กกต.ประชุมเตรียมความพร้อมเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.กำหนดรับสมัคร 1-5 ก.ย. กำหนดมาตรการคุมบัตรเลือกตั้งเข้มงวด ด้านฝ่ายสืบสวนฯเปิดรับแจ้งเหตุแล้ว คาดมีผู้ใช้สิทธิ 70 %วันที่ 25 สิงหาคม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ย ได้มีการประชุมเตรียมการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครฯ โดยมีนายประพันธ์ นัยโกวิทย กกต.ย ด้านบริหารการเลือกตั้งเป็นประธาน นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. และกกต.กทม. เข้าร่วมประชุม โดยนายประพันธ์ กล่าวว่า กรณีที่จะมีการแห่กลองยาวในวันเปิดรับสมัคร ให้ถือเป็นอำนาจหน้าที่ ของ กกต. กทม. ที่จะหารือกัน ว่าจะให้มีขบวนแห่กลองยาวหรือไม่ เพราะอำนาจในการจัดการเลือกตั้งผู้ว่ากทม.เป็นของกกต.กทม.ซึ่งกกต. กลางจะไม่เข้าไปก้าวก่าย
นายพงษ์ศักดิ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. กล่าวถึงแผนการเตรียมการจัดการเลือกตั้งว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า กกต. กทม. จะต้องเตรียมจัดการเลือกตั้งภายใน 45 วัน โดยได้กำหนดวันรับสมัครอย่างไม่เป็นทางการ วันที่ 1-5 กันยายน และจะลงคะแนนในวันที่ 5 ตุลาคม โดยกกต. กทม. ได้กำหนดหน่วยเลือกตั้งไว้ประมาณ 6,337 หน่วย และจะใช้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งชุดเดิมในการเลือกตั้งส.ส. ส.ว. พร้อมทั้งจะให้เจ้าหน้าที่กทม. มาร่วมเป็นสักขีพยาน เพื่อความชัดเจน
นอกจากนี้กทม.จะสนับสนุนงบประมาณในการเลือกตั้ง จำนวน 154 ล้านบาท เพื่อให้การจัดการเลือกตั้งเกิดความสะดวก เป็นธรรม และเป็นกลาง ส่วนการนับคะแนนยังคงใช้กฎหมายเดิม คือนับคะแนนที่เขตเลือกตั้ง ซึ่งกกต.กทม. ได้ซักซ้อมเตรียมความพร้อม ไว้หากประชาชนเกิดความสงสัย
ขณะที่นายวรภัทรย วงศ์ปราโมทย์ ผอ . ฝ่ายจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง กล่าวถึงการพิมพ์บัตรเลือกตั้งว่า กกต. กทม. ได้มีหนังสือแจงขอให้ ทางกกต. กลางจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง 4.5 ล้านฉบับ แต่เมื่อคำนวนผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 4.2 ล้านคน ก็จะต้องพิมพ์เกิน 7 % คือ 4.4 ล้านฉบับ โดยใช้วิธีจัดพิมพ์ในระบบจีทูจี ให้กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้จัดพิมพ์บัตร ซึ่งจะเริ่มพิมพ์ภายหลังปิดรับสมัครเลือกตั้ง ตั้งแต่วันที่ 6 -17 กันยายน
ทั้งนี้กกต.ได้ตั้งกรรรมการเพื่อควบคุมดูแลการผลิตและดูแลเก็บรักษาบัตร ในห้อง สตรองรูม (strong room) และจะประสานไปยัง กกต. กทม. ตั้ง กรรมการเสริมในการควบคุมการผลิต เพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ผู้สมัคร นอกจากนี้ยังตั้ง กรรมการรับมอบบัตรจำนวน 4.4 ล้านฉบับเพื่อกระจายไปตามเขตต่าง ๆ และรายงานมายัง กกต.
