กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยผบ.ตร. ฟันธงออกหมายจับ 5 แกนนำพันธมิตรฯ ฐานความผิดขัดต่อความมั่นคงประเทศ เร่งรัดสั่งการรวบรวมพยานหลักฐานมัดแน่น หลังสั่งการม็อบเคลื่อนไหวบุกยึด ทำเนียบฯ -สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที สถานที่ราชการสำคัญทั่วกรุง ดึงกำลังตำรวจภาค 1,2,7 ร่วมสองพันนายเสริมกำลังปฏิบัติตำรวจนครบาล รอง.ผบช.น.เผยคุมตัวกลุ่มพันธมิตรอย่างสบาย
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 26 สิงหาคม พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการประชุมประเมินสถานการณ์การเคลื่อนไหวปิดล้อมสถานที่ราชการสำคัญต่างๆของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า ที่ประชุมวันนี้ซึ่งมี พล.ต.อ.พัชรวาท วงศ์สุวรรณ ผบ.ตร. เป็นประธาน ร่วมหารื่อกับนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการดูแลความปลอดภัยรักษาความสงบเรียบร้อยโดยใช้เวลานานกว่า 6 ชั่วโมงตลอดการชุมนุมจุดต่างๆทั่ว กทม.
โดยสั่งการให้ผู้ปฏิบัติยังดำเนินการตามแผนกรกฎ 48 อย่างต่อเนื่องโดยใช้สันติวิธีไม่มีโต้ตอบไม่ใช้ความรุนแรงไม่มีการสลายการชุมนุม พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่ให้ใช้ความอดทนจนถึงที่สุด และให้พยายามประคองสถานการณ์เพื่อไม่ให้เกิดการปะทะกัน และป้องกันไม่ให้มีการนำเอาประชาชนที่มาร่วมชุมนุมได้รับบาดเจ็บหรือล้มตาย โดยที่ประชุมวิเคราะห์การชุมนุมเคลื่อนไหวครั้งนี้ว่า เป็นการทำตามเงื่อนไขปลุกระดมเพื่อยกระดับการชุมนุมให้รุนแรงขึ้นจากที่เป็นอยู่
รองโฆษก ตร.กล่าวต่อว่า การชุมนุมปิดล้อมกองบัญชาการตำรวจนครบาลที่ผ่านมานั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายใช้ความอดทนอดกลั้นจากการถูกบุกรุกอย่างถึงที่สุด ทั้งที่ไม่น่าจะเป็นจุดที่เปราะบาง แต่ก็ไม่ทำให้ตำรวจต้องเสียศักดิ์ศรีแต่อย่างใด และไม่มีการตอบโต้เกิดขึ้นเพราะเรายึดหลักสันติตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติกำชับเน้นย้ำอย่างชัดเจน ไม่ให้ใช้กำลังต่อต้านการกระทำกิจกรรมทางการเมืองของกลุ่มผู้ชุมนุม แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่า จะไม่ดำเนินการใดๆกับผู้ชุมนุม
ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อเตรียมการออกหมายจับแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คนที่สั่งการให้มีการกระทำการดังกล่าวตั้งแต่เช้าวันนี้ ทุกอย่างต้อว่ากันไปตามกระบวนการสอบสวน ซึ่งเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคมที่มีการชุมนุมที่ผ่านมา
สำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในเรื่องของการสั่งการก็ดี หรือการสั่งการให้มีการบุกรุกเข้าไปในสถานที่ราชการก็ดี การคุกคามสื่อก็ดี ความพยายามในการล้มล้างรัฐบาลก็ดี ล้วนเป็นองค์ประกอบของความผิดในเรื่องของความมั่นคงทั้งสิ้น พนักงานสอบสวนจะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่ได้ดำเนินการไว้แล้วและที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปประกอบกับสำนวนการสอบสวนที่รวบรวมไว้ก่อนหน้านี้ และใช้ช่วงเวลาที่เหมาะสมไปขออนุมัติหมายจับต่อศาล ถ้าพูดถึงองค์ประกอบความผิดมีหลายเรื่องที่เข้าองค์ประกอบแล้ว ขอยืนยันว่า มีการออกหมายจับแน่นอนไม่มีมวยล้มต้มคนดูแต่อย่างใด
สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมได้ขณะบุกเข้าไปยึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีเมื่อเช้าตรู่ที่ผ่านมาและถูกควบคุมตัวไปดำเนินคดีนั้น รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า อยู่ในขั้นตอนการสอบสวนการดำเนินคดี หากสอบปากคำเสร็จสิ้นและพนักงานสอบสวนก็จะพิจารณาให้ประกันตัวหรือการปล่อยชั่วคราวเป็นรายๆ ไปต้องดูพยานหลักฐานประกอบกันไปด้วย แต่จะไม่มีการปล่อยตัวโดยที่ไม่มีการดำเนินคดีอย่างแน่นอน ขอยืนยันในจุดนี้เพราะที่ผ่านมา มีแกนนำและผู้ประสานงานผู้ชุมนุมหลายคนออกมาพูดให้ข้อมูลที่สับสนจนกลายเป็นความขัดแย้งระหว่างผู้ชุมนุมกับตำรวจ ขอให้ทราบโดยทั่วกันด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ประชุมประเมินสถานการณ์การชุมนุมในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น พล.ต.อ.พัชรวาท ได้สั่งระดมกำลังตำรวจจากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, 2, 7 และตำรวจตระเวนชายแดน ร่วมสองพันนาย เข้ามาเสริมกำลังปฏิบัติของตำรวจนครบาล ตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลาง ประจำการ ณ ที่ตั้งในกองบัญชาการตำรวจนครบาลหากมีเหตุการณ์รุนแรงในจุดใดสามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ในทันที
ตร.แจ้ง4ข้อหาหนักม็อบพันธมิตร
เมื่อเวลา 07.30 น. พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวช พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. และพล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น.ได้เรียกประชุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ดูแลด้านความปลอดภัยกลุ่มผู้ชุมนุม ภายหลังกลุ่มพันธมิตรบุกยึดสถานีโทรทัศน์ NBT โดยบรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างเคร่งเครียด
ด้าน พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รอง โฆษก สตช. กล่าวว่า ได้เตรียมกำลังไว้พร้อมสำหรับการควบคุมสถานการณ์ และขอยืนยันว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงสลายการชุมนุม โดยจะใช้วิธีเจราจาด้วยสันติวิธี เพราะตำรวจเชื่อว่าแกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมแต่ละคนมีความรู้ มีการการศึกษา และไม่ทำอะไรให้เกิดความเสียหายต่อบ้านเมือง ส่วนการบุกยึดสถานี NBT นั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรสวจสามารถควบคุมตัวได้ทั้งหมด 80 คน เป็นชาย 78 คน หญิง 2 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนดำเนินคดี โดยได้แจ้ง 4 ข้อหา คือ
1.บุกรถุกสถานที่ราชการ 2.ทำให้เสียทรัพย์ 3.มีอาวุธไว้ในครอบครอง 4.มียาเสพติดไว้ในครอบครอง เนื่องจากพบใบกระท่อมจำนวนมาก ซึ่งความผิดลักษณะดังกล่าวมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท
"การบุกของกลุ่มผู้ชุมนุมผมเชื่อว่ามีการสั่งการเชื่อมโยงกันมาจากบุคคลภายนอกเข้ามาแทรกแซงในการปิดสถานีซึ่งเข้าข่ายการล้มร้างรัฐบาล โดยตำรวจยังควบคุมสถานการณ์ไว้อย่างต่อเนื่อง ถ้าพบการกระทำความผิดก็จะจับกุมทันที พร้อมกันนี้ได้จัดเตรียมกำลังประจำจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบหรือสถานที่อื่นๆ เพื่อสกัดกั้นไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปอีก พร้อมกันนี้ได้ส่งการให้ฝ่ายสืบสวนบันทึกภาย ทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินคดีต่อไป" พล.ต.ต.สุรพล กล่าว
ตร.เรียกระดมกำลังเตรียมพร้อมสลายม็อบ
