ส.ส.พปช.อุดรฯสวมสูทโผล่กลางม็อบทำเนียบฯ อ้างต้องประชุมวิป ถูกม็อบไล่-สาดน้ำ การ์ด-สื่อพาตัวออกนอกพื้นที่ ปลอดภัยแล้ว สุริยะใสเผยเหตุการณ์พาไป ไม่ได้ตั้งใจเชื่อมNBT เผยวันนี้มีแผนแค่รักษาทำเนียบฯให้ได้ ใช้มัฆวาน วอนสื่อเห็นใจ บัญชาการม็อบคุมสื่อเหลว ถอยกลับไปสมทบกลุ่มใหญ่ที่ทำเนียบฯ ม็อบฮือไล่! ส.ส.พปช.หลงเข้าในทำเนียบฯผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 07.30 น. การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่ทำเนียบรัฐบาล ได้เกิดเหตุการณ์ชุลมุนขึ้นเล็กน้อย เมื่อพ.ต.ท.สุรทิน พิมานเมฆินทร์ ส.ส.อุดรธานี พรรคพลังประชาชน สวมใส่ชุดสูทได้พยายามเดินเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อเดินเข้าใกล้เวที ขณะที่นายอมร อมรรัตนานนท์ และนางอัญชลี ไพรีรักษ์ กำลังปราศรัยอยู่บนเวที โดยผู้ปราศรัยจำได้ว่าเป็น ส.ส.ของพรรคพลังประชาชน จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมพยายามกรูกันเข้าไปทำร้ายและสาดน้ำเข้าใส่ แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพันธมิตรฯ ได้ช่วยกันนำตัวออกไปด้วยความปลอดภัย
พ.ต.ท.สุรทิน กล่าวด้วยอาการคล้ายคนมึนเมาว่า วันนี้(27 ส.ค.) มีนัดประชุมวิปรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล จึงแวะเข้ามา และไม่นึกว่ามีผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ ปักหลักอยู่ในทำเนียบฯ มากขนาดนี้ และขอบคุณเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของพันธมิตรฯ และสื่อมวลชนที่ช่วยพาตัวออกมา
พันธมิตรฯเผยแผนรักษาทำเนียบฯ ใช้มัฆวานบัญชาการ
เมื่อเวลา 07.00 น. นายสุริยะใสย กตะศิลาย ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพันธมิตรฯ 82 คนที่บุกเข้าในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อเช้ามืดวานนี้(26 ส.ค.) ในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางไทยทีวีสีช่อง 3 ว่า ไม่ได้อยู่ในแผนการ โดยทางกลุ่มมีเป้าหมายเพียงแค่ปักหลักชุมนุม หรือถ้ายึดจะต้องใช้วิธีไม่รุนแรง เหมือนสถานที่ราชการอื่นที่พันธมิตรฯบุกเข้ายึด เช่น ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นการต่อสู้เชิงสัญลักษณ์
อย่างไรก็ตาม นายสุริยะใส กล่าวว่า พันธมิตรฯได้พยายามบุกเข้าไปในสถานที่ราชการ ทั้งที่ระบุมาตลอดจะไม่ใช้ความรุนแรง เนื่องจากรัฐบาลตอบโต้เกินกว่าสถานการณ์ รวมทั้งถูกกดดันจากมวลชน
ส่วนการพยายามเชื่อมสัญญาณเอเอสทีวีกับช่องเอ็นบีทีนั้น ไม่ใช่ความตั้งใจตั้งแต่แรก แต่สถานการณ์มันพาไป และไม่ใช่ความพยายามต้องการปฏิวัติประชาชนอย่างที่เป็นข่าว
ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลังจากได้ถอนกำลังจากสถานที่ราชการต่างๆ วันนี้พันธมิตรฯจะรักษาที่มั่นในทำเนียบ และใช้สะพานมัฆวานเป็นศูนย์บัญชาการ มีเป้าหมายปักหลักตรงนี้จนกว่ารัฐบาลลาออก
สุริยะใสวอนสมาคมฯนักข่าวเห็นใจบุกNBT
เมื่อเวลาประมาณ 05.30 น. นายสุริยะใสย กตะศิลาย ผู้ประสานงานเครือข่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวทีปราศรัยบนรถบริเวณทำเนียบฯ โต้แถลงการณ์ของสมาคมนักข่าวและหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ที่ประณามพันธมิตรบุกรุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์ NBT โดยตั้งคำถามกลับ ว่า การที่สถานีเอ็นบีที ใช้เวลาออกอากาศกล่าวหาโจมตี แต่ทางพันธมิตรฯไม่มีโอกาสตอบโต้ ถามว่าสมาคมฯ เห็นใจพันธมิตรฯหรือไม่ และมีมาตรการคุ้มครองประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการคุกคามโดยสื่อของรัฐหรือไม่ย หากจะให้เป็นธรรม
