเนินการว่า จะเกิดกรณีอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จึงขอความกรุณาสื่อมวลชนว่า ให้สร้างความเข้าใจกับคนในชาติทุกพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพฯให้เข้าใจถึงแนวทางที่จะใช้การเจรจา หรือการใช้กลไกตามกฎหมายที่จะแก้ปัญหาทางการเมืองในขณะนี้ให้ลุล่วง โดยจะไม่ใช้กำลังเข้าปฏิบัติต่อกันในขั้นนี้

เมื่อถามว่า กองทัพจะเลือกทางใดระหว่างการใช้กำลังกับประชาชนกับการให้นายกฯเสียสละ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า อยากพูดเป็นกลาง ตามกฎหมายของประเทศต้องถือว่าหนทางในการฝ่าวิกฤตครั้งนี้ ต้องยึดแนวทางกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลมีความถูกต้องชอบธรรมอยู่ในขณะนี้ กลไกที่จะดำเนินการได้ต้องเป็นกลไกทางรัฐสภา หรือกลไกพรรคการเมือง ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาสามารถใช้ได้ ถ้าทหารต้องออกปฏิบัติการ ทหารจะอยู่ข้างประชาชน และไม่ใช่ความรุนแรงกับประชาชน ทหารและตำรวจจะอยู่กลางและพยายามไม่ให้คนปะทะกัน อยากให้คนหันไปปะทะกันทางความคิด ด้วยเหตุผล ด้วยหลักกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามว่า คณะทำงานจะเริ่มเจรจากับสองฝ่ายอย่างไรและเมื่อไหร่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ขอบเขตการปฏิบัติงานเพื่อแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งจะกำหนดขอบเขตของตัวเองในการไม่ทำเกิดภาวะฉุกเฉินเกิดขึ้น การทำให้คนที่มีความคิดแตกต่างกัน แล้วใช้กำลังเข้าปฏิบัติต่อกันปะทะกัน จนเกิดความสูญเสียถึงชีวิต รวมถึงจะแก้ปัญหาที่อาจลุกลามไปถึงความเสียหายต่อสถานที่ต่างๆ แต่การขัดแย้งทางการเมืองต้องแก้ไขทางการเมือง ต้องผ่านกลไกทางกฎหมายและกฎที่มีอยู่ในประเทศไทยทั้งหมด ไม่ว่าสถาบันใด

เมื่อถามว่า การเจรจาจะทำอย่างไรกับกลุ่มพันธมิตรที่อยู่ในทำเนียบรัฐบาลเพื่อแก้ไขเป็นรูปธรรมพล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คณะทำงานพิจารณาร่วมกันว่า ขอบเขตการเจรจาน่าจะอยู่ในส่วนที่ทำให้ 2 ฝ่ายไม่ใช้ความรุนแรงเข้าหากัน ส่วนการเจรจาที่จะให้ปัญหาทั้งหมดลุล่วงไป ไม่ว่าตามประสงค์ฝ่ายใด น่าจะพิจารณาทำกันต่อไป ไม่อยู่ในความรับผิดชอบของคณะทำงานชุดดังกล่าวนี้ ส่วนการเจรจาเพื่อให้ได้บรรลุข้อยุติว่า ฝ่ายใดจะบรรลุวัตถุประสงค์น่าจะต้องไปอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งการกำหนดกรอบเวลาไม่น่าจะทำได้ สำหรับการกำหนดกรอบเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน เป็นหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีออกคำสั่ง หากหมดสถานการณ์น่าจะยกเลิก