ทั้งนี้เมื่อเขตใดได้รับบัตรแล้วขอให้เก็บบัตรในที่ปลอดภัยเพราะมีหลายเขต ที่รับบัตรไปครบแต่พอประทับตรา แล้วบัตรเลือกตั้งกลับหลายไป 2-3 เล่ม
การจัดพิมพ์บัตรจะใช้กระดาษขนาดเอสี่ และจะพิมพ์เฉพาะเบอร์ผู้สมัครเพียงอย่างเดียว ไม่ควรมีชื่อและนามสกุลของผู้สมัคร เพราะจะมีปัญหา ให้ท้องถิ่นอื่นขอพิมพ์ชื่อและนามสกุลผู้สมัคร นายวรภัทร กล่าว
พ.ต.ท.จรุงวิทย์ย ภุมมาย รองเลขา ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กล่าวว่า ขณะนี้ทราบว่า กกต.กทม. ได้จัดตั้งชุดป้องปราม หาข่าวทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งในวันเลือกตั้งทางศูนย์อำนวยการข่าวของ กกต. จะเปิดรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ขอฝากไว้สองประเด็นคือ ปัญหาการนำบัตรประชาชนของผู้อื่นมาใช้สิทธิ์แทน และการจ่ายบัตรโดยเฉพาะเขตรอบหมู่ กรรมการประจำหน่วยจะแจกบัตรใช้สิทธิ์โดยที่ตัวเลขบัตรไม่ตรงกัน ซึ่งอุปสรรคดังกล่าวจะทำให้การเลือกตั้งไม่สุจริตด้วย
นายประพันธ์ กล่าวว่า ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ถือมีความสำคัญมาก ขอให้ถือเป็นหัวใจ ในการจัดการเลือกตั้ง เพราะบัตรเลือกตั้งมีค่ามากกว่าเงิน ห้ามหายและห้ามทำขาด ดังนั้น ทุกระบบที่ดูทุกขั้นตอนการผลิต การจัดพิมพ์บัตร รวมถึงการจัดเก็บ จะต้องมีความปลอดภัย เป็นอย่างดี ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. กำหนดไว้ว่า หลังจากวันเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. คนเก่าจะต้องส่งมอบงานให้ผู้ว่า กทม. คนใหม่ภายใน 7 วัน แต่มีประกาศ คปค. ฉบับที่ 32 ระบุว่า ให้ประกาศผลการเลือกตั้งท้องถิ่นภายใน 30 วัน ซึ่งขัดกับกฎหมายฉบับแรก ดังนั้น ขอให้ กกต. กทม. พิจารณาผู้ที่ได้รับเลือกตั้งให้เร็วที่สุด ถ้าเสนอมาภายใน 7 วันก็ดี เพราะยังอยู่ในระยะเวลา 30 วัน
นายประพันธ์ย กล่าวด้วว่า ถึงกรณีการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า วันนี้ได้เชิญ กกต. กทม. มาเพื่อหารือเกี่ยวกับการเตรียมการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่าแต่ละฝ่ายมีความพร้อมอย่างไร ซึ่งเท่าที่ทราบเบื้องต้นก็ได้มีการวางแผนงานเอาไว้แล้ว แต่ก็ต้องมาซักซ้อมกันอีกครั้งหนึ่ง เพราะต้องมีการประกาศอย่างเป็นทางการ ว่าจะรับสมัครและเลือกตั้งได้เมื่อไหร่
แต่เท่าที่ดูภาพรวมไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะทุกฝ่ายได้เตรียมความพร้อมอยู่แล้ว ส่วนผู้สมัครที่ได้มีการเปิดตัวไปบ้าง เช่น ป้ายต่างๆ ต้องอย่าลืมนำมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง ด้วยเพราะอาจจะมีปัญหาได้ในภายหลัง อย่างไรก็ตามในการเลือกตั้งท้องถิ่น กฎหมายไม่ได้ห้ามผู้สมัครสังกัดพรรคการเมือง หรือมีพรรคการเมืองสนับสนุน
ทั้งนี้ ในการจัดการเลือกตั้ง กกต.เน้นย้ำความเป็นกลาง และข้าราชการที่เกี่ยวข้องก็ขอให้วางตัวเป็นกลาง เพราะมีมติ ครม. อยู่ คือจะต้องไม่ทำอะไรที่เป็นคุณเป็นโทษกับผู้สมัคร ไม่ช่วยเหลือผู้หนึ่งผู้ใดโดยไม่ถูกต้อง เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติทุกคนต้องปฏิบัติด้วยความเป็นกลาง
ทั้งนี้ เชื่อว่าประชาชนจะให้ความสนใจการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. มาก เพราะเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญ และกทม. ก็เป็นเมืองหลวง มีงบประมาณที่ต้องบริหารกว่าหมื่นล้านบาท ดังนั้นถ้าได้ผู้บริหารที่ดีก็จะเป็นประโยชน์ต่อกทม.
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลสถิติการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อปี 2547 มีประชาชนออกมาใช้สิทธิ 62 % ซึ่งการเลือกตั้งคราวนี้ก็อยากจะรณรงค์เชิญชวนให้ออกมาใช้สิทธิให้ถึง 70 %
หมายจับกับบรรจง : รุมยำเกือบตายเพราะยิงหมาคนรวย
เรื่องการใช้อิทธิพลอย่างป่าเถื่อนยังคงมีให้เห็นในสังคมไทยอยู่ตลอดครับ ล่าสุดที่ จ.อ่างทอง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น เมืองเล็ก แต่คนใหญ่ มีกรณีชาวบ้านถูกกลุ่มลูกสาวของเศรษฐินีเงินกู้รายใหญ่รายหนึ่งในจังหวัดรุมทำร้ายปางตาย โดยมีสาเหตุแค่ไม่พอใจที่สุนัขเลี้ยงไว้ถูกยิงด้วยหนังสติ๊ก เพราะไปวิ่งไล่กัดชาวบ้าน !!!
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