นักรบศรีวิชัย บุกยึด เอ็นบีที
เหตุการณ์กลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 80 คน บุกจู่โจมสถานีวิทยุโทรทัศน์เอ็นบีที เมื่อเวลา 05.45 น. วันที่ 26 สิงหาคม เพื่อพยายามให้หยุดการออกอากาศ ก่อนกระจายกำลังเข้าในตัวอาคารแต่ละชั้น ทำให้ผู้สื่อข่าวเอ็นบีทีประมาณ 10 คน เตรียมจัดรายการหลบหนีลงมาด้านล่าง ต้องหยุดออกอากาศชั่วคราว ขณะเดียวกัน ได้ใช้กล้องกระดุมขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ตามถ่ายภาพกลุ่มบุคคลที่เข้าไปไว้เป็นหลักฐานโดยไม่รู้ตัว
เหตุการณ์วุ่นวายเริ่มเมื่อเวลา 04.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม สำนักงานตำรวจแห่งชาติส่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนหนึ่งเข้าดูแลรักษาความปลอดภัยสถานีวิทยุโทรทัศน์กรมประชาสัมพันธ์ เอ็นบีที ถนนวิภาวดีรังสิต
เวลา 05.45 น. ขณะที่นายพระรถ เฉลิมแสน และนายสุคนธ์ ชัยอารี กำลังเตรียมดำเนินรายการ คุยข่าว ที่จะออกอากาศเวลา 06.00 น. ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ ประมาณ 78 คน หญิง 2 คน บุกเข้าสถานีเอ็นบีที ทุบกระจกอาคาร พร้อมทั้งทำลายข้าวของภายในสถานี เพื่อพยายามหยุดการออกอากาศ และถูกจับกุม
สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาชาธิปไตย เริ่มขึ้นเวลา 05.50 น. เมื่อเข้าบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีย โดยกลุ่มชายฉกรรจ์คาดผ้าปิดหน้า หลายร้อยคนพร้อมอาวุธครบมือ อ้างตัวว่าเป็น กลุ่มนักรบศรีวิชัย รปภ.ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บุกเข้ายึดสถานทีโทรทัศน์เอ็นบีที (ช่อง11เดิม) ถ.วิภาวดีรังสิต มีการทุบกระจก ทำลายทรัพย์สินภายในสถานี หลังจากกลุ่มพันธมิตรฯประกาศเข้ายึดสถานที่ราชการตามแผนกองทัพมด จนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้จำนวนกว่า 80 คน พร้อมอาวุธครบมือ
จับกุม 80 ชายฉกรรจ์พกอาวุธ คุมที่บก.ตชด.
จากนั้นเวลา 06.00 น. ตำรวจนำตัวไปควบคุมไว้ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
เวลา 06.40 น. เอ็นบีที ปิดประตูรั้วด้าน ถนนวิภาวดีรังสิต เนื่องจากกลุ่มพันธมิตรนำรถบรรทุกมาปิดล้อมด้านหน้าประตู
เวลา 07.40 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรนำคนประมาณ 500 คน พร้อมรถบรรทุกมาปิดล้อมเอ็นบีที
พันธมิตรล้มประตูบุกเอ็นบีทีตัดสัญญาณทีวีแล้ว
เวลา 08.35 น. ก่อนที่กลุ่มกำลังเสริมจะพังประตูรั้วบุกเข้าภายใน พากันไปรวมตัวอยู่หน้าอาคารจำนวนหนึ่ง ซึ่งเดินทางจากสะพานมัฆวานฯ ฝ่าด้านสกัดตำรวจอยู่ที่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที 1-2 กองร้อยได้สำเร็จ จากนั้นได้ทำลายประตูทางเข้าและบุกวิ่งเข้ามาภายในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีได้แล้ว ทำให้ต้องทำการตัดสัญญาณโทรทัศน์
เวลา 09.00 น.นายสนธิและพล.ต.จำลองได้ขึ้นเวทีปราศรัยบริเวณสะพานมัฆวาน โดย พล.ต.จำลองได้แจ้งว่า มีการจับกุมคนของพันธมิตรไป ซึ่งแกนนำจะเจรจาขอให้มีการปล่อยตัวคนของเรา หากไม่ปล่อยตัวจะบุกไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
สนธิอ้างถูกวางยาบุกเอ็นบีที
ขณะที่นายสนธิกล่าวว่า กลุ่มพันธมิตรชุมนุมด้วยความสงบมาโดยตลอด แต่ที่มีการจับตัวแล้วมาอ้างว่า มีอาวุธหรืออะไรต่างๆ นานา เป็นวางยาเพื่อจะเล่นงานแกนนำ จึงขอให้ผู้ชุมนุมทุกคนยืนหยัดและอีกไม่กี่ชั่วโมงจะมีข่าวดี
