นัดหารือหลัง20พ.ค. อดีต ส.ส.ทรท.ขู่!ถ้าพรรคโดนยุบม็อบป่วนทั่ว ปท.5 เสือพันธมิตรฯเตรียมคืนชีพ นัดประชุมหลัง 20 พ.ค. กำหนดบทบาทอีกครั้ง ดีดตัวไม่เกี่ยว “ไชยวัฒน์” ยื่นหนังสือไล่นายกฯ โยนเป็นความเห็นอิสระภาคีพันธมิตรอีสาน ย้ำ 5 แกนนำยังไม่มีมติ “สุริยะใส” เซ็งระดับบิ๊กในประเทศออกลีลาใช้วาทกรรมละม้าย “ทักษิณ” ชี้ทรท.กล่าวหาจับมือกับคมช.เป็นเรื่องตลก ด้านอดีตส.ส.เมืองกล้วยไข่ ไม่รับประกันม็อบปิดถนนทั่วประเทศ ถ้าถูกยุบพรรคคงห้ามยาก “จาตุรนต์” จี้คมช.คลี่ปริศนากลเกมไล่นายกฯ “อภิสิทธิ์” วอนอย่าสร้างเรื่องป่วนท็อปบู้ต มั่นใจคำพูดนายกฯทำงานต่อสยบคลื่นลมสงบ “องอาจ” เตือนคมช.ดีดลูกคิดประเมินสถาน การณ์ให้ดีอย่าพลาดท่า ส่วน “บิ๊กบัง” ลั่นขอยืนข้าง “พล.อ.สุรยุทธ์” สู้ต่อ ย้ำ “คอหอย-ลูกกระเดือก” ยังอยู่กันด้วยดี ด้านวอร์รูมรัฐบาลตาปริบ ๆ ดูเขาไล่นายกฯ ขณะที่ “นพดล” สับเว็บไซต์คมช.ไล่ร้าย “แม้ว” จี้แก้ไขด่วนก่อนฟ้องร้อง เตรียมลาก “เตมูจิน” ขึ้นศาล 10 คดีฟ้องเอาเงินไปช่วยเด็กปัญญาอ่อน โพลยังอุ้ม “บิ๊กแอ้ด” ทำงาน ส่วนชมรมอดีตส.ว.ฝาก 3 เซียนกฎหมายชงคมช.แก้รธน.ปี 40 ด่วน “สุชน” ชี้อย่าดูถูกประชาชน นักวิชาการหนุนคว่ำร่างรธน. “สุริยะใส” สวดพวกกางปีกป้องเกินเหตุ
จี้คมช.คลี่ปริศนาไล่นายกฯ
เมื่อวันที่ 13 พ.ค. นายจาตุรนต์ ฉายแสง รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกระแสข่าวในส่วนความขัดแย้งระหว่างรัฐบาล คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) และพันธมิตรของ คมช.ว่า แม้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ในฐานะประธาน คมช. จะออกมาปฏิเสธ แต่แนวโน้มประชาชนและต่างประเทศกลับไม่เชื่อ และยังเชื่อมโยงว่าความขัดแย้งนี้ เกี่ยวข้องกับการกดดันเรียกร้องให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ลาออก ส่งผลให้เกิดความสับสนและไม่มั่นใจ ตนจึงขอเรียกร้องถึงผู้เกี่ยวข้อง 2 ฝ่ายคือ พันธมิตรของ คมช. ให้ออกมาชี้แจงว่าต้องการปลดนายกฯด้วยเหตุผลอะไร เปลี่ยนแล้วอยากได้นายกฯแบบไหน และต้องการ ให้ประธาน คมช. เสนอเปลี่ยนหรือจะใช้วิธีอื่นใด และถ้าประธาน คมช. ไม่ปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง จะทำอย่างไรต่อไป
รักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวต่อว่า ในส่วนของ คมช.ตนเรียกร้องว่า พล.อ. สนธิ ควรจะทำให้เกิดความชัดเจนว่าจะดำเนินการต่อข้อเรียกร้องของพันธมิตรของตนเองอย่างไร ซึ่งตนเสนอว่าให้นำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม คมช.วันที่ 14 พ.ค.นี้ แล้วมีมติเสียว่าจะเปลี่ยนตัวนายกฯหรือไม่ อย่าปล่อยให้เกิดความคลุมเครือ ส่วนพรรคไทยรักไทยไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนตัวนายกฯเพราะเหลือเวลาทำงานอีกไม่นานแล้ว
อย่าอ้างมวลชน 7 แสนมาขู่
ส่วนกรณีที่มีข่าวว่า คมช.จัดเสริมคนทั่วประเทศเพื่อจัดการชุมนุม พร้อมอ้างว่ามีมวลชนในมือกว่า 7 แสนคน นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ถือเป็นการข่มขู่คุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชน อาจนำไปสู่การกระทบกระทั่ง และที่บอกว่าจะมีม็อบป่วนคดียุบพรรคนั้นเป็นคำพูดที่เลื่อนลอย ในส่วนของพรรคไทยรักไทยยืนยันว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ เพื่อให้ใครต้องมาจัดการดูแล เราดูแลกันเองได้อยู่แล้ว หากใครพบเห็นว่ามีอดีต ส.ส.ของพรรคไปเคลื่อนไหวชุมนุมก็ให้แจ้งมายังพรรค เราจะตามไปขอร้องและห้ามปรามให้ สำหรับการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ ขออย่าส่งคนที่ประชาชนรู้สึกว่าน่ากลัวเข้าไปดูแลเลยเพราะจะทำให้เกิดความเสียหายได้และยุ่งยากยิ่งขึ้น
เมื่อถามถึงกรณีที่มีกระแสวิจารณ์ว่ากลุ่มพีทีวีกำหนดจัดชุมนุมใหญ่ ในวันที่ 31 พ.ค. เพื่อรองรับคดียุบพรรคไทยรักไทย ที่จะมีคำตัดสินในวันที่ 30 พ.ค. นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ก็เป็นเรื่องดีที่การชุมนุมเกิดขึ้นหลังวันตัดสินคดียุบพรรคเพราะจะไม่เป็นการกดดัน ถ้าพรรคไทยรักไทยถูกยุบก็ไม่มีความเป็นพรรคแล้ว จึงไม่เกี่ยวข้องกับพรรค ส่วนเจตนาและเนื้อหาสาระของการชุมนุมจะเป็นอย่างไร ตนไม่ทราบเพราะไม่มีการประสานงานกัน
ไม่รับประกันม็อบปิดถนน
พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อดีต ส.ส.กำแพงเพชร พรรคไทยรักไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 พ.ค.นี้ ประชาชนที่เป็นคนเฒ่าคนแก่ในจังหวัดภาคเหนือ จะรวมตัวกันเพื่อจัดพิธีบายศรีสู่ขวัญ ที่วัดพระธาตุหริภุญชัย จ.ลำพูน เพื่อสะเดาะเคราะห์ให้พรรคไทยรักไทยที่จะถูกตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรคในวันที่ 30 พ.ค. และเท่าที่ได้พูดคุยกับชาวบ้านในหลาย พื้นที่ขณะนี้ ต่างบอกว่าหากพรรคไทยรักไทยถูกยุบเมื่อไหร่จะรวมตัวกันต่อสู้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะสมาชิกพรรคไทยรักไทยที่มีอยู่ 14 ล้านคน ทั่วประเทศ ได้ประกาศว่าคำตัดสินยุบพรรคออกมาเมื่อไหร่ต้องมีมาตรการออกมาแน่นอน เชื่อว่าสามารถรวมตัวกันมาที่ท้องสนามหลวงได้เป็นแสนเป็นล้านคนในเวลาเพียง 1-2 วันหลังคำตัดสิน นอกจากนี้ก็จะมีการปิดถนนในแต่ละสายทั่วประเทศอีกด้วย
พ.ต.ท.ไวพจน์ กล่าวอีกว่า อยากให้ รัฐบาลและ คมช.ตระหนักถึงสิ่งเหล่านี้ด้วย พรรคเองก็ไม่อยากให้เกิดขึ้น แต่ไม่แน่ใจว่าหลังคำตัดสินการห้ามปรามชาวบ้านเขาจะเชื่อหรือไม่ เพราะเมื่อพรรคถูกยุบเขาก็ไม่ใช่สมาชิกพรรคอีกต่อไป สามารถมีเสรีภาพในฐานะประชาชนคนไทย เมื่อถึงเวลานั้นจริงเชื่อว่ารัฐบาลและ คมช. คงจะทำอะไรไม่ได้ เพราะขนาดคนเพียงไม่กี่ร้อยคนปิดถนนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังทำอะไรไม่ได้ แล้วนี่คนเป็นแสนเป็นล้านคน ถามว่าทหารจะกล้ายิงลูกเขา หรือพ่อแม่เขาที่มาร่วมชุมนุมประท้วงหรือ ยิ่งเวลานี้ต้องยอมรับว่าทหารที่ไม่เห็นด้วยกับ คมช.-รัฐบาลมีอยู่ไม่น้อย
ปชป.วอนอย่าป่วนท็อปบู๊ต
ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มพีทีวีว่า ถ้าทำถูกต้องตามกฎหมายก็ทำได้ แต่การบังคับใช้กฎหมายต้องทำโดยอยู่บนพื้นฐานที่ต้องระวัง ไม่ตกเป็นเหยื่อ เพราะบางกลุ่มที่เคลื่อนไหวต้องการยั่วยุ ให้เกิดปัญหามากขึ้น ฉะนั้นการดำเนินการในเรื่องนี้ต้องอยู่บนความพอดี ถ้าผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ และอย่ามองว่าเจ้าหน้าที่อ่อนแอ ถ้ายิ่งสนับสนุนให้คนมาเผชิญหน้าปะทะกัน จะเข้าทางคนที่อยากสร้างความวุ่นวาย ขณะนี้ตนเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ต้องการประคับประคองสถานการณ์ให้ไปสู่ปกติและเป็นประชาธิปไตยภายในปลายปีนี้
ส่วนที่ พล.อ.สุรยุทธ์ ยืนยันอยู่ครบวาระนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า คำพูดนี้คงทำให้หลายคนหยุดถาม เพราะนายกฯได้แสดงความตั้งใจแล้ว จากนั้นก็มีหน้าที่ทำงานไป ส่วนกลุ่มไล่ก็ไล่ต่อไป ซึ่งตนเชื่อว่าคงไม่หยุด
แนะดีดลูกคิดประเมินให้ดี
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้าม ไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวทางการเมืองขณะนี้มีหลายรูปแบบ บางกลุ่มยังสร้างความกังขาและความไม่เข้าใจให้เกิดขึ้นในสังคม ขณะที่ทุกคนทุกฝ่ายพยายามช่วยกันประคับประคองบ้านเมืองให้ไปสู่ทิศทางที่ดีกว่าเดิมนั้น ปรากฏว่ามีบางกลุ่มออกมาเคลื่อนไหวในทิศทางที่กระทบต่อการดำเนินการในการที่จะทำ ให้ประเทศชาติบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ รวมทั้งเคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ของกลุ่มบุคคล มากกว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเพื่อประเทศชาติ พรรคไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวเพื่อประโยชน์ส่วนตน ขอเรียกร้องให้คณะบุคคลดังกล่าวคำนึงถึงประโยชน์ของบ้านเมืองด้วย
อะไรก็ตามที่ล้ำหน้ามวลชน เชื่อว่ามวลชนจะรับไม่ได้และจะไม่สนองตอบ ซึ่งที่จริง มีหลายเรื่องทั้งเรื่องเคลื่อนไหวให้ปลดนายกฯ และเรื่องอื่น ๆ ซึ่งผมคิดว่าเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจต้องจับตาอย่างใกล้ชิดและไม่ประเมินสถานการณ์ ที่สูงหรือต่ำเกินไป เพราะการประเมินสถานการณ์ที่ผิดพลาด จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ผิดพลาดนายองอาจ กล่าว
บิ๊กบัง ยืนข้างนายกฯสู้ต่อ
พล.อ.สนธิ ให้สัมภาณ์ถึงกลุ่มพีทีวีออกมาท้าทายให้นำมวลชนออกมาเผชิญหน้าว่า ตนหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความรุนแรง และต้องการความสมานฉันท์ เรื่องดังกล่าวสังคมและประชา ชนจะเป็นผู้ตัดสิน ส่วนกรณีที่กลุ่มพีทีวีจะฟ้องร้องในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้น ตนไม่กังวลอะไร ส่วนกรณีที่มีกระแสกดดันนายกฯให้ลาออกจากตำแหน่งนั้น ประธาน คมช. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่นายกฯต้องมีความหนักแน่น และกรณีที่หัวหน้าพรรคไทยรักไทย เรียกร้องให้ คมช. ประชุมแสดงจุดยืนที่จะไม่ปลด นายกฯนั้น เรื่องนี้คงแล้วแต่นโยบายใครนโยบายมัน ความเห็นใครความเห็นมัน คมช. ขอยืนยันที่จะสนับสนุนรัฐบาลและนายกฯ
เมื่อถามอีกว่า มีความเห็นอย่างไรที่มีผู้ระบุว่า การเคลื่อนไหวให้ปลดนายกฯ มาจาก กลุ่มพันธมิตรเดิมของรัฐบาลที่มีความขัดแย้งกัน พล.อ.สนธิ กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวต้องแยกแยะเนื้อหาสาระ ครม. และ คมช. เป็นไปได้ด้วยดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไร โดยเรื่องต่าง ๆ นายกฯทราบปัญหาดี และคงจะดำเนินการแก้ไขปัญหาเอง คมช.จะไม่เข้าไปแทรกแซง หรือให้ข้อเสนอแนะใดต่อรัฐบาล นอกจากข้อเสนอแนะเรื่องความมั่นคง
เยี่ยมชาวซิกข์ชูความสามัคคี
ที่ศาสนสถานดุรุดวาราซิกข์ ย่านพาหุรัด เขตพระนคร เวลา 10.30 น. พล.อ. สนธิ ได้เดินทางเข้าเยี่ยมชุมชนชาวซิกข์ ตามคำเชิญของสมาคมศรีคุรุสิงห์สภา พร้อมร่วมการประกอบพิธีกรรมของศาสนาซิกข์ และกล่าว กับชุมชนชาวไทยซิกข์ว่า ตนเห็นว่าทุกคนที่นี่รักและสามัคคีกัน อีกทั้งมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ศาสนาทุกศาสนาในประเทศไทยมีจุดมุ่งหมายตรงกัน คือ การทำความดี ตนรู้สึกดีที่มีโอกาสมาเห็นความสามัคคีของกลุ่มชาวไทยซิกข์ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ตรงกับจุดยืนของ คมช. คือ การทำให้ประเทศชาติมีความมั่นคง หากกองทัพจะสนับสนุนชุมชนชาวไทยซิกข์ในทางใดได้ ก็ยินดีที่จะสนับสนุน
พันธมิตรชิ่งไม่เกี่ยว ไชยวัฒน์
ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา เวลา 15.00 น. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวถึงจุดยืนของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยต่อกระแสการปลด พล.อ.สุรยุทธ์ โดยที่ผ่านมามีแกนนำพันธมิตรบางคนเข้าไปมีส่วนร่วมในการเสนอเรื่องดังกล่าวต่อประธาน คมช.ว่า ที่จริงกลุ่มของนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำกลุ่มสมัชชาประชาชนอีสาน 19 จังหวัด เป็นภาคีของทางภาคอีสาน ไม่ได้ไปในนามของแกนนำพันธมิตรฯและไม่ได้เป็นความเห็นของแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 คน แต่เป็นความเห็นอิสระของแต่ละส่วนโดยเฉพาะในภาคอีสาน อย่างไรก็ตามในส่วนของแกนนำพันธมิตรฯ ทั้ง 5 ก็มีความคิดอยู่เหมือนกันในการที่จะหาข้อสรุปหรือท่าทีต่อสถานการณ์ทางการเมืองทั่วไป ส่วนจะมีการออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมหรือไม่นั้น คิดว่ายังไม่มี ถ้าจะทำอะไรก็ต้องเป็นมติร่วมกันก่อน
นายสุริยะใส กตะศิลา หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า ตนได้คุยกับแกนนำพันธ มิตรทั้ง 5 คนแล้ว คิดว่าจะมีการประชุมก่อนจะมีการพิจารณาตัดสินคดียุบพรรคของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในช่วงปลายเดือน พ.ค. นี้คาดว่าน่าจะเป็นในช่วงหลังวันที่ 20 พ.ค. คงจะมีการประชุมอดีต 5 แกนนำพันธมิตรฯ เกี่ยวกับภารกิจ 4 ข้อของการรัฐประหารที่ยังมีความชัดเจนน้อยเกินคาดหมาย ซึ่งเครือข่ายของเราที่เคยต่อสู้กันมามีความอึดอัดใจกับรัฐบาลในเรื่องนี้ รวมทั้งจะมีการหารือเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญและม็อบต่าง ๆ ด้วย อย่างไรก็ตามเวลานี้ขอบอกว่าพันธมิตรฯได้ยุติบทบาทไปแล้ว แต่จะมีอะไรต่อไปหรือไม่นั้น ต้องรอการประชุม 5 แกนนำก่อน
อึดอัดระดับบิ๊กออกลีลา
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ตนไม่สบายใจที่ประธาน คมช. ออกมาพูดในภายหลังว่าถูกหลอก และไม่สบายใจที่นายกฯ ออกมาบิดเบือนว่าเป็นกลุ่มเสียผลประโยชน์ ถือเป็นวาทกรรมเดียวกับสมัย พ.ต.ท.ทักษิณ นอกจากนี้ยังไม่สบายใจไปอีกที่มีความคลาดเคลื่อนในสาธารณะว่าเป็นยุทธศาสตร์ปลดนายกฯที่อดีต 5 แกนนำมีส่วนรู้เห็น โดยมีนักธุรกิจคนหนึ่งถึงขั้นลงขันโค่นรัฐบาล ซึ่งเป็นการตีความที่เกินเลย ตนขอบอกว่าไม่มีใครมาสั่งพันธมิตรฯได้ และพวกเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงการทำงานของนายกฯ ที่ท่านเคยพูดไว้ที่ญี่ปุ่นแต่กลับมาที่เมืองไทยแล้วลืมหมดเลย อีกทั้งเรื่องของประเทศชาติท่านนายกฯต้องลงมาคลุกมากกว่านี้ อย่าลอยตัวเหนือความขัดแย้ง ถ้าลอยตัวเหนือความขัดแย้งก็จะกลายเป็นว่าท่านถูกกดดันทั้งจากฝ่ายอำนาจเก่าและฝ่ายพันธมิตรฯ
นายสุริยะใส ยังกล่าวถึงกรณีที่สมาชิกพรรคไทยรักไทยระบุว่า คมช.ร่วมมือกับพันธ มิตรฯ ในการปลดนายกรัฐมนตรีว่า เป็นเรื่องตลก วันนี้ คมช.เองก็ยังบอกว่าพันธมิตรฯ ถูกทางสมัชชาประชาชนอีสานหลอก อย่างไรก็ตามวิกฤติของประเทศถ้ามันมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ตนคิดว่า คมช. จะผลักภาระให้รัฐบาลไม่ได้ ต่อไปนี้ตนคิดว่าแรงกดดันของสังคมต่อ คมช.จะสูงขึ้น ทั้งโดยส่วนตัวตนและเท่าที่คุยกับแกนนำพันธมิตรฯ แต่ละคน จุดยืนในเรื่องการปลดนายกฯนั้น คิดว่าสถานการณ์เวลานี้ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวนายกฯ เพราะมีคำถามใหม่ที่ต้องตอบว่าเมื่อไล่ พล.อ.สุรยุทธ์ออกไปแล้วจะเอาใครมาแทน ซึ่งต่างจากตอนไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ตอนนี้ต้องประคองสถานการณ์และตรวจสอบรัฐบาลให้ปรับวิธีการทำงานอย่างไร
วอร์รูมตาปริบ ๆ นั่งดูไล่นายกฯ
นายประสาร มฤคพิทักษ์ โฆษกคณะกรรมการประชาสัมพันธ์ในภาวะวิกฤติและการประชาสัมพันธ์เชิงรุก (วอร์รูมรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่สมัชชาประชาชนอีสาน 19 จังหวัด รวมถึงแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบางคน ออกมาเคลื่อนไหวให้ปลด พล.อ.สุรยุทธ์ ออกจากตำแหน่งนายกฯว่า ทั้งรัฐบาล คมช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ชี้ แจงแล้วว่ารัฐธรรมนูญจะแล้วเสร็จ และสามารถเลือกตั้งได้ในวันที่ 16 ธ.ค. หรือวันที่ 23 ธ.ค. ซึ่งสังคมควรน้อมนำไปสู่การเลือกตั้ง การเปลี่ยนตัวนายกฯจะต้องเริ่มตั้งหลักใหม่ทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลทำให้การคืนอำนาจแก่ประชาชนต้องเลื่อนออกไปอีก
เมื่อถามว่า วอร์รูมรัฐบาลจะชี้แจงทำความเข้าใจกับกลุ่มที่ออกมาเรียกร้องให้เข้าใจอย่างไร นายประสาร กล่าวว่า เท่าที่ตนทราบกลุ่มดังกล่าวมีข้อเสนอเพียงว่าให้ คมช.ปลดนายกฯออก แต่ไม่ได้กำหนดเวลา คือให้ประธาน คมช.รับไปพิจารณาเท่านั้นเอง เบื้องต้นก็มีการประสานทำความเข้าใจกันแล้ว ทางกลุ่มดัง กล่าวก็มีจุดยืนของเขาที่เห็นว่าทางนายกฯ ยังใช้พลังไม่พอ จึงเสนอมาเช่นนี้ ก็ต้องเคารพความเห็นเขา เมื่อเสนอมาผู้ที่มีหน้าที่โดยตรงจะทำอย่างไร ต่างคนต่างมีความเห็นที่จะนำเสนอเหมือนกัน และไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร
สับเว็บไซต์ คมช.ใส่ร้าย แม้ว
นายนพดล ปัทมะ ทนายความ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เปิดเผยว่า เมื่อไม่นานมานี้ ตนได้ตรวจสอบข้อมูลในเว็บไซต์ www.cns.go.th ของ คมช. พบว่ามีการเสนอข้อมูลเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเชิงดูหมิ่น เกี่ยวกับเรื่องเงินกู้ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ที่ให้พม่ากู้ และระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ โกหกรายวันเกี่ยวกับเรื่องล็อบบี้ยิสต์ แต่เป็นเพียงแค่เอาข่าวหนังสือพิมพ์มาเรียง ๆ กัน และยังกล่าวถึงตนโดยมีรูปตนและบรรยายใต้ภาพว่า จอมเจ้าเล่ห์ ซึ่งเห็นแล้วก็น่าตกใจ เพราะอ่านดูแล้วเหมือนเป็นการกระทำของนักเลงโตทางการเมือง
นายนพดล กล่าวอีกว่า ถ้า พล.อ.สนธิ บริหารบ้านเมืองด้วยแนวทางลักษณะนี้แล้วจะสร้างความสมานฉันท์ได้อย่างไร ตนกำลังพิจารณาเพื่อฟ้องร้อง คมช. ทั้งคณะ และสำนักเลขาธิการ คมช. ในข้อหาหมิ่นประมาท โดยจะใช้เวลาร่างคำฟ้องประมาณ 2 อาทิตย์ และการฟ้องครั้งนี้ยืนยันว่า ไม่ใช่การทะเลาะไม่เลิก แต่เป็นการขอพึ่งบารมีศาลเพื่อให้หยุดใส่ร้ายและให้สังคมสงบ หากมีการนำข้อความเชิงลบเกี่ยวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ และตนออกไป ก็อาจพิจารณาไม่ฟ้อง ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่เห็นข้อความดังกล่าว
นพดล ฟ้อง เตมูจิน10 คดี
นายนพดล กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ตนจะฟ้องร้องนายชนาพัทธ์ ณ นคร แกนนำกลุ่มเตมูจิน ที่ออกมาระบุว่า ตนเกี่ยวข้องกับการตัดไม้ 1,700 ไร่ที่ป่าเขาหลวง จ.นครศรีธรรมราช และยังกล่าวหาตนว่ารับเงินจากนายประยุทธ มหากิจศิริ อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ร่วมกับพีทีวีกว่า 100 ล้าน เพราะเป็นความเท็จทั้งสิ้น ตนไม่โกรธนายชนาพัทธ์ เพราะรู้ว่าถูกจูงจมูกมา แต่พวกกุข่าวใส่ร้ายผู้อื่นก็เหมือนพยาธิที่ต้องกำจัดออกไปให้หายรำคาญ โดยตนจะฟ้องนายชนาพัทธ์ 10 คดี ทั้งแพ่ง-อาญาในสัปดาห์หน้า และจะนำเงินที่ได้บริจาคมูลนิธิเด็กปัญญาอ่อนให้หมด
โพลยังอุ้ม บิ๊กแอ้ด ทำงาน
สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต เปิดเผยผลการสำรวจความคิดในหัว ข้อ การปรับเปลี่ยนนายกรัฐมนตรี ในสายตาประชาชน โดยสำรวจกลุ่มตัวอย่างทุกสาขา อาชีพทั่วประเทศ 3,173 คน ระหว่างวันที่ 9-13 พ.ค. ผลปรากฏว่า ร้อยละ 33.04 ระบุว่า อยากให้ พล.อ.สุรยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ ร้อยละ 29.12 ระบุว่า เฉย ๆ ร้อยละ 16.47 ระบุว่า ค่อนข้าง อยากให้อยู่ต่อ มีเพียงร้อยละ 12.11 ที่ไม่อยากให้อยู่ต่อ และร้อยละ 9.26 ที่ระบุว่าไม่ค่อยอยากให้อยู่ต่อ
เมื่อถามว่า ประชาชนอยากให้รัฐบาลชุดนี้บริหารประเทศต่อไปหรือไม่ ผลปรากฏว่า ร้อยละ 28.67 ระบุว่าเฉย ๆ ร้อยละ 25.29 ระบุว่า อยากให้อยู่ต่อ ร้อยละ 17.63 ระบุว่าค่อนข้างอยากให้อยู่ต่อ มีเพียงร้อยละ 16.12 ที่ไม่อยากให้อยู่ต่อ และร้อยละ 12.29 ระบุว่า ไม่ค่อยอยากให้อยู่ต่อ ส่วนการปรับ ครม. ปรากฏว่า ร้อยละ 39.33 อยากให้ปรับทุกกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม เพราะทำงานล่าช้า ร้อยละ 24.33 ไม่อยากให้ปรับ โดยให้เหตุผลว่า รมต.แต่ละกระทรวงตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามมีกลุ่มตัวอย่างมากถึงร้อยละ 36.35 ที่ระบุว่า เฉย ๆ โดยให้เหตุผลว่าปรับไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะเหลือเวลาทำงานอีกไม่มาก
ค้านนิรโทษกรรมรัฐประหาร
ที่สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย นายณรงค์เดช สรุโฆษิต อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวในการอภิปรายโครงการวิพากษ์รัฐธรรมนูญครั้งที่ 2 เรื่อง ปัญหาองค์กรแก้ไขวิกฤติชาติ การนิรโทษกรรมและสิทธิเสรีภาพในร่างรัฐธรรมนูญฯว่า ตนผิดหวังผู้ที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี 2550 ทั้งตุลาการและนักวิชาการด้านกฎหมาย ทำการรับรองรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2549 ตามมาตรา 36 และตามประกาศของหัวหน้า คปค. เพื่อรองรับการกระทำต่าง ๆ ที่ชอบด้วยกฎหมาย ถือว่าเป็นรับรองการรัฐประหาร สิ่งร้ายแรงที่สุดคือการร่างที่ให้ชอบด้วยกฎหมายแต่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุด การเขียนเช่นนี้ศาลในระบอบตุลาการภิวัตน์จะรับ หรือกล้าตัดสินใจในประเด็นนี้ได้ขนาดไหน
นายณรงค์เดช กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมากฎหมายนิรโทษกรรมฉบับแรกมีการบัญญัติในธรรมนูญชั่วคราวมาตั้งแต่ปี 2515 รวมถึงปี 2519 2520 2521 และปี 2534 ที่มีการบัญญัติว่าการปฏิวัติการรัฐประหารชอบด้วยกฎหมาย โดยเฉพาะธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2534 ถือว่ามีความชั่วร้ายที่สุด เพราะยังมีการบัญญัติลงไปยังรัฐธรรมนูญฉบับถาวรปี 2534 ด้วย หากมองเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญในมาตรา 299 อาจจะเป็นการรองรับประกาศ คปค.บางฉบับ เช่น การตั้ง คตส. และที่สำคัญอาจจะเป็นการรองรับประกาศ คปค. ในการตัดสิทธิกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่ถูกตัดสิทธิ 5 ปี ภายหลังที่มีการยุบพรรคเพราะการกระทำย้อนหลังโทษทางอาญาไม่สามารถทำได้
ถ้าไม่แก้ไขเชียร์คว่ำ รธน.
นายกิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ร่างรัฐธรรมนูญ ปี 2550 เป็นร่างที่ไม่ควรยอมรับ เพราะหากยังคงบทบัญญัติในมาตรา 299 ที่กำหนดให้มีการนิรโทษกรรมเอาไว้ต้องถือว่าเป็นการทำลายระบบการปกครอง เหมือนกับต้องการสถาปนา คมช.ชั่วนิรันดร์กาล และจะกลายเป็นมหามิจฉา ทิฐิ เป็นการประกาศเหนือองค์กรอื่น หากผ่านการทำประชามติแล้ว คมช.ก็จะสามารถอ้างว่า คมช. เองยังมีสถานะอยู่ได้ตามรัฐธรรมนูญ ถือว่าเป็นการรับรอง คมช.ให้มีอำนาจไม่จำกัด อย่างไรก็ตามการนิรโทษกรรมแก่บุคคลที่ทำผิดข้อกฎหมายหรือฉีกรัฐธรรมนูญ สุดท้ายก็ถือว่าเป็นความไม่ชอบธรรม และส่งผลให้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความคิดเห็นอาจไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน
ขณะที่นายสมชาย ปรีชาศิลปกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าวว่า ตนมองว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับรับฟังความเห็นนั้น เป็นไตรอัปลักษณ์ เพราะมี 3 ประเด็นที่ไม่เหมาะสม ได้แก่ 1.ร่างรัฐธรรมนูญเป็นร่างฉบับหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมไปถึงลิดรอนความ เข้มแข็งของนักการเมือง และพรรคการเมือง รวมไปถึงลดอำนาจของประชาชนในการเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบอำนาจรัฐ 2.สร้างระบบอมาตยาธิปไตยฉบับใหม่ และ 3.ไม่ได้ใส่ใจการใช้อำนาจของประชาชนในเชิงรุกอย่างแท้จริง
สุชน อัดอย่าดูถูกประชาชน
ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา และประธานชมรมส.ว.2543-2549 พร้อมอดีต ส.ว.รุ่นเดียวกัน 50 คน ร่วมกันจัดสัมมนาเรื่อง ร่างรัฐธรรมนูญอย่างไรให้ผ่านประชามติ โดยนายสุชน กล่าวเปิดสัมมนาว่า การร่างรัฐธรรมนูญต้องใช้แนวทางประชาธิปไตย แม้ไม่ใช่แนวทางที่ดีที่สุดแต่ทุกคนเป็นเจ้าของการมีส่วนร่วม ส่วนการแก้ปัญหาด้วยวิธีอื่นยิ่งทำให้ประเทศชาติตกต่ำเสียเกียรติภูมิ ตนขอฝากผู้ร่างรัฐธรรมนูญ 35 อรหันต์ต้องฟังประชาชนมาก ๆ อย่าด่วนสรุปและคิดว่าประชาชนรู้ไม่เท่าทัน
จากนั้นมีการอภิปรายในหัวข้อดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมมีการตั้งข้อสังเกตในเรื่องการแบ่งเขตส.ส.เมื่อลดจำนวนจะแบ่งอย่างไร ส่วน ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อมีการเสนอว่าควรยกเลิก เรื่องของการสรรหา ส.ว.ซึ่งที่ประชุมเห็นว่าควรให้ส.ว.มาจากการเลือกตั้งสำหรับเรื่องบัญญัติศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติมีการนำมาพูดคุยเช่นกัน โดยสนับสนุนการแปรญัตติ รวมทั้งเรื่องการรวม กทช.และ กสช.เข้าด้วยกัน และเรื่องสำนักงานอัยการจะกลายเป็นองค์กรอิสระก็ควรมีความพยายามให้มีการแปรญัตติด้วย
ฝาก 3 เซียนรีบชง คมช.แก้ รธน.
นอกจากนี้ที่ประชุมยังเรียกร้องให้มีการนำร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 มาแก้ไขเพื่อประกาศใช้ และมีการฝากไปยัง 3 นักกฎหมายระดับประเทศให้ช่วยเสนอ คมช.ด้วย โดย พล.อ.สายหยุด เกิดผล ประธานพีเน็ต ที่เข้าร่วมสัมมนาได้อภิปรายสนับสนุนในประเด็นนี้ พร้อมระบุว่า หากร่างรัฐธรรมนูญผ่านไปประชามติเกรงว่าจะต้องเสียงบประมาณประชามติ 2 พันล้านบาท แล้วประชาชนไม่ให้ผ่าน ทางเครือข่ายฯจึงข้อเรียกร้องให้นำฉบับ 2540 มาปรับแก้และประกาศใช้เพื่อให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว
ส่วนนายสุชน ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า การกำหนดให้ ส.ว.มาจากการสรรหา สมาชิกส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย เพราะไม่ยึดโยงกับระบอบประชาธิปไตยและไม่มีความรับผิดชอบต่อประชาชน นอกจากนี้ แค่ ส.ส.ร.ตั้งตุ๊กตาว่าจะมีประธานองค์กรอิสระ 7 องค์กรมาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาวิกฤติประชาชนก็ไม่ยอมรับแล้ว เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องขี้เหร่กว่ารัฐธรรมนูญปี 40 เพราะว่าฉบับปี 40 ได้ออกแบบมาดีที่สุดโดยเฉพาะเรื่องของรัฐสภา ทางออกของประเทศในขณะนี้ว่าควรใช้แนวทางรัฐธรรมนูญปี 40 ให้มากที่สุด ประเด็นใดที่อยากจะเพิ่มอำนาจหรือตัดทอนอำนาจขอให้ดูแต่ละมาตราจะเร็วกว่า ถ้าเขียนใหม่หมดแล้วมัวแต่มานั่งเถียงกันความเสียหายก็เกิดแก่ประเทศชาติ
อัดกางปีกป้อง รธน.เกินเหตุ
ส่วนนายสุริยะใส กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราไม่สบายใจที่ กมธ. ยกร่างรัฐธรรมนูญบางท่าน มีท่าทีออกมาในทำนองทำตัวเป็นอรหันต์ปกป้องรัฐธรรมนูญฉบับนี้จนละเลยที่จะรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย และร้ายไปกว่านั้นตนคิดว่าต้องระวังในเรื่องการข่มขู่ประชาชนโดยจับเอาเรื่องของการนองเลือดมาเป็นข้ออ้างว่าถ้าไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก็อาจจะได้รัฐธรรมนูญฉบับของ คมช. หรืออาจทำให้เกิดเหตุการณ์นองเลือด หน้าที่ของ ส.ส.ร.และ กมธ. ยกร่างนั้นมีหน้าที่ฟังความคิดเห็น และทำให้ร่างรัฐธรรมนูญออกมาดีที่สุด อย่าข่มขู่ประชาชน
พีทีวีแฉรากเหง้าเผด็จการ
ที่สนามหลวง เมื่อเวลา 17.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มพีทีวีได้จัดชุมนุม ครั้งที่ 6 ในหัวข้อ เอกซเรย์รากเหง้าเผด็จการ โดยมีประชาชนทยอยเข้าร่วมฟังอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากทั้งตำรวจ ทหาร และเทศกิจหลายร้อยนาย เนื้อหาส่วนใหญ่ของการปราศรัยโจมตีการทำงานของคมช. โดยตอนหนึ่งมีการกล่าวถึงการที่มีนักธุรกิจใหญ่อยู่เบื้องหลังม็อบพันธมิตรฯ และสนับสนุนอยู่เบื้องหลังของอำนาจเผด็จการ โดยสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเคลื่อนไหวการขายหุ้นทีพีไอที่ ปตท. ถืออยู่คืนหุ้นละ 3.30 บาท ขณะที่ราคาหุ้น ปัจจุบันอยู่ที่ 5.9 บาท ถ้าจริงจะมีกำไรเกิดขึ้นกว่าหมื่นล้านบาท และขอให้เปลี่ยนตัวประธานบริหารทีพีไอด้วย แต่เรื่องดังกล่าวนายกฯไม่ยอมเพราะไม่ถูกต้อง จึงมีการขย่มนายกฯตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นายวีระ มุสิกพงศ์ ประธานกรรมการบริหารพีทีวี กล่าวว่า ในวันที่ 19 พ.ค. องค์กรภาคประชาชนจะจัดงานระลึกวีรชนพฤษภาทมิฬ ซึ่งกลุ่มพีทีวีจะเข้าร่วมด้วย จากนั้นวันที่ 20 พ.ค. พีทีวีจะเดินขบวนเป็นครั้งแรกจากสนามหลวงไปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และในวันที่ 31 พ.ค. จะจัดชุมนุมใหญ่ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า
ส่วนนายจตุพร พรหมพันธ์ รองประธาน บริหารพีทีวี ให้สัมภาษณ์ว่า หลังวันที่ 20 พ.ค. พีทีวีจะยื่นหนังสือเปิดผนึกถึง พล.อ.สนธิ ว่าพร้อมรับคำท้าหากการชุมนุมเต็มลานพระบรมรูปทรงม้าในวันที่ 31 พ.ค. จะลาออกหรือไม่ ถ้าไม่รับก็จะหามาตรการอื่นต่อไป นอกจากนี้ทราบมาว่ามีการเคลื่อนไหวเงิน 2 ล้านบาท กระจายให้ ผวจ.ทางภาคอีสาน เพื่อเกณฑ์คนต้อนรับแกนนำคมช. ขณะลงพื้นที่เพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่ามีคนสนับสนุน.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
