อธิบดีศาลอาญา เผย คุณหญิงพจมานเดินทางมาศาลวันนี้ (14พค.) นัดแถลงเปิดคดีเลี่ยงภาษีโอนหุ้นชินฯ(14พค.) นางจิราวรรณ สุญาณวนิชกุล อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา กล่าวถึงการเตรียมรักษาความปลอดภัย นัดแถลงเปิดคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกับพวกรวม 3 คน ตกเป็นจำเลยผิดฐานจงใจหลีกเลี่ยงชำระภาษีโอนหุ้น บริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น จำกัด ( มหาชน) จำนวน 738 ล้านหุ้น มูลค่ากว่า 546 ล้านบาทเศษ ตามประมวลรัษฎากร ม.37 (1)(2) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83 และ 91 ว่า การนัดแถลงเปิดคดีวันนี้ (14พค.) เวลา 13.30 น. ศาลอาญาไม่มีการเตรียมการรักษาความปลอดภัยให้เป็นพิเศษ ไม่ได้ประสานขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาดูความเรียบร้อย มีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลอาญาเท่านั้น
โดยเป็นการปฎิบัติไปตามปกติเหมือนคดีทั่วไป ไม่ได้ให้ความสำคัญอะไรมากนัก เพราะไม่ใช่คดีเกี่ยวกับความมั่นคงของประเทศ จำ เลยคงไม่หลบหนีไปไหน โดยการนัดพิจารณาคดีดังกล่าว ศาลอาญาจัดเตรียมห้องพิจารณาคดี704 ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดไว้ ซึ่งจะสามารถรองรับผู้เข้ารับฟังการพิจารณาได้มากประมาณ 300-400 คน
ทั้งนี้นายนพดล ปัทมะ ทนายความครอบครัวชินวัตร กล่าวว่า การนัดตรวจสอบพยานหลักฐานวันนี้ คุณหญิงพจมาน นายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ พี่ชายคุณหญิงพจมานและนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน จำเลยทั้งสามจะเดินทางไปฟังการพิจารณาคดีด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการปฎิบัติตามขั้นตอนกระบวนพิจารณาคดีอาญาที่การพิจารณาต้องกระทำต่อหน้าจำเลย โดยการพิจารณาคดีหากคุณหญิงพจมานกับพวก จะไม่เดินทางมาศาลร่วมฟังการพิจารณาได้ก็ต่อเมื่อมีการยื่นคำร้องต่อศาลขอสืบพยานลับหลังจำเลย ซึ่งจะต้องมีเหตุอันควรตามกฎหมาย ศาลจึงจะพิจารณาอนุญาต แต่ขณะนี้คุณหญิงพจมานกับพวกยังไม่ได้ยื่นคำร้องต่อศาลขอดำเนินให้กระบวนพิจารณาและการสืบพยานลับหลังจำเลย อย่างไรก็ดีการยื่นคำร้องดังกล่าวนั้นขณะนี้ไม่แน่ใจว่าจะยื่นคำร้องขอสืบพยานลับหลังในการนัดตรวจสอบพยานในวันนี้(14 พค.)หรือจะยื่นในวันในสืบพยานครั้งต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคดีนี้อัยการโดยนายพชร ยุติธรรมดำรง อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ อดีตประธานกรรมการบริหารชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน),คุณหญิงพจมาน ชินวัตรและนางกาญจนาภา หงษ์เหิน ร่วมเป็นจำเลยที่ 1-3 ในความผิดฐานร่วมกันหลีกเลี่ยงภาษีอากรโดยความเท็จ โดยฉ้อโกง โดยใช้กลอุบาย ตามประมวลรัษฎากร ม.37 (2)และร่วมกันแจ้งข้อความเท็จ ให้ถ้อยคำเท็จตอบคำถามด้วยถ้อยคำอันเป็นเท็จ โดยจงใจเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีอากร,ตามประมวลรัษฎากร ม.37 (1) ประกอบ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.รัษฎากร (ฉบับที่ 16) พ.ศ.2502 ม.14 และ พระราชบัญญัติให้ใช้บทบัญญัติ ป.รัษฎากร พ.ศ. 2481 ม.2,3 และประมวลกฎหมายอาญา ม.83, 91และ พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.อาญา ฉบับที่ 6 พ.ศ. 2526 ม.4
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