ด้านนายสุริยะใส กตะศิลา กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตร เข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ว่าน่าจะเป็นการจัดฉาก เพราะที่สถานีมีเจ้าหน้าที่เข้าไปอยู่ภายในตั้งแต่เช้ามืด 100-200 คน และชายที่บุกเข้าไปก็ไม่ได้ทำอะไรทันทีเหมือนกับว่าต้องการรอเวลาที่เหมาะสมย ทั้งนี้ย การเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที แตกต่างจากการที่รัฐบาลเข้าไปแทรกแซงสื่อ เพราะสิ่งที่ทำคือการยึดเชิงสัญลักษณ์ ให้สังคมรับรู้และมีการปฏิรูปสื่อ ซึ่งในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ หากมีระยะห่างจากเอ็นบีทีมากกว่านี้ ก็คงไม่ทำให้เกิดปัญหาอย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยต้องไม่หลงประเด็น
ผบช.น.มอบ รองโฆษกตร.ชี้แจงสื่อ
ขณะที่เวลา 07.15 น. ห้องประชุมปารุสกวัน 1 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. เรียกประชุมรองผบช.น.และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อหารือกรณีกลุ่มนักรบศรีวิชัยซึ่งเป็นรปภ.ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที โดยมีการทุบกระจก ทำลายทรัพย์สินภายในสถานีย โดยมีพล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รองผบ.ตร. เดินทางมาร่วมประชุม
เวลา 09.20 น. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.ต.อ.จุมพล มั่นหมาย รองผบ.ตร.เดินทางมาร่วมประชุม ร่วมกับนายตำรวจที่เกี่ยวข้องและผู้แทนกองทัพ โดยพล.ต.อ.โกวิท ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก่อนเดินทางกลับออกไปโดยไม่ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด เพียงแต่ตอบรับว่าจะไปประชุมกับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด ทั้งนี้ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมายให้พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษก ตร. แถลงข่าวแก่สื่อมวลชนเพียงคนเดียว
เ อ็นบีทีสู้ ส่งรถโอบีถ่ายทอดสัญญาณที่บช.น.
กระทั่ง 10.05 น. เอ็นบีทีออกอากาศอีกครั้ง โดยมีการนำรถโอบี สำหรับถ่ายทอดสดไปจอดไว้ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ระหว่างนั้น นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ และ น.ส.ตวงพร อัศววิไล ผู้ดำเนินรายการ ได้ออกอากาศแจ้งว่า นายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกส่วนของกรมประชาสัมพันธ์เตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา และให้ออกอากาศถ่ายทอดเสียงจากจุดที่นายจิรายุและ น.ส.ตวงพรกำลังดำเนินรายการอยู่เท่านั้น
เวลา 11.05 น. กลุ่มพันธมิตร 500 คน ไปยัง บช.น. เรียกร้องให้รถถ่ายทอดสดของเอ็นบีที และไทยพีบีเอส ขับออกจาก บช.น.ไปจอดที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ทำให้เอ็นบีทีต้องยุติการถ่ายทอดอีกครั้ง 11.50 น. รถถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีและไทยพีบีเอส เคลื่อนออกจาก บช.น. ทำให้เอ็นบีทีต้องยุติการออกรายการอีกครั้ง
กระทั่งเวลา 12.00 น. เอ็นบีทีเริ่มถ่ายทอดรายการได้อีกครั้งโดยใช้เครือข่ายของกรมประชาสัมพันธ์ในต่างจังหวัด ขณะที่กลุ่มพันธมิตรพยายามหาจุดส่งสัญญาณมีการแบ่งกำลังไปยังกรมประชาสัมพันธ์ ซอยอารีย์สัมพันธ์ และสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ เพื่อสกัดแต่ไม่สำเร็จ
พันธมิตรฯสมทบทำเนียบฯ หลังยึดคลื่นไม่สำเร็จ