เมื่อถามว่า การสกัดกั้นกลุ่มต่างๆ เจ้าหน้าที่ไม่ใช่อาวุธแต่กลุ่มผู้ชุมนุมมีอาวุธจะทำอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่คณะกรรมการพูดคุยกัน เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติการอย่างตำรวจจะมีเสื้อเกราะป้องกันกระสุน ส่วนทหารเสื้อเกราะมาตรฐานที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ยกเว้นชายแดนภาคใต้เป็นเสื้อเกราะที่ไม่ได้ป้องกันกระสุนตรง ซึ่งเราหารือว่าต้องปฏิบัติการด้วยโล่และกระบองเท่านั้น แม้ฝ่ายใดก็จะใช้มาตรการทางกฎหมายจับ เป็นหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ หากนำอาวุธออกไปรังแต่จะสร้างปัญหามากขึ้น แล้วจะมีผลกระทบใหญ่หลวงต่อประเทศชาติ ดังนั้น ต้องออกปฏิบัติการด้วยโล่ กระบอง และอุปกรณ์อื่นที่จำเป็น เช่น แก๊สน้ำตา หรือรถดับเพลิงเท่านั้น

เมื่อถามว่า กรมประชาสัมพันธ์อนุญาตให้นักการเมืองเสนอความเห็นผ่านรายการเป็นการปลุกระดมสร้างความแตกแยกหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า สื่อสองฝ่ายมีส่วนทำให้สถานการณ์ขยายตัวหรือค่อยพัฒนาไปในลักษณะที่ใช้ความรุนแรง ส่วนคณะทำงานได้พิจารณาหลายแง่มุมว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อสื่อที่ทำให้คนมีความรับรู้ด้านเดียว บางคนมีความขัดข้องที่ออกมาปฏิบัติ คือ ยิ่งพูดยิ่งมีคนมาต่อต้านกลายเป็นประเด็น มีมวลชนขึ้นมา

ตราบใดที่สื่ออยู่ตรงกลาง สื่อย่อมรู้ดีว่า ตำรวจ ทหาร ย่อมสามารถแก้ไขปัญหาชาติได้ ไม่ปลุกปั่นจนประชาชนทั้งหลาย รับรู้ว่าสื่อนี้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ท่านอยู่ในจุดนั้นช่วยแก้ไขปัญหาประเทศชาติได้ พร้อมทั้งดูว่าสื่อจะมีบทบาทอย่างไรในการสร้างสรรค์สังคมไม่ให้คนปะทะกันได้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะดำเนินการกับเอ็นบีทีและเอเอสทีวีอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คณะทำงาน เห็นว่าอยากให้ดำเนินการกับสื่อ มีเหตุผลเดียว คือทำอย่างไรให้สถานการณ์ดีขึ้น หากพูดถึงผลกระทบที่ตามมา การหารือของคณะทำงานระยะสั้น เร็วเกินไปที่จะพูดได้ เนื่องจากผลกระทบจากสาธารณะแม้จากต่างประเทศในการปิดกั้นสื่อ อย่างน้อยอาจมีผลต่อภาพพจน์ประเทศชาติ และคณะทำงานที่ทำเรื่องนี้ ในฐานะเป็นกลไกของรัฐที่ส่งลงมา

เราต้องการแก้ปัญหาโดยส่วนรวม ไม่ต้องการมองว่าใครเป็นพวกใคร กองทัพบกจะเป็นกองทัพของประเทศชาติ เหมือนข้าราชการทุกฝ่ายที่นั่งอยู่ตรงนี้ เห็นตรงกันว่าต้องการประเทศชาติฝ่าตรงนี้ไปให้ได้ ใครจะเจรจาได้อย่างไร เป็นคนละเรื่องกับคณะทำงานชุดนี้ ข้าราชการของรัฐของประชาชน ของประเทศชาติที่จะต้องไปอยู่ข้างใดข้างหนึ่ง เพราะมาตรการนี้ละเอียดอ่อน ถ้าทำไปแล้ว อาจกลายเป็นมุมกลับแล้วมาชุมนุมกันมากขึ้น เพราะหาว่าไปปิดกั้นสื่อไปรุกรานต่อกลุ่มดังกล่าว แม้เป็นเรื่องที่ดี ท่านมองว่าสื่อนี้เป็นพวกของกลุ่มหนึ่ง และสื่ออีกกลุ่มเป็นของอีกกลุ่ม มันเป็นอย่างนั้น และประชาชนหลายส่วนในประเทศก็มองอย่างนั้นว่า การสร้างให้ประชาชนรับรู้ด้านเดียว และใช้การปลุกปั่นรุนแรง แม้จะจริงบ้างเท็จบ้าง แต่ไม่ได้ทำให้สังคมเดินไปสู่การพูดคุยกันได้

