ศาลรธน. ไต่สวนพยาน 3 ปาก ย"ชิมไปบ่นไปย เน้นเสียภาษีของบริษัท และ ย"สมัครย ด้านผู้แทนสรรพากร ยัน บริษัท เฟซมีเดียไม่เลี่ยงภาษี ด้านพนักงานบัญชีบริษัท เผย สมัคร เป็นนายกฯให้ค่าน้ำมันเท่านั้น ขณะที่ ย"ตุลาการศาลรธน.ย จวก อนุฯ กกต.สอบแค่พ้นตัว เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมด้วยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนคำร้องกรณีประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของ ส.ว.และ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอให้วินิจฉัยการสิ้นสุดความเป็นรัฐมนตรี ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กรณีดำเนินรายการ ย"ชิมไปบ่นไปย และรายการ ย"ยกโขยงหกโมงเช้ายย สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 182 วรรคหนึ่ง ( 7 ) และมาตรา 267 ประกอบ 182 วรรคสาม และมาตรา 91 ทั้งนี้ ศาลนัดไต่สวนพยานบุคคล 3 ปาก ประกอบด้วย นายประสงค์ พูนธเนศ ผู้แทนรับมอบอำนาจจากอธิบดีกรมสรรพากร พล.อ.ยอดชาย เทพยสุวรรณ ประธานอนุกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงของ กกต. และนางดาริกา รุ่งโรจน์ พนักงานบัญชีบริษัท เฟซ มีเดีย จำกัดทั้งนี้ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้สอบถามถึงขั้นตอนการเสียภาษีในส่วนของพิธีกรจะต้องเสียภาษีอย่างไร นายประสงค์ ระบุว่า บริษัท เฟซ มีเดีย จำกัดย รู้ขั้นตอนการเสียภาษีเป็นอย่างดี และในการตรวจสอบของกรมสรรพากรไม่มีประวัติการเลี่ยงภาษี ส่วนการเสียภาษีก็มีการหักเป็นรายได้ที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเหมือนกัน ซึ่งการเสียภาษีของพิธีกรนั้นจะอยู่ใน ภงด.3 ที่จะแยกเป็น 3 ส่วนคือ ผู้รับเหมา ค่าจ้างคนทำของอื่นๆ และทนาย ซึ่งพิธีกรก็จัดอยู่ในส่วนนี้ไม่ถือเป็นลูกจ้าง
นายประสงค์ ยังกล่าวถึงกรณีที่นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ถามถึงช่วงเวลา 3 เดือนที่บริษัท เฟซ มีเดียไม่ได้จ่ายให้กับผู้ถูกร้องในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญพบว่ามีพิรุธหรือไม่ ว่า กรณีนี้ก็เคยเกิดกับบริษัททั่วไป หากมีการหลบเลี่ยงไม่จ่ายภาษี โดยกรมสรรพากรสามารถตรวจสอบได้จากงบกำไรขาดดุลและสามารถตรวจสอบได้ในช่วงสิ้นปี ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามีความพยายามเลี่ยงภาษีหรือไม่ เพราะถ้าตรวจสอบการเงินในช่วงเดือนมกราคม ย เมษายน 2551จะต้องรอถึงสิ้นปีว่าบริษัทดังกล่าวหลบเลี่ยงการใช้จ่ายเงินในช่วงนี้หรือไม่
จากนั้นนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว.สรรหา ในฐานะผู้ร้องที่ 1 ได้ถามถึงการยื่นแบบภาษี โดยนายประสงค์ กล่าวว่า วิธีการยื่นภาษีมีสองแบบ คือยื่นผ่านระบบคอมพิวเตอร์ และการยื่นด้วยกระดาษ แต่ท้ายที่สุดข้อมูลก็จะมารวมกัน สามารถตรวจสอบได้ย ซึ่งในระบบคอมพิวเตอร์มีข้อมูลที่ชัดเจน
