หน้าแรก

ข่าว

หาเพื่อน

เกมส์ เกม

บอร์ด เกมส์

แฟชั่น เสื้อผ้า

เว็บทั่วโลก

ซื้อ ขาย

หางาน

สมัครงาน
กิ๊กก๊อก ข่าว  
  ข่าว บันเทิง
  ข่าว สังคม
  ข่าว การเมือง
  ข่าว อาชญากรรม
  ข่าว เศรษฐกิจ
  ข่าว อสังหาริมทรัพย์
  ข่าว การศึกษา
  ข่าว เทคโนโลยี
  ข่าว ท่องเที่ยว
  ข่าว กีฬา
  ข่าว ไลฟ์สไตล์
  ข่าว ต่างประเทศ

กิ๊กก๊อก Link  
หางาน - สมัครงาน - งาน - งานราชการ


อัยการยื่นศาลฎีกายึด7.6หมื่นล้าน ทักษิณระบุเอื้อประโยชน์ชิน สรรพากรยันปลอด ใบสั่ง

อัยการสูงสุดยื่นศาลฎีกาฯนักการเมือง ให้ริบเงินทักษิณ 7.6 หมื่นล้าน ระบุชัดเอื้อประโยชน์ ชินคอร์ป-ครอบครัว แถมให้ศาลออกหมายเรียก แม้ว มาฟังพิพากษายึดด้วย ส่วนสรรพากรปัดใบสั่ง อ้างทวง 1.2 หมื่น ล.เรื่องปกติ รอศาลไม่ได้ แต่ โอ๊ค-เอม เป็นหนี้ภาษีอยู่ หากไม่ทำอาจผิด กม. เลี้ยบ โต้เอื้อประโยชน์ ชินวัตร ฟ้องศาลริบเงินแม้ว7.6หมื่นล.แล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 25 สิงหาคาม ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ นำสำนวนเอกสารหลักฐานพร้อมคำร้อง 125 หน้า ที่นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติ และได้มาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวมของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 76,621,603,061.05 บาท พร้อมดอกผล ตกเป็นของแผ่นดิน

ตามฟ้องโจทก์สรุปว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่ สั่งการ มอบนโยบาย รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐและหน่วยงานของรัฐภายใต้บังคับบัญชา หรือกำกับดูแลของผู้ถูกกล่าวหากระทำการที่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่บริษัท ชิน คอร์ปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือเป็นจำนวนมาก ทำให้บุคคลในครอบครัวและผู้ใกล้ชิดซึ่งถือหุ้นในบริษัทดังกล่าวได้ประโยชน์

ก่อนที่จะขายหุ้นให้กับกลุ่มเทมาเส็ก ของประเทศสิงคโปร์ โดยมีบริษัท ซีดาร์โฮลดิ้งส์ จำกัด และบริษัท แอสแพนโฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นนิติบุคคลต่างด้าว เป็นผู้ซื้อ เป็นจำนวนเงินสุทธิหลังจากหักค่าใช้จ่ายแล้ว รวม 69,722,880932.05 บาท ซึ่งตั้งแต่ 2546-2548 บริษัท ชินคอร์ปได้จ่ายเงินปันผลตามหุ้นจำนวนดังกล่าวรวมเป็นเงินจำนวนทั้งหมด 6,898,722,129 บาท รวมเป็นเงินที่ได้รับจากหุ้นดังกล่าวทั้งหมด 76,621,603,061.05 บาท เงินจำนวนดังกล่าวจึงเป็นทรัพย์สินที่ได้มาเนื่องจากการกระทำที่เป็นการขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคลและประโยชน์ส่วนรวม และเป็นกรณีที่ได้ทรัพย์สินมาโดยไม่สมควรสืบเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหน้าที่อันเป็นการร่ำรวยผิดปกติ จึงขอให้ศาลสั่งให้ทรัพย์สิน 76,621,603,061.05 บาท พร้อมดอกผลให้ตกเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ป.ป.ช. พ.ศ.2542 ม.80

นอกจากนี้ ในท้ายคำร้อง อัยการสูงสุดยังขอให้ศาลออกหมายเรียก พ.ต.ท.ทักษิณมาพิจารณาพิพากษายึดทรัพย์สินดังกล่าวทั้งหมด ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป

*** คลิกดู ... คำฟ้อง ทักษิณ ร่ำรวยผิดปกติ อัยการยื่นต่อศาลฎีกา ขอยึด7.6 หมื่นล้าน คืนแผ่นดิน

ภายหลังนายเศกสรรค์กล่าวกรณีที่กรมสรรพากรขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์โอนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทให้ว่า เรื่องยังไม่ยื่นมาที่อัยการ แต่ถ้าจะยื่นเข้ามาก็จะพิจารณาและรายงานให้อัยการสูงสุดทราบเพื่อพิจารณาต่อไป

สรรพากรอ้างทวง1.2หมื่นล.ปกติ

ด้านนายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร เรียกประชุมผู้บริหารกระทรวง ประกอบด้วย นายพิชาติ เกษเรือง รักษาการที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ กลุ่มธุรกิจพลังงาน นายสาธิต รังคสิริ รักษาการที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินการธนาคาร และโฆษกกรม นางเสาวนีย์ กมลบุตร ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ นางรวิฐา พงษ์นุชิต และนายอัษฎางค์ ศรีศุภรพันธ์ รองอธิบดีกรมสรรพากร เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม ที่กรมสรรพากร เพื่อหารือกรณีทำหนังสือถึงธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ที่รับฝากเงินจากตระกูลชินวัตร ที่ถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีคำสั่งอายัด ให้แก่กรม อ้างว่าเนื่องจากมีคำสั่งเรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ทายาทอดีตนายกรัฐมนตรีประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ที่เกิดจากบริษัทแอมเพิลริช อินเวสเมนต์ ขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้บุคคลทั้งสองมีกำไรกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท ท่ามกลางกระแสข่าวมีความพยายามช่วยเหลือให้ได้รับเงินภาษีที่เรียกเก็บคืนในชั้นคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษี

นายสาธิตแถลงหลังการประชุมที่ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ว่าตามที่ได้มีข่าวในสัปดาห์ที่ผ่านมาเกี่ยวกับเงินอายัดทรัพย์สินของผู้ค้างภาษีอากร โดยข้อเท็จจริงแล้วไม่ใช่การคืนเงินทั้งสิ้น แต่เป็นหน้าที่ปกติเมื่อผู้เสียภาษีอากรรายใดเป็นหนี้ค้างต่อกรมสรรพากร ก็จะต้องอายัดทรัพย์ หากเป็นเงินก็ต้องอายัดเงิน โดยแจ้งให้ธนาคารเป็นผู้ดำเนินการอายัด ถ้าเป็นทรัพย์อย่างอื่นก็ต้องผ่านกระบวนการประมูล จากนั้น จะแจ้งให้นำส่งเงินเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน

อ้างหากไม่ทำอาจโดนฐานละเว้น

โดยในกรณีของผู้ค้างภาษีอากรตามที่เป็นข่าว กรมสรรพากรก็ดำเนินการตามกระบวนการปกติโดยมีหนังสือแจ้งไปยังธนาคารไทยพาณิชย์ครั้งแรก เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2551 ว่าให้นำเงินส่งแผ่นดิน แต่เนื่องจากยังไม่ได้นำส่งทำให้ต้องแจ้งกลับไปยังธนาคารที่เป็นผู้อายัดไว้เป็นครั้งที่ 2 เพื่อให้ธนาคารนำส่งเป็นรายได้เข้าแผ่นดิน โดยแจ้งเงินต้น อัตราดอกเบี้ย 1.5% ต่อเดือน และค่าปรับจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งตัวเลขที่เปลี่ยนแปลงจริงๆ เป็นเรื่องของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นตามวันที่ติดค้างหนี้

ในส่วนของผู้เสียภาษีหากในอนาคตมีการตัดสินแล้วว่ามีความผิดจริง เงินเหล่านี้ก็เป็นรายได้แผ่นดินไปก่อนแล้ว แต่ถ้าตัดสินแล้วไม่มีความผิด กรมสรรพากรก็จะคืนเม็ดเงินให้ ทั้งหมดจึงถือเป็นขั้นตอนการดำเนินการตามปกติของกฎหมาย ที่ปฏิบัติเช่นเดียวกันทุกราย ไม่ได้ดำเนินการเฉพาะรายนี้รายเดียว และในกรณีที่ได้เงินมาแล้วจะต้องนำส่งเข้ารัฐทันที ดังนั้น หากกรมสรรพากรไม่เร่งดำเนินการจะถือเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และก่อให้เกิดความเสียหายแก่กรมสรรพากรได้