คณะทำงานพูดถึงเรื่องปิดทั้งสองสื่อ แต่เราขอเวลาพิจารณาให้ละเอียด ถ้าสื่อเห็นพ้องว่า เราไม่มีวาระซ่อนเร้นที่อิงอยู่กับฝ่ายใด และมุ่งหวังการแก้ปัญหาของชาติได้ลุล่วง ปัญหานั้นสองสถานีมีส่วนสำคัญทำให้การดำเนินการเป็นไปยาก หากทุกคนเห็นร่วมกันอย่างนั้นแล้ว ถ้าใช้คำว่าปิดสื่อต่างประเทศจะไขว้เขว้ เอาเป็นว่ามีมาตรการที่เหมาะสมที่จะทำให้สื่อทั้งสองที่สร้างบรรยากาศไม่เอื้อต่อการที่จะมีส่วนทำให้สถานการณ์ดีขึ้น จะใช้มาตรการอะไรแล้วแต่ ผมไม่ใช้คำว่าปิด ส่วนมาตรการที่เหมาะสมจะพูดคุยในวาระต่อจากนี้ไป พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า สองฝ่ายมีจุดยืนแตกต่างกันหากเจรจาไม่เป็นผลมีมาตรการอะไรรองรับ หรือจะใช้มาตรการรุนแรงสลายการชุมนุม พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า กลับไปยืนยันว่าน่าจะเกินเลยภาวะฉุกเฉิน น่าจะเป็นภาวะความขัดแย้งในสังคมของคนที่มีความเห็นต่างกันสองฝ่าย ไม่ใช่เรื่องฉุกเฉิน ทุกคนทราบดีว่าอำนาจฝ่ายบริหารไม่สามารถดำเนินการได้ตามภาวะปกติ มีการใช้กลไกรัฐสภามาแก้ไข ยังแก้ไขไม่ได้ อำนาจตุลาการดำเนินการที่เกี่ยวข้อง ถ้าคนไทยด้วยกันอยากแก้ไขปัญหานี้ น่าจะดันภาระนี้ไปสู่สภานิติบัญญัติมากกว่าให้ภาคประชาชน ซึ่งมีความเห็นแตกต่างสิ้นเชิงมาแก้ไขปัญหากัน โดยสองฝ่ายค่อนข้างยากที่จะมีจุดร่วมกันที่เหมาะสม ตนคิดว่าสภานิติบัญญัติต้องแก้ไขปัญหานี้ เพราะไม่มีหนทางอื่น และไม่มีใครยอมใคร ความขัดแย้งต้องใช้กลไกตามกฎหมาย ยืนยันว่ารัฐสภาควรจะรับผิดชอบประเทศชาติมากกว่านี้

เหตุการณ์เมื่อคืนนี้เนื่องจากตำรวจปฏิบัติตามกฎหมายมีหนัก เบา บ้าง แต่เหตุการณ์เมื่อคืนเกิดขึ้น เพราะปฏิบัติผิด ถ้าเจ้าหน้าที่ทหารกับตำรวจจะเข้าไปตามที่ว่าแล้วมันจบ หมดเรื่องไป ก็น่าจะทำ แต่คณะทำงานคิดว่ารังแต่จะสร้างปัญหามากกว่า ซึ่งมีพันธมิตรฯ อยู่ทั่วประเทศ ที่สำคัญคือ สหภาพแรงงานดำเนินการก็ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจ การลงทุน การท่องเที่ยว แล้วปัญหาก็ไม่จบอีก คณะทำงานพิจารณาว่า แม้สิ่งที่ทำจะถูกหรือไม่ แต่อยู่ในขั้นตอนกฎหมายที่คุ้มครองอยู่ จะอยู่นานหรือไม่ขึ้นอยู่กับสังคมจะสร้างธรรมเนียมปฏิบัติ เมื่อถึงเวลาหนึ่งกฎหมายจะตัดสินว่าคุ้มครองได้หรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ส่วนการใช้กำลังทำร้ายประชาชน ตนบอกตลอดว่าข้าราชการของรัฐ ไม่ว่าทหาร ตำรวจ ต้องใช้ขันติในการแก้ปัญหา มากกว่าการใช้กำลัง เรื่องการทำร้ายประชาชนไม่มีอยู่แล้ว การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายต้องไปมือเปล่า ส่วนกฎหมายที่ระบุถึงการสลายการชุมนุมด้วยนั้น คณะทำงานพิจารณาว่า ข้อกำหนดให้มีอำนาจหน้าที่ แต่จะใช้หรือไม่ต้องดูว่าทำอย่างไร ถ้าแก้ไขได้ก็น่าจะจบไปหลายวันแล้ว

