ถึงแม้จะมีอำนาจอยู่ในมือ ถึงขั้นที่เรียกว่า ยึดอำนาจเมื่อไรก็ได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่ ผู้บัญชาการทหารบก จะมาเล่นบท ดอน คอเลโอเน ตัวเอกของเรื่อง ก็อดฟาเธอร์ เดินไป ยื่นเงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิเสธ ให้แก่รัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรเมื่อสถานการณ์การเมืองไม่ปกติ เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างประชาชนกับรัฐบาล อำนาจนอกระบบ จะเป็นอย่างแรกที่ถูกพูดถึง และคาดหวังว่าจะเข้ามาเป็นคนกลาง หย่าศึก หรือกระทั่ง เผด็จศึก
แน่นอนว่า พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก คือผู้ที่ทั้ง กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพรียกหา
แล้วก็เป็น พล.อ.อนุพงษ์ อีกเช่นกันที่รัฐบาล โดยเฉพาะ สมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี มุ่งหวังให้เป็นเงาตามตัว
กำลังทหารที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของกองทัพบกในเมืองหลวงนั้น ประวัติศาสตร์ชาติไทยบันทึกไว้หลายหนว่า นอกจากจะปกป้องอธิปไตยชาติแล้ว ยังถูกใช้ยึดอำนาจรัฐมาแล้วหลายหน
การเคลื่อนไหวของ พล.อ.อนุพงษ์ จึงเต็มไปด้วยความหมาย และเต็มไปด้วยความคาดหวังจากคนภายนอก
แต่บนพื้นที่ทางการเมือง บทบาทของ พล.อ.อนุพงษ์ ก็จะต้องเคลื่อนไหวในวงจำกัด
ยิ่งเป็นการเมืองที่มีรัฐบาลผ่านการเลือกตั้ง ต้นธารของประชาธิปไตยด้วยแล้ว อำนาจในมือ พล.อ.อนุพงษ์ ยิ่งต้องถูกจำกัด
บทเรียนการเข้าร่วมกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน เข้ายึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ยังคงย้ำเตือนถึงผลเสียต่อชาติบ้านเมือง
คุณูปการเดียวของการยึดอำนาจครั้งนั้นก็คือ การสถาปนา คตส. เพื่อตรวจสอบการทุจริตของรัฐบาลทักษิณ นอกนั้นไม่อาจนำไปบอกกล่าวคนรุ่นหลังได้เลยว่าได้นำพาชาติพ้นปากเหวได้แล้ว
เห็นชัดๆ การเผชิญหน้าที่ไม่รู้จุดสิ้นสุดในวันนี้ ก็เป็นผลพวงจากการยึดอำนาจที่เหมือนกับใช้เพียง ยาชา แก้ปัญหาความแตกแยกที่หยั่งรากลึกมานาน
เมื่อก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก แล้ว พล.อ.อนุงพษ์ ก็ไม่อาจหลีกพ้นภาระหน้าที่ที่มากกว่าการปกป้องอธิปไตยของชาติ
เสียงคำรามเมื่อครั้ง เปิดบ้านพักให้ คม ชัด ลึก ได้สัมภาษณ์ ประกาศสนับสนุนการทำหน้าที่ของศาล เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมเดินหน้าและไม่เห็นด้วยกับการเร่งรีบแก้ไขรัฐธรรมนูญ ครั้งนั้น ก็ทำให้อะไรต่อมิอะไรที่เคยอึมครึมมัวซัว กระจ่างชัด
คนที่กระเหี้ยนกระหือรือ อยากจะแก้รัฐธรรมนูญใจจะขาดก็ต้องข่มใจ เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับรถถัง
เมื่อกองทัพพร้อมหนุนตุลาการภิวัตน์ทุกอย่างก็เดินหน้าตามครรลอง
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความ พล.อ.อนุพงษ์ คิดจะทำอะไรต่อมิอะไรได้ตามใจชอบ
เพราะระหว่าง ผู้บัญชาการทหารบก กับนายกรัฐมนตรี และรัฐบาล นั้น ยังคงต้อง รักษาระยะห่าง
ทั้งเพื่อเอกภาพของกองทัพ และเพื่อให้การเมืองเป็นเรื่องของการเมืองอย่างแท้จริง
เพราะรู้ดีว่า รัฐบาลนี้เป็นของใคร ถึงแม้ สมัคร สุนทรเวช จะเป็นนายกรัฐมนตรี
ในเมื่อรัฐบาลภักดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่ด้วยเงื่อนไขที่ว่า สมัคร สุนทรเวช ยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี ที่ไม่คิดจะทำลายเอกภาพของกองทัพ การรักษา สมัคร ไว้ในระยะที่สัมผัสได้ จึงเป็นทางเลือกที่น่าจะทำให้บ้านเมืองไม่ระส่ำระสาย
แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ พล.อ.อนุพงษ์ จะออกมายืนชี้นิ่วสั่งการให้รัฐบาล-กลุ่มพันธมิตร หยุดการเผชิญหน้า
เพราะนั่นเท่ากับเป็นการปกครองในอีกรูปแบบที่ทั่วโลกเขาชิงชังรังเกียจ
ถึงแม้จะมีอำนาจอยู่ในมือ ถึงขั้นที่เรียกว่า ยึดอำนาจเมื่อไรก็ได้ แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่ ผู้บัญชาการทหารบก จะมาเล่นบท ดอน คอเลโอเน ตัวเอกของเรื่อง ก็อดฟาเธอร์ เดินไป ยื่นเงื่อนไขที่ไม่อาจปฏิเสธ ให้แก่รัฐบาลและกลุ่มพันธมิตร
แต่ก็ใช่ว่า ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ต้องทำอะไรเลยกับสถานการณ์วิกฤติของบ้านเมือง
ช่องทางที่ ผู้บัญชาการทหารบกจะออกมาก็ยังมี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รองรับ...แต่นั่นก็ต้องให้รัฐบาลเป็นผู้ประกาศใช้
ซึ่งก็น่าจะยาก เพราะไม่ใช่เรื่องที่ปลอดภัยสำหรับ สมัคร
ยิ่งในภาวะที่ สัญลักษณ์แห่งอำนาจรัฐ ถูกยึดไปแล้วเช่นนี้ การตัดสินใจที่จะใช้กฎหมายเพื่อเปิดทางให้กองทัพออกมาคลี่คลายวิกฤติ เป็นอันตรายอย่างยิ่งกับรัฐบาล
สถานการณ์เช่นนี้ คนคัดท้าย ไม่ให้เรือแล่นออกนอกลู่นอกทาง ไม่ให้เหตุการณ์บานปลาย เพราะต่างฝ่ายต่างละเมิดกฎกติกา จึงเป็นบทบาทที่ดีและสมควรที่สุดของ ผู้บัญชาการทหารบก
เหมือนเมื่อครั้งที่ออกมาประกาศสนับสนุนศาลดำเนินกระบวนการยุติธรรม
เพื่อให้ทุกฝ่าย ที่มุ่งหวังใช้กำลังทหารเข้าคลี่คลายวิกฤติ ภายหลังหายนะเกิดขึ้นกับบ้านเมืองแล้วจะได้เลิกคิดเสียที!
รายการคม-ชัด-ลึกตอน-ยุติวิกฤติยึดไทยคู่ฟ้า
การเคลื่อนขบวนยึดทำเนียบรัฐบาลของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยประกาศก้องว่า จะเป็น สงครามครั้งสุดท้าย ทำให้เกิดการหวั่นเกรงกันว่า จะนำไปสู่การนองเลือดและการปฏิวัติรัฐประหารตามวงจรอุบาทว์เดิมๆ ของประเทศไทยหรือไม่
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