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เมื่อเวลา 11.10 น. วันที่ 26 สิงหาคม พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. ได้เดินทางกลับมาจากการประชุมเหล่าทัพที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยมีสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นได้เรียกรองผบ.ตร.เข้าพบเป็นรายบุคคล โดยแต่ละท่านใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที
นอกจากนี้ได้มีการเรียกผบช.ก. ผบช.ตชด. เข้าพบด้วย โดยมีรายงานว่าผบ.ตร.ให้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลนำแผนที่กรุงเทพมหานครมาให้ดู คาดว่าเพื่อเป็นการวางแผนในการเข้าดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม
ต่อมาเมื่อเวลา 15.40 น.หลังจากนายสมัคร สุนทรเวช แถลงข่าวจบ พล.ต.อ.พัชรวาท ได้ออกจากห้องมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดพร้อมให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปประชุมที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลตามที่พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเรียกประชุมว่า หลังจากพล.ต.อ.โกวิทได้รับคำสั่งจากนายกรัฐมนตรีให้ดูแลเรื่องการใช้กำลัง พล.ต.อ.โกวิท ก็ได้เรียกตนเองไปประชุมในส่วนของมาตรการต่างๆ ที่จะออกมารองรับในการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร ว่าจะทำประการใดต่อไป
ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติยังใช้แนวทางเดิมคือต้องอดทน ต้องไม่ใช้ความรุนแรง ภายหลังการประชุมคงจะทราบว่าแนวทางจะเป็นประการใดในส่วนที่ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการไปแล้วคือการเจรจา ในฐานะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เราต้องดูแลประชาชน ขณะนี้ในส่วนของรัฐบาล ลงมารับผิดชอบในการเจรจา ผมจะเสนอท่านโกวิท ว่ารัฐบาลควรมาเจรจาในส่วนนี้ ผบ.ตร.กล่าว
เมื่อถามว่าจะมีการออกหมายจับแกนนำทั้ง 5 คนหรือไม่ พล.ต.อ.พัชรวาท กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามกฎหมาย เดี๋ยวต้องดูก่อน และเก็บข้อมูลก่อน เมื่อถามว่าจะให้ทหารออกมาช่วยหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ยัง ต้องทำทีละขั้นที่ละตอน อย่างไรก็ตามมองว่าจากสถานการณ์ขณะนี้ถึงที่สุดในระดับหนึ่ง ดูเกินกว่าเหตุ จึงถึงเวลาต้องมาดำเนินการ แต่การตัดสินใจทั้งหมดขึ้นอยู่กับพล.ต.อ.โกวิท เชื่อว่าพล.ต.อ.โกวิทจะไม่ใช้ความรุนแรง เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรงไปกว่านี้ การให้พล.ต.อ.โกวิทมาดูแลเป็นการตัดสินใจของรัฐบาลที่ถูกทาง และถึงเวลาที่รัฐบาลต้องมาร่วมรับผิดชอบในการดำเนินการ
รายงานข่าวแจ้งว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เรียกกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน สังกัดกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 1 กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน จากจังหวัดจันทบุรี จังหวัดสระแก้ว จังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งกำลังอยู่ เข้ามาประจำการที่กองทัพภาค 1 และกำลังคอมมานโดของกองปราบปราม รวมแล้วกว่า 4 กองร้อย
นอกจากนั้นได้ระดมอาสาสมัครของฝ่ายปกครอง เพื่อเตรียมเข้าดำเนินการกับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่บรรยากาศในสำนัหงานตำรวจแห่งชาติได้มีการถอนกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีการตึงไว้ในช่วงเช้าออกไปทั้งหมด เหลือเพียงกำลังสันติบาล 3 ที่ดูแลตามปกติ แต่ก็ยังคงปิดประตูทุกด้านพร้อมนำแผงเหล็กมากั้นบริเวณประตูทางเข้า
กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