การแก้ไขปัญหาไม่สามารถทำได้ด้วยการใช้หลักนิติศาสตร์อย่างเดียว แต่ถ้าใช้กำลังก็จะเกิดปัญหาขึ้นอีก ปัญหาไม่ยุติ การใช้กำลังที่ผ่านมา ทำให้ตำรวจเป็นจำเลย หากทหารใช้กำลังก็จะเป็นจำเลย หากพลั้งพลาดและเกิดกระแสความไม่พอใจ ประเทศชาติก็จะแตกแยกมากไปอีก ข้อกำหนดมีให้ใช้ต้องดูว่าจะใช้อย่างไรให้แก้สถานการณ์ได้ ส่วนขั้นการสลายชุมนุมเลยขั้นการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไป พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การแก้ปัญหาด้านนิติบัญญัติ และตุลาการไม่สามารถแก้ไขได้ ด้านบริหารควรจะมีพิจารณาตัวเองหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ย"ถ้าถามในลักษณะต่อหน้าสาธารณะในฐานะที่เป็นผู้เข้าไปแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ไม่น่าจะมีความเห็นที่จะตอบได้ ที่สำคัญคือไม่ใช่ตัวคณะกรรมการชุดนี้ ท่านต้องถามผู้ใช้อำนาจบริหารย”

เมื่อถามว่า จะมีการตัดน้ำ ตัดไฟ ในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ค.) ทหารจะดำเนินการอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เกี่ยวกับสาธารณูปโภคกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม ประชาชนทั้งหมด หากจะแก้ไขปัญหาบ้านเมืองต้องใช้มาตรการที่คิดว่าจะแก้ปัญหาได้ที่ทุกคนเห็นด้วย ทุกคนได้รับผลกระทบควรยับยั้งชั่งใจที่จะไม่ทำ เพราะกระทบไปทั้งหมด ถ้าเราต้องฆ่าหนูตัวเดียว แต่ต้องรื้อหลังคาบ้านต้องรื้อหมดทุกอย่าง เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นแนวคิดที่ดีนัก ถ้าใช้วิจารณญาณค่อยแก้กันไป สังคมจะไปได้ ขอร้องให้เห็นกับประชาชนส่วนรวมและสภาพประเทศชาติโดยรวม

เมื่อถามว่า ใครจะไปเจรจากับกลุ่มพันธมิตร และ นปช.จะเป็นกองทัพบกหรือคนกลาง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า อยากเจรจาให้ทั้งสองฝ่ายอย่าใช้ความรุนแรง เราก็ไม่มั่นใจว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะมาคุยกับคณะแก้ไขปัญหานี้หรือไม่ แต่เราจะปฏิเสธช่องทางนี้ไม่ได้ แต่พยายามจะสื่อไปแม้จะสื่อด้านเดียว แต่ขอให้สองฝ่ายอย่าใช้มาตรการรุนแรง หรือสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรง เช่น เคลื่อนพลเข้าไปหากัน ส่วนจะทำอย่างไร เราพยายามใช้ช่องทางอยู่ ถ้าไม่ได้ก็ขอใช้สื่อเปิดสื่อไปถึงกลุ่มดังกล่าว