จากนั้นเวลา 17.00 น. นายอมร อมรรัตนานนท์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่พากลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กล่าวบนเวทีปราศรัยว่า ขณะนี้5แกนนำพันธมิตรฯ ได้เข้าไปนั่งประชุมในทำเนียบรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว อยู่ที่นี่ไปคงไม่มีความหมาย ดังนั้นเราควรจะย้ายไปสมทบกับกลุ่มแกนนำที่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันธมิตรฯ พยายามจะยึดสถานีเอ็นบีที เพื่อเชื่อมสัญญาณของสถานีเอเอสทีวีมาออกอากาศแทน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ
ปนัดดาต้องปีนช่องลมหนี หลังม็อบบุก
ขณะที่นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้จัดรายการสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ซึ่งจัดรายการอยู่ระหว่างที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้บุกเข้ามาภายในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที กล่าวว่า พันธมิตรฯ ได้พังประตูเข้ามา เจ้าหน้าที่จึงบอกให้งดออกอากาศก่อน และพยายามไล่ให้พันธมิตรฯ ออกไปด้านนอก อย่างไรก็ตาม พันธมิตรฯ มีจำนวนมาก ตำรวจจึงพยายามไม่ให้เกิดการปะทะกัน และพยายามกันให้พันธมิตรออกจากด้านในอาคาร
พนักงานเอ็นบีทีต้องปีนช่องลมออกมา คุณปนัดดา วงศ์ผู้ดี จัดรายการคู่กับผม ได้รับบาดเจ็บด้วย และตอนนี้ยังหาตัวกันไม่เจอ เพราะต้องแยกกันออกไป ไม่เป็นกลุ่ม นายจิรายุ กล่าว
พนง.เอ็นบีทีถูกพันธมิตรขับไล่ออกจากตึก
ขณะที่ สร้อยฟ้า โอสุคนธทิพย์ ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์เอ็นบีที ให้สัมภาษณ์ ว่า ขณะที่กลุ่มชายฉกรรจ์ที่อ้างตัวว่าเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้ายึดสถานีเอ็นบีทีว่า กลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวบุกเข้ายึดสถานนีแล้วไล่พนักงานออกไป กลุ่มชายฉกรรจ์ที่บุกเข้ามามีผ้าโผกหัวบอกว่าเป็นกลุ่มพันธมิตรย ขณะนี้พนักงานออกมารวมตัวกันที่หน้าตึกไม่สามารถเข้าไปภายในเอ็นบีทีได้
จำลองขู่บุกสตช.ร้องปล่อยตัวนักรบศรีวิชัย
ทางด้านกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยนายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ ปัดไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ส่วน พล.ต.จำลองย ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กลับออกมากล่าวบนเวทีพันธมิตร ว่าจะบุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ชุมนุมทั้ง 80 คนที่ถูกจับกุมตัว ที่เจ้าหน้าที่จับกุมไปหลังบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา
เอ็นบีทีปิดลับพื้นที่ออกอากาศข่าวตามปกติ
หลังจากที่สถานีถูกยึดมีการตัดสัญญาณภาพของสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีทันที จนกระทั่งเวลา สถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที มีการปล่อยสัญญาณอีกครั้งโดยมีภาพพนักพิงเก้าอี้เพียง 1 ตัว แต่ยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆก่อนที่จะตัดสัญญาณภาพเป็นเทปบันทึกภาพปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีแต่ภาพไม่มีเสียง จากนั้นเวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จิรายุ ห่วงทรัพย์ และ ตวงพร อัศววิไล ผู้ดำเนินรายการเอ็นบีที ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที รายงานสถานการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสถานีเพื่อจะยึดคลื่นเป็นสัญญาณของ เอเอสทีวี แทนย พร้อมประกาศว่าจะรายงานสถานการณ์ตามปกติ
ผู้บริหารเตรียมแจ้งความคดีอาญา
นายสุริยงค์ หุณฑสาร รักษาการผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที เปิดเผยว่า กำลังรอเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.สุทธิสาร เข้ามาสำรวจความเสียหายของอุปกรณ์และโครงสร้างอาคารที่กลุ่มพันธมิตรได้ทำความเสียหาย เบื้องต้นมีกระจก และกล้องวงจรปิดที่ถูกทำลาย ส่วนการดำเนินคดีทางตำรวจแจ้งว่าคดีนี้เป็นคดีอาญา ฝ่ายตำรวจจะดำเนินการเอง แต่จะเชิญเจ้าหน้าที่ของสถานีที่อยู่ในเหตุการณ์เข้าให้ปากคำ ทั้งนี้ ทางสถานีจะนำเทปบันทึกภาพระหว่างที่เกิดเหตุมอบให้ตำรวจเป็นหลักฐานด้วย สำหรับการออกอากาศของเอ็นบีทีนั้นจะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนรายการ ยความจริงวันนี้ย ยืนยันว่าจะยังออกอากาศต่อไปเป็นปกติ แต่จะพิจารณาเนื้อหาของรายการอีกครั้ง ส่วนขวัญและกำลังใจของพนักงานนั้น ได้รับแจ้งจากพนักงานทุกคนว่าในวันที่ 27 สิงหาคมจะมาทำงานเป็นปกติ แต่รู้สึกเป็นกังวลคือขวัญของพนักงานผู้หญิงที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ แม้แต่ตอนที่ทหารทำการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ก็ยังไม่ทำเช่นนี้ ทั้งนี้การรายงานข่าวของเอ็นบีทีไม่เปิดเผยสถานที่ออกอากาศหลายจุด
สปน.ชี้เอเอสทีวีเกี่ยวสัญญาณไม่ได้ กันไว้แล้ว
ช่วงบ่าย ที่กองบัญชาการกองทัพไทย นายเผชิญ ขำโพธิ์ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวภายหลังรายงานกรณีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบุกยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ต่อนายจุลยุทธ หิรัณยวสิต ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าย ตนไม่ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และพยายามเข้าไปดูสถานการณ์ แต่ไม่สามารถเข้าไปได้ ซึ่งได้รายงานสถานการณ์ให้นายจุลยุทธทราบ เพื่อนำรายงานคณะรัฐมนตรี (ครม.) ต่อไป ทั้งนี้ นายจุลยุทธ ได้กำชับให้ดูแลเจ้าหน้าที่ของเอ็นบีทีให้ปลอดภัย
ขณะนี้ชัดเจนแล้วว่าสถานีถูกยึด และการออกอากาศถูกยุติ จอมืด อย่างไรก็ตาม ได้โทรศัพท์สอบถามสถานการณ์จากรักษาการ ผอ.เอ็นบีที ซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ แม้การออกอากาศในส่วนกลางจะมีปัญหา แต่จะพยายามออกอากาศให้ได้เร็วที่สุด แต่ในส่วนของต่างจังหวัด ที่มีศูนย์อยู่ 8 เขต ยังสามารถอกอากาศได้เพราะเป็นรายการของท้องถิ่น นายเผชิญ กล่าว
นายเผชิญ กล่าวต่อว่า การดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่บุกยึด ที่มีการทำลายทรัพย์สินรางกราชการ และทำร้ายเจ้าหน้าที่เอ็นบีทีนั้น คิดว่าบุคลากรเอ็นบีทีจะไปแจ้งความกับตำรวจ และเชื่อว่าตำรวจที่เข้าไปดูแลสถานการณ์ตั้งแต่ต้นคงได้เห็นภาพประจักษ์แก่สายตาแล้วว่า เกิดอะไรขึ้น และคงดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้านนายจุลยุทธ กล่าวว่า ขณะนี้เอเอสทีวียังไม่สามารถเกี่ยวสัญญาณของกรมประชาสัมพันธ์ได้ เพียงแต่ยึดสถานีเอาไว้ ด้านการออกอากาศยังไม่สามารถทำงานได้
เมื่อถามว่ารัฐบาลจะปล่อยให้เอเอสทีวีเกี่ยวสัญญาณและประกาศชัยชนะหรือไม่ นายจุลยุทธ กล่าวว่าย เรื่องนี้เราทราบล่วงหน้ามาแล้ว และได้วางแผนรับสถานการณ์ไว้หมดแล้ว เราทราบว่าจะมีการบุกยึด จึงมีการวางแผนและสั่งการไว้หมดแล้ว
พบอาวุธมีด ปืน ยาเสพติดในตัวชายฉกรรจ์
พล.ต.ต.สุรพล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกลุ่มนักรบศรีวิชัยซึ่งเป็นรปภ.ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย พร้อมอาวุธครบมือบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเมื่อเวลา 05.30 น. โดยมีการทุบกระจก ทำลายทรัพย์สินภายในสถานี ว่า ทางพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. มอบหมายให้ พล.ต.ต.วัจนนท์ ถิระวัฒน์ รองผบช.น. เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน นำตัวผู้กระทำผิด 80 คน เป็นชาย 78 คน และหญิง 2 คน พร้อมของกลาง
ประกอบด้วยมีเหล็กยาว 3 ฟุต 5 เล่ม มีดพก 12 เล่ม ขวาน 2 ด้าม ไม้กอล์ฟ 8 อัน หนังสติ๊ก 9 อัน มีดเดินป่ายาวฟุตครึ่ง 2 เล่ม ใบกระท่อม 3 ห่อใหญ่ ห่อละ 50 ใบ ปืนลูกซองไทยประดิษฐ์ 1 กระบอก และลูกแก้วและลูกหิน น็อตตัวเมีย 60 ลูก ไปควบคุมที่ บช.ตชด. จะมีการแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดี เบื้องต้นฐานบุกรุกในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ มีอาวุธไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต มียาเสพติดไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และถูกนำไปควบคุมตัวที่กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
บ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรึงกำลังเพิ่มขึ้นอีกและได้นำรั้วลวดหนามมาขึงไว้บริเวณ โดยรอบกองบังคับการตำรวจชายแดนเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเข้ามากดดัน
ตร.เชื่อมีหลักฐานเชื่อมโยงพันธมิตร
พต.ต.ต. สุรพล กล่าวว่า เป็นการดำเนินคดีเฉพาะกลุ่มบุคคลที่เข้าไปในสถานที่มีการทำลายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์ สั่งเจ้าหน้าที่เอ็นบีทีหยุดออกอากาศเป็นการคุกคามการทำงานของสื่อมวลชน และพยายามยึดสถานีเพื่อใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารเพื่อประกาศชัยชนะ หรือประกาศอื่นใด เหมือนกับที่เคยมีการปฏิวัติรัฐประหารหรือก่อการกบฏในอดีต
พล.ต.ต.สุรพล กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีแกนนำหลายคนทั้งนายวีระ สมความคิด และนายอมร อมรรัตนานนท์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ มีคนอ้างเป็นแกนนำพันธมิตรบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที แต่เมื่อดูลักษณะการแต่งกาย ลักษณะกลุ่มบุคคลที่อ้างเป็นนักรบศรีวิชัย ลักษณะการสั่งการบริเวณสะพานมัฆวานฯ หลังตำรวจควบคุมตัวได้แล้วมีการสั่งการบนเวทีว่าบริเวณสถานีโทรทัศน์เอ็นบี ทีมีปัญหา ขออาสาสมัครรวบรวมได้ 500 คน นำโดยนายวัชระ ตามไปสมทบที่เอ็นบีที เพราะฉะนั้นมีความเชื่อมโยงต่อเนื่องกัน มีการประชุม มีการสั่งการ มีการเชื่อมโยงของกลุ่มบุคคลที่ออกมาให้สัมภาษณ์มีการแต่งกาย เรื่องอาวุธหรือสิ่งใช้แทนอาวุธ มีการรวมตัวกันและการเคลื่อนตัวเข้าไป ทุกอย่างเชื่อมโยงกันหมด ในเรื่องของการข่าว ซึ่งเราติดตามสถานการณ์มาตลอด มีการรวมตัวกันที่ไหนอย่างไร
อีกด้านเรื่องข้อมูลข่าวสารหรือวิธีการปฏิบัติจะเห็นว่ากลุ่มบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่คนในกลุ่มมีโอกาสแทรกแซงเข้าไปยาก เมื่อเช้ามีภาพข่าวดึงผู้ชายหนึ่งคนที่เห็นว่าไม่ใช่กลุ่มพันธมิตรฯออกมาบริเวณลานพระบรมรูปทรงม้าย มีความชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลที่เข้าไปในเอ็นบีทีนั้นเป็นกลุ่มเดียวกับกลุ่มพันธมิตร ในส่วนที่แกนนำพันธมิตรออกมาปฏิเสธสามารถพูดได้ แต่ตำรวจไม่ได้พูดโดยปราศจากเหตุผล โดยขณะนี้ดำเนินคดีเฉพาะตัวไปก่อน จากนั้นค่อยสอบสวนขยายผลต่อไป
ข้อมูลจาก มติชน