ขีดเส้นตาย18.00 น.วันนี้ให้ม็อบถอนตัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่พล.ต.อ.โกวิทพร้อมด้วย พล.ต.อ.พัชรวาท เดินทางมาที่กองบัญชาการตำรวจนครบาลอีกครั้ง เรียกประชุมนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเป็นการเร่งด่วน กระทั่งได้ประชุมกันมาระยะหนึ่ง มีใจความในที่ประชุมตอนหนึ่งว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขีดเส้นตายให้กลุ่มผู้ชุมนุมออกจากสถานที่ราชการที่เข้าไปบุกยึดทุกๆแห่งภายในเวลา 18.00 น.วันนี้ หากไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ทางเจ้าหน้าที่ก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป แต่จะใช้วิธีอะไรนั้นยังไม่แจ้งให้ทราบ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ถูกจับกุมตัวทั้ง 80 คน ได้ถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ ตชด. อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
รอง.ผบช.น.เผยควบคุมกลุ่มพันธมิตรอย่างสบาย
เมื่อเวลา 14.00 น. กองบังคับการตำรวขตระเวนชายแดน ภาค 1 ซึ่งเป็นสถานที่ควบคุมตัวกลุ่มพันธมิตร จำนวน 85 คน เป็นชาย 81 คน เป็นหญิง 4 คน ได้มีกลุ่มทนายความจากสภาทนายความจำนวน 5 คน เดินทางมาติดต่อขอเข้าพบกลุ่มผู้ควบคุม ประกอบด้วยนายคณิศร ฑปภูผา นายธานี ปูหิน นายสอและ กูมมดา นายนิติภูมิ เตชะวรรณโต นายกิ่งแก้ว โยมเมือง
นายคณิศร กล่าวว่า เดินทางมาวันนี้เพื่อขอขอทราบข้อเท็จจริง และยังไม่ทราบว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นแจ้งข้อหาอะไรบ้าง เท่าที่ทราบก็มีข้อหา อาวุธปืน อาวุธมีด ยาเสพติด (กระท่อม) และบุกรุก ซึ่งคงต้องเข้าไปพูดคุยกับกลุ่มผู้ถูกควบคุมก่อนจึงจะทราบข้อเท็จจริง
ด้าน พล.ต.ต.วัจนนท์ ถิระวัฒน์ รอง.ผบช.น. ซึ่งเดินทางมายัง บก.ตชด.ภ.1 กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีการสอบสวนผู้ถูกควบคุมแต่อย่างใด โดยทางตำรวจได้ควบคุมกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ทั้งหมดจำนวน 85 คน โดยควบคุมไว้ที่ห้องประชุม และดูแลให้ความสะดวกอย่างเต็มที่ ทั้งนี้คาดว่าจะมีการแจ้งข้อหาหลายข้อหา เช่น มั่วสุมกันเกินกว่า 10 คน บุกรุกสถานที่ราชการในยามวิกาล ทำลายทรัพย์นสินของทางราชการ รวมทั้งข้อหามีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน เพราะเราพบอยู่ในที่เกิดเหตุ
ทั้งนี้ในตอนแรกทางเจ้าหน้าที่ได้จัดทนายจำนวน 2 ท่านไว้ให้ผู้ถูกควบคุม แต่ทางผู้ถูกควบคุมเรียกร้องขอทนายที่ทางเขารู้จัก และต่อมาได้มีกลุ่มทนายความจากสภาทนายความเดินทางมาพบ ซึ่งทางเราก็อนุญาติ ส่วนการสอบสวนกลุ่มผู้ถูกควบคุมได้ใช้พนักงานสอบสวน จาก บก.น.2 มาสอบสวน ก่อนจะนำตัวส่งศาลต่อไป
ทั้งนี้ที่ตร.บก.ตชด.ภาค 1 คลอง 5 จ.ปทุมธานี ตั้งแต่เวลา 07.30 น.วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีรถบรรทุกผู้ต้องหาของตำรวจติดฟีล์มดำ จำนวน 3 คันวิ่งเข้าไปภายใน คาดว่ามีผู้ถูกควบคุมประมาณคันละ 30-40 คน ทราบว่าเป็นผู้ที่ถูกควบคุมตัวมาจากการเข้าไปในสถานีโทรทัศน์ เอ็นบีที ในช่วงเช้า
จากนั้นในเวลา 09.05 น. ได้มีรถบรรทุกของตำรวจอีก 1 คันวิ่งเข้าไปอีกมีผู้ถูกควบคุมประมาณ 20 คน ห่างประมาณ 15 นาทีก็มีรถของตำรวจนครบาลเข้าไปภายใน โดยทราบว่าเป็นชุดพนักงานสอบสวนเข้าไปเพื่อทำการสอบสวนผู้ที่ถูกควบคุม
ต่อมาเมื่อเวลา 09.30 น. ได้มีรถบัสของตำรวจตระเวนชายแดนที่ 13 ค่ายพระพุทธยอดฟ้า จ.กาญจนบุรี จำนวน 3คัน วิ่งเข้าไปภายใน มีกำลังคันละประมาณ 40-50 นาย และยังมีรถบรรทุก 6 ล้อขนสำภาระอีก 1 คัน รถตำรวจนำ 1 คัน วิ่งเข้าไปภายใน โดยทราบว่ากำลังทั้งหมดเป็นกำลังตชด.ส่วนแรกที่เข้ามารักษาสถานการณ์ในช่วงเช้า
ต่อมาในช่วงหลัง 11.00 น.เจ้าหน้าที่ตร.นำลวดหนามมากางเพื่อเตรียมพร้อมบริเวณด้านหน้าบก.ตชด.ภ.1 หลังจากที่มีกระแสข่าวว่ากลุ่มพันธมิตรจะเข้ามาเพื่อขอพบผู้ถูกควบคุม แต่ตลอดทั้งวันก็เงียบสนิทไม่พบว่ามีผู้เรียกร้องเดินทางมา โดยบริเวณภายในบก.ตชด.ภ1 มีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก และยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากนครบาลเข้าไปภายในตลอดเวลาเพื่อร่วมทำการสอบปากคำผู้ที่ถูกควบคุม
เมื่อเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน นายคณิศร ฑปบุปผา นายสอและ ภูมิดา นายนิติภูมิ เตชะวรรณโต นายกิ่งแก้ว โยมเมือง และนายธานี ปูหิน ซึ่งมาจากสภาทนายความ ได้เดินทางมายัง บก.ตชด. โดยจอดรถเอาไว้ที่ถนนแล้วเดินเข้าไปยังประตูทางเข้า พร้อมกับแสดงบัตรประจำตัวทนายความจากสภาทนายความ เพื่อมาขอเยี่ยมผู้ที่ถูกควบคุมตัว โดยมี ร.ต.ต.ศรายุทธ วรรณศร รองสว.สภ.คลองห้า อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เป็นผุ้ตรวจสอบบัตรประจำตัว จากนั้นได้ประสานกับผู้บังคับบัญชาที่อยู่ภายใน โดยหลังตรวจสอบแล้วอนุญาตให้ทนายความทั้งหมดเข้าไปภายในได้ โดยมีรถของจนท.ตำรวจออกมารับ
นายคณิศร ฑปบุปผา ทนายความที่เดินทางมา เปิดเผยว่าได้รับการประสานจากผุ้ที่ถูกควบคุม ให้มาหาแนวทางในการประกันตัว ซึ่งตนจะต้องเข้าไปพูดคุยและดูเรื่องราวทั้งหมดก่อน ยังไม่ทราบว่าจะสามารถประกันตัวได้เลยหรือไม่อย่างไร เบื้องต้นทราบว่าผู้ที่ถูกควบคุมอาจจะมีความผิดในข้อหาบุกรุก ทำลายทรัพย์สินทางราชการ มีอาวุธปืน และยาเสพติด ซึ่งยังต้องดูว่ามีจำนวนกี่คน
ต่อมาหลังจากที่อนุญาตให้ทนายความเข้าไปแล้ว พล.ต.ต.วัจนนท์ ถิระวัฒน์ รองผบช.น. ได้เดินทางออกมาจากภายในบก.ตชด.ภ.1 เพื่อพบกับสื่อมวลชน โดย พล.ต.ต.วัชนนท์ เปิดเผยว่าขณะนี้ยังไม่ได้ดำเนินการสอบสวนปากคำผู้ที่ถูกควบคุมเลยแม้แต่คนเดียว เนื่องจากทางกลุ่มผู้ที่ถูกควบคุมตัวรอทนายความ ทั้งที่จริงแล้วทางตำรวจได้หาทนายความเอาไว้ให้แล้ว 2 คน แต่ทางกลุ่มผู้ถูกควบคุมไม่ต้องการ แต่ต้องการทนายของเขาเอง โดยยังไม่ได้มีการตั้งข้อหาใดๆ
เบื้องต้นนี้อาจจะมีการดำเนินคดีในข้อหามีอาวุธ และเครื่องกระสุนปืน มีด มั่วสุมเกิน 10 คน กระทำการวุ่นวายร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการยามวิกาล โดยมีอาวุธเกิน 2 คนขึ้นไป ซ่องโจร และข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ส่วนเรื่องข้อหากบฏนั้นยังไม่ได้คิดว่าจะตั้ง
อย่างไรก็ตาม คงต้องรอให้ตัวแทนของผู้ถูกควบคุมได้พบกับทนายความก่อน แล้วทางจนท.จึงจะทำการสอบสวน โดยระดมพนักงานสอบสวนไว้จำนวนมากทั้ง บชน.และ บก.น.2 ส่วนผู้ถูกควบคุมตัวทางจนท.ดุแลอย่างดี ปล่อยให้เดินอย่างอิสระในห้องประชุมใหญ่ มีทั้งหมด 85 คน เป็นชาย 81 คน และหญิง 4 คน หลังจากสอบเสร็จก็จะรีบส่งตัวไปที่ศาลรัชดา เพื่อให้การประกันตัว แต่ถ้าไม่ทันก็ต้องควบคุมตัวเอาไว้ก่อน ส่วนเรื่องที่ว่ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มนักรบศรีวิชัยร้อยเปอร์เซ็นหรือไม่ คงต้องรอการสอบสวน เนื่องจากยังไม่พบหลักฐานชัดเจน แต่บางคนมีเสื้อของกลุ่มพันธมิตร ซึ่งหลังสอบสวนแล้วก็ต้องดูว่าจะมีการขยายผลจับกุมผู้อยู่เบื้องหลังต่อไป.
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