เมื่อถามว่า จากการประชุมครั้งนี้จะมีผลส่งกลับไปทางฝ่ายการเมืองหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถ้าเสนอเป็นทางการคงไม่ได้ ทั้งนี้ ถ้าคณะทำงานแก้ปัญหาลุล่วง เท่ากับให้ทั้งหมดไม่ใช้ช่องทางการใช้กำลัง คิดว่าสถานการณ์น่าจะไปในทิศทางที่ดี คือ ให้สองฝ่ายใช้กลไกในการเจรจา คิดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นน่าจะแก้ไขได้

เมื่อถามว่า ผบ.ทบ.วางตัวซื่อสัตย์เป็นกลางไม่ให้การสนับสนุนรัฐบาลเต็มที่อย่างที่คาดหวัง พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า เส้นแบ่งระหว่างการปฏิบัติงานตามกรอบนโยบายรัฐบาล ตามอำนาจการบริหารของประเทศชาติ กองทัพบกจะทำตามหน้าที่ตามกรอบกฎหมาย บทบาทอำนาจหน้าที่ที่มีต่อรัฐบาล คงปฏิบัติเพียงแค่นั้น ส่วนปัญหาข้อขัดข้องและขัดแย้งของรัฐบาลไม่ใช่วาระของกองทัพที่จะมีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องที่ต้องไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวเป็นเรื่องรัฐบาลต้องแก้ปัญหานั้น

เมื่อถามว่า ทหารเป็นกลไกของรัฐที่ประชาชนคาดหวังเมื่อวิกฤติที่รัฐสภาไม่สามารถแก้ได้ในฐานะที่เป็น พล.อ.อนุพงษ์ ไม่ใช่ ผบ.ทบ.จะมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า คำถามว่าในฐานะตัวผม ไม่สามารถเป็นอื่นได้ เพราะถามในฐานะที่ผมเป็น ผบ.ทบ. ไม่มี พล.อ.อนุพงษ์ เป็นส่วนตัว แต่จะอยู่ในฐานะผู้บังคับบัญชากองทัพ จึงมายืนจุดนี้ ดังนั้น วาระส่วนตัวไม่สามารถพูดได้

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้นกับประชาชน ผมขอเรียนถามว่าถ้าประชาชนมีหนึ่งเดียว กองทัพบกอยู่ได้เลยอยู่เป็นหนึ่งเดียวกับประชาชน เมื่อประชาชนแบ่งเป็นส่วนเป็นฝ่าย กองทัพบกไม่สามารถยืนอยู่ส่วนใดได้เลย กองทัพบกต้องทำอย่างไรให้ทั้งสองส่วนมีทางออกที่ดี และไม่มีความสูญเสียทั้งสองฝ่าย นั่นคือคำตอบ คำว่าประชาชนไม่ได้บอกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากคนทั้งสองฝ่ายไม่ถูกกัน และกองทัพบกไม่สามารถอยู่ที่จุดใดจุดหนึ่งได้

เมื่อถามว่า ขณะนี้ดูเหมือนรัฐบาลแก้ปัญหาไม่ได้ และโยนเผือกร้อนมาให้กองทัพบก โดยเฉพาะ ผบ.ทบ.รับหน้าเสื่อแก้ปัญหา พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา เพราะเราคุยกันแล้วว่า ตนและ ผบ.ตร. และแม่ทัพภาคที่ 1 ซึ่งอยู่พื้นที่กรุงเทพฯ จะแก้เรื่องฉุกเฉินตรงนี้ให้ได้ เพื่อไม่ให้คนปะทะกัน และให้คนไทยเห็นว่าน่าจะใช้หนทางอื่น

เมื่อถามว่า มองว่าการแก้ไขปัญหาในรัฐสภาน้อยเกินไปหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่วิจารณ์ว่ามากหรือน้อย เพราะจะเข้าไปอยู่ในความขัดแย้ง แต่ตนเสนอว่าแทนที่จะใช้ภาคประชาชนที่มีความเห็นเป็นสองฝ่ายและมีปัญหากัน ตนจะเข้ามาขจัดความขัดแย้ง เพื่อไม่ให้เกิดการใช้กำลังปะทะกันสู้กัน ซึ่งมีหนทางเดียวคือพูดจากันและต้องทำให้ได้ หรือใช้กลไกกฎหมาย

สิ่งดังกล่าวจะเกิดได้ต้องใช้กลไกสภา แก้ปัญหาประเทศชาติ ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะกลับลงมาภาคประชาชนแล้วจะเกิดปัญหา หากไปใช้องค์ทหารเข้าไปทำก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก รังแต่จะเกิดปัญหาไปทั้งหมด มันแก้ปัญหาไม่ได้จริง ยืนยันว่าประตูด้านการใช้กำลังทหาร ไม่น่าจะมีประตูเหลืออยู่แล้ว เป็นกำแพง ต้องหันกลับไปสู่ประตูที่ไปได้ ประตูจะเปิดได้ไม่ได้ ต้องใช้ประตูนั้นแก้ไขปัญหา การใช้กำลังทหารปฏิวัติรัฐประหารปัญหาจะตามมาอีกมาก ตรงนี้ไม่มีประตูจริง ต้องหันกลับไปสู่ทางที่มีประตู หรือกลไกรัฐสภา กลไกกฎหมายที่มีประตูอยู่ เพราะมาทางนี้มีแต่กำแพงไปไม่ได้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

เมื่อถามว่า การบริหารงานของนายสมัคร 7-8 เดือนที่ผ่านมาไม่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้ อยากถามใจ พล.อ.อนุพงษ์ ว่าจะเสนอให้นายสมัครลาออกหรือยุบสภา หรือถึงที่สุดทหารต้องออกมาปฏิวัติ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ถ้าพูดได้และทำได้ก็คงจะทำ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีเรียนว่ามีเหตุผลตามหลักของท่านที่ว่ามีเพียงประชาชนส่วนหนึ่ง ดังนั้น คำตอบของตนคือเกินกำลังที่ตนจะทำได้ในส่วนนั้น

เมื่อถามว่า ท่านอาจเป็นเหยื่อทางการเมืองหากดำเนินการแก้ไขปัญหาตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่สำเร็จก็อาจถูกย้ายเหมือน ผบช.น. พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า หากผูกประเด็นแล้วยิ่งไปกันใหญ่ ยืนยันว่ากองทัพบก โดยกองทัพภาคที่ 1 ในพื้นที่ กทม. และกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดย สตช. น่าจะรักษาสถานการณ์ไม่ให้เกิดการปะทะกัน ส่วนเรื่อง ผบช.น. เป็นการโยกย้ายตามปกติ น่าจะเป็นเรื่องกลไกการบริหารงาน อย่าเอาไปผูกโยงให้เกิดปัญหามากกว่านี้ ซึ่งทาง สตช. ได้ให้ พล.ต.ท.จงรัก ได้เข้ามาดูแลในส่วนของ บชน. น่าจะเป็นกลไกที่ทำให้เกิดความเรียบร้อย

เมื่อถามว่า การตั้งคณะทำงานนี้เพื่อมุ่งเน้นเรื่องการเจรจา หากท้ายสุดการเจรจาไม่ได้ผล แผนสำรองของทหารจะทำต่อไปคืออะไร พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า มาตรการหลายอย่างของคณะกรรมการชุดนี้ในการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฉุกเฉินใช้หลายทางทั้งการเจรจา การสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ให้เกิดความเข้าใจ การร้องขอต่อสาธารณ การทำความเข้าใจกับผู้อยู่ในภูมิภาคไม่ให้เข้ามา และมาตรการสกัดกั้นไม่ให้คนสองกลุ่มปะทะกัน และต้องทำให้ได้คือไมให้เกิดการปะทะกันเกิดขึ้น

เมื่อถามว่า กองทัพมีจุดยืนที่จะไม่ใช้ พ.ร.ก.แต่การที่นายกรัฐมนตรีประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทหารตกเป็นเครื่องมือรัฐบาลหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่วิพากษ์ว่าเป็นเครื่องมือหรือไม่ แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาเมื่อคืนเป็นสถานการณ์ที่รุนแรง ในส่วนที่จะฉุกเฉินหรือไม่ เป็นหน้าที่ผู้ถืออำนาจรัฐจะเป็นผู้พิจารณา เห็นว่าสถานการณ์ฉุกเฉิน

เมื่อคืนที่ผ่านมาผมประสานงานกับ ผบ.ตร. ในฐานะเป็นกลไกของรัฐที่ทำให้ประเทศชาติมีความสงบสุขได้ ซึ่ง ผบ.ตร. บอกว่าถ้าเป็นไปได้น่าจะจัดกำลังเข้ามาร่วมกัน น่าจะทำให้สถานการณ์สงบลงได้ ตนจึงขออนุญาตเรียนนายกรัฐมนตรีและได้จัดกำลังมาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อทำให้สถานการณ์คลี่คลาย ผมไม่ถือว่าตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาลหรือไม่ หากมีเหตุการณ์รุนแรงอีกกองทัพและ สตช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยกันแก้ปัญหาภาวะดังกล่าวให้เกิดความสงบสุข

เมื่อถามว่า แนวทางการประกาศภาวะฉุกเฉินจะแก้ปัญหาเรื่องการชุมนุมได้ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า การกำหนดภาวะฉุกเฉินอย่างน้อยก็ทำให้ทหารเขามาเป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความสงบได้ ข้อกำหนดที่มีเพื่อให้คณะทำงานมีเครื่องมือในการใช้งานได้ แต่เราจะใช้ในความเหมาะสม ดังนั้น เมื่อเราต้องออกมาทำงานและต้องประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อแก้ปัญหา ก็ไม่น่าจะมีความเสียหายใดๆ

เมื่อถามว่า เหตุการณ์การชุมนุมของทั้งสองกลุ่มอาจเกิดความรุนแรงในช่วงกลางคืนจำเป็นต้องประกาศเคอร์ฟิวหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่มีแนวทางที่จะประกาศเคอร์ฟิว เพราะจะมีผลกระทบต่อวิถีชีวิตของคนอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกิจการใดชาวไทยและต่างประเทศ ที่เข้ามาอยู่ในกรุงเทพจะได้รับผลกระทบ ดังนั้น มาตรการที่ใช้อยู่ไม่ต้องใช้กฎหมายการห้ามออกนอกเคหะสถาน เพราะเชื่อว่ายังสามารถควบคุมสถานการณ์ได้

เมื่อถามว่า คณะกรรมการชุดนี้จะมีการสอบสวนเบื้องหน้าเบื้องหลังของเหตุการณ์ปะทะกันหรือไม่ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวว่าย  ปัญหาที่เกิดขึ้นช่วงที่ผ่านมากลางดึก มีกฎหมายอยู่ มีหลักฐานและพยานต่างๆที่เจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการ คณะกรรมการชุดนี้คงไม่ต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยว ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติตามปกติไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือส่วนอื่นดำเนินการได้

สื่อน่าจะมีส่วนสำคัญที่ทำให้ประเทศชาติผ่านวิกฤติในส่วนนี้ ขอร้องสื่อว่าหากค่อยพูดให้ประชาชนสาธารณเข้าใจถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นในการใช้กำลังปะทะและกระทำต่อกัน การไม่แก้ไปปัญหาด้วยการพูดคุยหรือช่องทางกฎหมาย น่าจะส่งผลไม่ดีต่อประเทศชาติและสังคมโดยรวม ขอให้ทุกคนค่อยๆใช้วิจารณญาณใช้ความเป็นคนไทยช่วยกันแก้ปัญหานี้ เราในฐานะที่รัฐบาลให้มาดำเนินการส่วนนี้ทุกหน่วยงานมีความตระหนักว่าเราพยายามแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดความรุนแรง ไม่ให้เกิดความเสียหาย ขอให้ประชาชนเข้าใจ พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว





ข้อมูลจาก มติชน


Tag : อนุพงษ์ นายสมัคร ฉุกเฉิน ดังนั้น นายกรัฐมนตรี ตำรวจ อย่างไร ทหาร กล่าวเมื่อถามว่า น่าจะ จำเลย



Giggog.com © copyright 2003-2008 All right reserved. contact us : webmaster@giggog.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | bestdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | . Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob