โฆษกสรรพากรแถลงทำหนังสือถึงแบงก์ไทยพาณิชย์ขอถอนอายัดทรัพย์ คดีเลี่ยงภาษี 1.2 หมื่นล้านบาท ตามกรอบกฎหมายสรรพากรโอ๊ค-เอม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในวันนี้ นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร ได้เรียกประชุมคณะผู้บริหารระดับสูง ทั้งรองอธิบดีทั้ง 2 คน และที่ปรึกษากรมสรรพากร เป็นกรณีเร่งด่วน หลังจากเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา นายอัษฎางค์ ศรีศุภรพันธ์ รองอธิบดีกรมสรรพากร ได้ลงนามในหนังสือถึงธนาคารไทยพาณิชย์ ให้ถอนอายัดทรัพย์นายพานทองแท้ และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร จำนวน 12,000 ล้านบาท เพื่อนำมาชำระภาษีให้กับกรมสรรพากร ซึ่งเป็นช่วงที่นายศาณิต ปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศญี่ปุ่น
ทั้งนี้ มีรายงาน นางรวิฐา พงษ์นุชิต รองอธิบดี รักษาราชการแทน โดยนายศาณิต จะแถลงข่าวผลการประชุมด้วยตนเองในเวลา 14.000 น.หลังจากที่สื่อมวลชนให้ความสนใจกับการออกคำสั่งดังกล่าวมาก
ขณะที่วันนี้นายอานันท์ ปันยารชุน นายกกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ ได้เรียกประชุมคณะผู้บริหารที่เกี่ยวข้องในช่วงบ่าย หลังจากวานนี้ได้ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ จะยังเก็บรักษาเงินในบัญชีดังกล่าวไว้ พร้อมกับทำคำร้องไปยังศาลปกครอง และทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. และสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อขอความกระจ่างในการปฏิบัติ ในระหว่างนี้ธนาคารจะยังคงเก็บรักษาเงินในบัญชีดังกล่าวอยู่
ด้านนายสาธิต รังคสิริ โฆษกกรมสรรพากร แถลงว่ากรมสรรพากรได้ทำเรื่องเพื่อให้ธนาคารที่ได้ดำเนินการอายัดทรัพย์ของนายพานทองแท้ และนางสาวพินทองทา ชินวัตร ภายใต้คำสั่งของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.)นำส่งเงินภาษีอากรค้างบวกเบี้ยปรับเงินเพิ่ม วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ให้กับกรมสรรพากร
"กรมสรรพากรดำเนินการแจ้งธนาคาร ให้นำส่งหนี้ภาษีอากรค้าง วงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทไปแล้วเมื่อวันที่ 22 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งกรมสรรพากร มองว่า เมื่อ คตส.พ้นไปทรัพย์ดังกล่าวยังลอยอยู่ จึงจำเป็นให้ธนาคารส่งเงินภาษีอากรค้างให้กับทางกรม"
การดำเนินการดังกล่าว เป็นไปตามอำนาจและหน้าที่ของกรมสรรพากรภายใต้กฎหมายซึ่งจะต้องดำเนินการเรียกร้องให้มีการนำส่งภาษีอากรค้างสำหรับผู้เสียภาษีทุกรายที่มีภาษีค้าง
ส่วนในขั้นตอนต่อไป ธนาคารมีสิทธิจะหารือในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องว่าสามารถนำส่งเงินภาษีอากรจำนวนดังกล่าวให้กับกรมสรรพากรได้หรือไม่ และคงแจ้งเหตุผลข้อกฎหมายมา เนื่องจากในขณะนี้ทั้ง 2 หน่วยงาน คือ คตส.และกรมสรรพากรมีอำนาจในการเรียกทรัพย์สินได้
ภาพ ; ไทยรัฐ