นายธนา เบญจาธิกุล ทนายความผู้รับมอบอำนาจจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้ถูกร้อง ได้สอบถามนายประสงค์ว่าการจ่ายเงินค่าจ้างให้กับนักแสดงหรือพิธีกรได้เสียภาษีรายได้ในหมวดใด ซึ่งนายประสงค์ ยืนยันว่า อยู่ในหมวด ภงด .3 ซึ่งเป็นแบบแสดงรายการการเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ไม่ได้อยู่ในข่ายลูกจ้าง หรือที่เป็นค่าจ้างของนักแสดง
ส่วน พล.อ.ยอดชาย ได้เบิกความต่อศาลถึงกรณีผู้ถูกร้องได้รับประโยชน์หรือไม่จากบริษัท เฟซ มีเดียจำกัด ว่า เมื่อผู้ถูกร้องเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่พบหลักฐานในการเสียภาษี ส่วนรายได้ที่ได้รับจากการจัดรายการที่ลงในบทสัมภาษณ์ของนิตยสารสกุลไทยซึ่งได้รับเงินเดือน 8 หมื่นบาทในช่วงสมัยเป็นผู้ว่าฯกทม.นั้น ก็ไม่ได้มีการตรวจสอบเรื่องนี้ เพราะนายสมัครขณะนั้นไม่เป็นนายกรัฐมนตรีทำให้ไม่ได้สอบสวนไปถึงขั้นนั้น อีกทั้งส.ว.ก็ได้ยื่นคำร้องมาที่ศาลอีกทางด้วย
เมื่อได้ฟังคำชี้แจงดังกล่าว นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า การสืบสวนต้องตรงไปตรงมาและทำให้ครอบคลุมเพื่อให้ได้ข้อมูลในประเด็นต่างๆไม่ใช่ให้ศาลต้องมาสืบหาข้อมูลเอง เพราะข้อมูลที่กกต.ให้กับศาลก็ไม่ได้มีรายละเอียดเป็นเพียงการสอบให้พ้นหน้าที่เท่านั้นหรือไม่ ทั้งนี้ พล.อ.ยอดชาย กล่าวว่า ได้สอบสวนเต็มความสามารถแล้ว ประกอบกับกรมสรรพากรก็ไม่ได้ให้ข้อมูลเพราะติดขัดในข้อกฎหมาย อีกทั้งกกต.ก็ได้เร่งให้คณะทำงานให้เสร็จโดยเร็ว
ด้านนางดาริกา กล่าวถึงการจ่ายค่าจ้างพิธีกรต่อศาลว่า นายสมัครได้ค่าจ้างเฉพาะค่าพิธีกรเป็นค่าจ้างนักแสดงที่นำส่งกรมสรรพากร และเมื่อนายสมัครรับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้จ่ายค่าจ้างให้เป็นเงินจำนวน 1 แสนบาทเหมือนกับช่วงที่นายสมัครยังไม่ได้รับตำแหน่ง จะมีเพียงให้ค่าน้ำมันรถครั้งละ 3 พันบาทเป็นค่าเดินทางซึ่งไม่รวมอยู่ในค่าจ้าง ทั้งนี้ ยืนยันการจ่ายเงินให้กับนายสมัครจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้ง อีกทั้งเมื่อนายสมัครเป็นนายกฯก็ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้บริษัทด้วย ซึ่งในช่วง6เดือนแรกของปีได้เกิดวิกฤตการเมือง และช่องทีไอทีวีที่เคยออกอากาศได้ยกเลิกเป็นผลให้ผู้สนับสนุนรายการต้องถอนตัวทำให้รายได้ของบริษัทลดลง
ทั้งนี้ ภายหลังการไต่สวนพยานเสร็จสิ้น นายชัช ได้อ่านรายงานเพื่อนัดไต่สวนพยานอีก 2 ปาก ประกอบด้วย ผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 หรือผู้แทน และผู้อำนวยการสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 หรือผู้แทน ในวันที่ 27 สิงหาคม เวลา 09.30 น.
ข้อมูลจาก มติชน