อ้างทำตามกม.ไม่มีบิ๊กสั่งการ

ส่วนกรณีที่มีผู้ตั้งข้อสังเกตการดำเนินการเรื่องนี้เป็นคุณต่อครอบครัวชินวัตรมากกว่าประเทศชาติ นายสาธิตกล่าวว่า ขณะนี้คืออำนาจ คตส.หมดไปแล้ว กรมสรรพากรก็เห็นว่าทรัพย์มันลอยอยู่ ถ้าไม่ดำเนินการจะเป็นการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ จึงได้มีหนังสือไปในทันทีเพื่อแจ้งธนาคาร ไม่ใช่แจ้งเดี๋ยวนี้ แต่แจ้งไปก่อนล่วงหน้าแล้วครั้งหนึ่ง แต่ถึงวันนี้ ตัวเลขเปลี่ยน ดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น จึงต้องแจ้งตัวเลขใหม่ให้ทราบตามกฎหมาย ว่าต้องนำส่งให้เป็นรายได้แผ่นดิน เพราะโดยหลักการธนาคารจะต้องส่งเรื่องกลับมา หากธนาคารมีเหตุผลอื่นก็ต้องแจ้งให้ทราบ เพื่อที่ว่ากรมสรรพากรจะได้พิจารณา

ผมยืนยันว่า มาตรฐานที่กรมสรรพากรใช้ในกรณีนี้เหมือนกันกับกรณีอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียภาษีรายได้ บริษัทอื่นๆ ที่มีหนี้ภาษีค้างอยู่กับกรมสรรพากรก็ปฏิบัติตามนี้ ถ้าเรารอศาลก่อนคงไม่ได้ เพราะในแนวทางปกติหากใครเป็นหนี้กรมก็ต้องอายัดและยึด หากจะบอกว่าอย่าเพิ่งยึด รอศาลตัดสินก่อน อย่างนี้คงจะไม่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ดังนั้น เราต้องยึดมาก่อน ส่วนถ้าศาลบอกว่าถูกหรือผิดก็ต้องว่าตามศาล ในรายทั่วไปก็เป็นอย่างนี้ อย่าพยายามไปยึดว่าเป็นบริษัทของใคร เงินของใคร นายสาธิตกล่าว

นายสาธิตกล่าวว่า กระแสข่าวการส่งหนังสือไปยังธนาคารพาณิชย์เพื่อเรียกคืนเงิน เนื่องจากมีผู้ใหญ่สั่งการ ตนมองว่าเป็นทั้งหมดเป็นการดำเนินการตามกฎหมายปกติเท่านั้น

บอกไม่ได้รายงานให้ เลี้ยบ ทราบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ในการส่งจดหมายแจ้งทั้งสองครั้ง อธิบดีกรมสรรพากรทราบหรือไม่ นายสาธิต กล่าว รับทราบโดยการแจ้ง ซึ่งจดหมายแจ้งครั้งแรกมีสรรพากรภาค 3 ที่ได้รับอำนาจจากอธิบดีเป็นผู้ดำเนินการ ครั้งที่สองเป็นคำถามจากข้างนอกมาถึงอธิบดีโดยตรง แต่เนื่องจากอธิบดีติดงานที่ประเทศญี่ปุ่น จึงมอบอำนาจให้นายอัษฎางค์ ผู้รักษาการแทน ดำเนินการแทน

ที่ถามกันมากว่าเป็นการกระทำที่เกินหน้าที่รักษาการหรือไม่ ผมคิดว่าไม่เกิน เพราะเป็นหน้าที่ปกติของกรมสรรพากรที่ต้องยึดอายัดอยู่แล้ว และนำเงินส่งแผ่นดิน โดยแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เหมือนกันทั้งสองครั้ง ในนั้นก็ระบุจำนวนเงินที่เป็นหนี้และเบี้ยปรับ ค่าปรับ และเงินเพิ่ม พร้อมทั้งกำหนดให้นำส่งเข้าเป็นรายได้แผ่นดิน นายสาธิตกล่าว

เมื่อถามว่าได้รายงานให้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทราบถึงการทำงานหรือไม่ โฆษกกรมสรรพากรกล่าวว่า เป็นการดำเนินการตามระเบียบปกติ ไม่จำเป็นต้องรายงานถึงระดับสูงขนาดนั้น

ส่วนกรณีที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ร่ำรวยผิดปกติ ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กรมสรรพากรจะหยุดดำเนินการทุกอย่าง เพื่อรอคำสั่งศาลหรือไม่ นายสาธิตกล่าว ทั้งหมดอยู่ที่การตัดสินของผู้ที่มีอำนาจในเรื่องนี้ แต่คงไม่ใช่กรมสรรพากร เพราะกรมทำตามหน้าที่เมื่อเงินลอยอยู่ และเป็นหนี้กรมสรรพากร ก็ต้องเรียกเก็บเอาเงินเข้ารัฐ ซึ่งศักดิ์ศรีของกฎหมายก็เท่าๆ กัน

ส่วนกรณีที่นางรวิฐาระบุว่า หากธนาคารไทยพาณิชย์ไม่ดำเนินการส่งเรื่องกลับมาภายใน 15 วัน กรมสรรพากรจะฟ้องร้อง นายสาธิตกล่าว กระบวนการที่กล่าวถึงถือเป็นขั้นตอนตามปกติ แต่ถ้าธนาคารมีเหตุผลแจ้งมา ก็ต้องฟัง

จี้2รองอธิบดีแจงขีดเส้นตายแบงก์

แหล่งข่าวจากที่ประชุมผู้บริหารกรมสรรพากรแจ้งว่า นายศานิตสอบถามนางรวิฐาถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่นายศานิตเดินทางไปปฏิบัติภารกิจต่างประเทศว่า ทำไมถึงมีการออกหนังสือจากกรมไปยังธนาคารไทยพาณิชย์เพื่อขอเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทคืน นางรวิฐาชี้แจงว่า ทั้งหมดเป็นการดำเนินงานตามหน้าที่ของกรม คือการทำหนังสือขอให้ธนาคารไทยพาณิชย์ตอบเรื่องกลับมาภายใน 15 วัน นายศานิตซักถามต่อว่า เมื่อกฎหมายกำหนดเวลาชัดเจนภายใน 15 วัน เหตุใดจึงกำหนดให้ธนาคารต้องส่งเงินกลับคืนมาภายในวันที่ 22 สิงหาคม ขณะที่นางรวิฐาไม่สามารถชี้แจงได้ นายศานิตจึงสั่งการให้นางรวิฐาน และนายอัษฎางค์ ซึ่งเป็นผู้ลงนามหนังสือฉบับที่สอง ไปรวบรวมข้อมูลและรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมดและนำกลับมาชี้แจงต่อนายศานิตภายใน 1-2 วัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนมากที่สุด

สุรพงษ์ โต้ครหาเอื้อ ชินวัตร

นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการดำเนินการตามกระบวนการปกติ เพราะอยู่ในช่วงสุญญากาศที่ไม่มีใครตอบได้ว่าเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ คตส.อายัดไว้จะต้องดำเนินการต่อไปอย่างไร หากกรมสรรพากรไม่ทำอาจเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้ และการที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ส่งเงินกลับมาเท่ากับเห็นต่างกัน และต้องนำไปตีความให้เป็นบรรทัดฐานต่อไป

นพ.สุรพงษ์กล่าวกรณี มีผู้ตั้งข้อสังเกตการดำเนินงานขณะนี้จะเอื้อประโยชน์ให้กับครอบครัวชินวัตรในการยักย้ายเงินออกไป ว่าทั้งหมดเป็นเพียงการตั้งประเด็นที่ทำให้เรื่องดูซับซ้อนเท่านั้น เรื่องนี้ต้องให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการกรมสรรพากรที่ดำเนินการ และให้ดูเป็นกรณีๆ ไป นอกจากนี้ การดำเนินการใดๆ ก็สามารถตรวจสอบได้ในทุกขั้นตอน

ไทยพาณิชย์รอคำสั่งจาก2หน่วย

ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ออกแถลงการณ์ชี้แจงว่า ทางธนาคารได้ทำคำร้องไปยังศาลปกครองและสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความกระจ่างในการปฏิบัติกรณีดังกล่าว โดยขณะนี้ยังรอคำวินิจฉัยอยู่ ซึ่งธนาคารจะต้องพิจารณาเรื่องอย่างระมัดระวังและรอบคอบ ทั้งนี้ ธนาคารจะจัดประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ธนาคารเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ ระหว่างนี้ธนาคารจะยังคงเก็บรักษาเงินในบัญชีดังกล่าวอยู่

นายอานันท์ ปันยารชุน นายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ธนาคารต้องรอคำชี้แจงจากหน่วยงานที่ธนาคารส่งหนังสือไปว่าธนาคารควรยึดคำสั่งของฝ่ายใดระหว่างกรมสรรพากร และ คตส. ซึ่งธนาคารพร้อมที่จะปฏิบัติตามอยู่แล้ว แต่คำสั่งของสองหน่วยงานมีความขัดแย้งกัน ธนาคารจึงไม่สามารถตัดสินใจเองได้ว่าคำสั่งของหน่วยงานใดเป็นคำสั่งที่ถูกต้องที่สุด จึงต้องรอความชัดเจนซึ่งยังไม่ทราบว่าจะมีการชี้แจงกลับมาเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ธนาคารยังคงเก็บเงินไว้ที่ธนาคารตามเดิมอยู่

เผยชินวัตรฝากใบโพธิ์3.9หมื่นล.

ผู้สื่อข่าวถามเหตุใดกรมสรรพากรจึงเลือกเรียกเงินจากไทยพาณิชย์ทั้งที่เงินของตระกูลชินวัตรมีอยู่ในสถาบันการเงินหลายแห่ง นายอานันท์กล่าวว่า อาจเป็นเพราะเงินที่อยู่ในสถาบันการเงินแห่งอื่นมีไม่ถึงจำนวนที่เรียกเก็บ ซึ่งเงินของตระกูลชินวัตรอยู่ที่ธนาคารมากที่สุดประมาณ 39,000 ล้านบาท ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่เกี่ยวกับการที่ธนาคารมีนายศานิตนั่งเป็นกรรมการธนาคารแต่อย่างใด โดยที่ผ่านมาธนาคารได้หารือร่วมกันกับนายศานิตมาโดยตลอด ส่วนกรณีที่เกิดคำถามว่า การเรียกเงิน 12,000 ล้านบาทในกรณีนี้จะมีนัยแอบแฝงหรือไม่นั้น นายอานันท์กล่าวว่า เห็นว่าเป็นเพียงเกมฟุตบอลทางการเมืองมากกว่า

ป.ป.ช.ถกหนังสือหารือไทยพาณิชย์

นายกล้านรงค์ จันทิก โฆษก ป.ป.ช.เปิดเผยว่า ได้รับหนังสือจากธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ส่งมาสอบถามถึงกรณีที่กรมสรรพากรขอให้ถอนคำสั่งอายัดเงินจำนวน 12,000 ล้านบาท ในส่วนของนายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทาเพื่อนำไปคำประกันการชำระหนี้ภาษีจากการขายหุ้นชินของบุคคลทั้ง 2 แล้ว โดยจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุม ป.ป.ช.วันที่ 26 สิงหาคมนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจน โดยก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.เคยมีมติไปแล้วว่า ไม่มีอำนาจในการอายัดและเพิกถอนการอายัดทรัพย์จากมติ คตส. หมายความว่าคำสั่งอายัดยังมีผลอยู่

นายกล้านรงค์กล่าวว่า หากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 76,000 ล้านบาทในคดีร่ำรวยผิดปกติ ตกเป็นของแผ่นดิน การชำระหนี้ภาษีของนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทาก็ยังคงต้องจ่ายคืนอยู่ โดยแยกส่วนจากคดีร่ำรวยผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ขึ้นอยู่กับศาลฎีกาฯว่าจะยึดทรัพย์เพียงบางส่วนหรือไม่ หากยึดเพียงบางส่วนก็สามารถนำส่วนที่เหลือมาจ่ายค่าภาษีได้

นายเมธี ครองแก้ว กรรมการ ป.ป.ช.กล่าวว่า เป็นอำนาจของธนาคารไทยพาณิชย์ที่จะตัดสินใจว่าจะคืนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทให้กรมสรรพากรหรือไม่ ไม่เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. เพราะ ป.ป.ช.ไม่มีอำนาจในการเพิกถอนคำสั่งอายัดทรัพย์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ไม่มั่นใจว่า กรมสรรพากรจะมีอำนาจขอคืนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทจากธนาคารไทยพาณิชย์ได้หรือไม่





ข้อมูลจาก มติชน


Tag : ทักษิณ ซึ่ง หมื่นล้านบาท ชินวัตร นายสาธิต มหาชน นายสาธิตกล่าว การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ล้านบาท การขัดกันระหว่างประโยชน์ส่วนบุคคล หมื่นล้าน



Giggog.com © copyright 2003-2008 All right reserved. contact us : webmaster@giggog.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | bestdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | . Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob