การเสนอญัตตินี้เป็นไปตามมาตรา 179 หมวดคณะรัฐมนตรี ซึ่งเป็นงานของฝ่ายบริหาร และเมื่อมีปัญหาสำคัญเกี่ยวกับปัญหาในแผ่นดิน แต่ไม่ใช่มติของการอภิปรายไม่ไว้วางใจพันธมิตร รัฐบาลต้องการความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ในการนำมาใช้พิจารณาเพื่อบริหารบ้านเมืองผมไม่เห็นด้วยที่นายกฯ บอกว่าศาลก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะศาลหรืออำนาจตุลาการได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว แต่ศาลไม่มีหน้าที่หรืออำนาจไปสลายการชุมนุมแต่เป็นของรัฐบาล ซึ่งในสภาพปัญหาเช่นนี้ผมไม่อยากจะโทษว่าสาเหตุมาจากรัฐบาล แต่มันมีมาก่อนหน้านั้น เพียงแต่มาทวีความรุนแรงมากขึ้นในยุคนี้ และไม่ได้ลดน้อยลงเลย
ส่วนการเกิดขึ้นของเอเอสทีวีมองว่าทำให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลเพิ่มขึ้นอีกด้าน และหลายอย่างก็เป็นส่วนหนึ่งจากการอภิปรายของฝ่ายค้าน แต่ไม่ได้รับความสนใจ และได้รับการเผยแพร่เท่าที่ควร
สมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลที่มีเหตุการสลายม็อบด้วยการใช้สุนัข ผมยอมรับว่าเป็นความจริงที่มีการใช้สุนัขเข้าสลายและมีการกัดม็อบ แต่ก็เป็นเพียงเท่านี้ เพราะรู้ว่าไม่มีรัฐบาลไหนอยากใช้ความรุนแรงกับประชาชน รวมถึงรัฐบาลนี้ด้วย แต่ถามว่าลึกๆ แล้วจะมีการประกาศอย่าง แต่สั่งอีกอย่างหรือไม่ อย่าลืมว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นไม่ใช่ภัยธรรมชาติหรือเกิดขึ้นเอง แต่มันเป็นสิ่งที่มนุษย์สร้าง รวมทั้งยังมีเงื่อนไขใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นเหตุของความไม่พอใจ แม้แต่กรณีที่นายกฯ ไปตั้งกรรมการบริษัทการบินไทย ซึ่งในอดีตเคยเป็นผู้ซื้อโฆษณาในรายการตัวเอง ถามว่าผิดกฎหมายไหม คงไม่ผิด แต่ไม่เหมาะสม แม้กระทั่งการตั้งกรรมการในธนาคารแห่งประเทศไทยก็เอาบุคคลที่มีความผิดมาก่อน มาเป็นเสาหลักในแบงก์ชาติ
ใครจะผิดจะถูกอย่างไร แต่เมื่อเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว รัฐบาลมีหน้าที่ที่จะต้องรับผิดชอบ อย่าลืมว่าญัตตินี้รัฐบาลเป็นผู้เสนอขอความเห็นเพื่อเป็นประโยชน์เอง จึงจำเป็นต้องรับฟังให้มากที่สุด
รายการคมชัดลึกตอน-พันธมิตรปักหลัก ไทยคู่ฟ้า วันที่สาม
ปฏิบัติการลุยยึดทำเนียบรัฐบาลของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยล่วงเลยมาแล้ว 3 วัน และดูเหมือนว่าจะไม่ยุติลงในเวลาอันรวดเร็วแถมมีท่าทีจะบานปลาย
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
