อภิหลักฐาน180ลัง!! ส่งฟ้องยึดทรัพย์ แม้ว-ครอบครัว ไทยพาณิชย์ ให้บอร์ดเคาะถอนอายัด หลังสรรพากรขู่ฟัน อัยการ ใช้ 6 ล้อขนหลักฐาน 180 ลัง ยื่นฟ้องศาลยึดทรัพย์ ทักษิณ-ครอบครัว 7.6 หมื่นล้าน ขู่ใครยักย้ายเงินก่อนพิพากษาผิดอาญา ระบุคดีแพ่งพิจารณาลับหลังได้ ไทยพาณิชย์ ให้บอร์ดแบงก์เคาะถอนอายัด 1.2 หมื่น ล. หลังสรรพากรขู่ฟัน กม.ครอบครัวชินวัตร
ขอบคุณภาพประกอบ : จากหนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก
นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด (อสส.) ลงนามคำฟ้องยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้ว ทั้งนี้ นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดีคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ว่า ขณะนี้คณะทำงาน เสนอคำฟ้องที่สมบูรณ์ ซึ่งมีรายละเอียด 124 หน้า ให้อัยการสูงสุดพิจารณาเพื่อลงลายมือชื่อเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณเป็นจำเลย ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ที่จะยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินบัญชีเงินฝากของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว รวม 16 บัญชีในธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงิน รวม 7.6 หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยที่ได้จากเงินฝากนั้นตกเป็นของแผ่นดินแล้ว
ชี้ยักย้ายทรัพย์ก่อนตัดสินเจออาญา
"ผมมอบหมายให้นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และคณะ เป็นผู้นำคำฟ้อง สำนวนพยานหลักฐานในชั้น คตส.ที่มีจำนวนมาก ไปยื่นต่อศาลฎีกาฯ วันที่ 25 สิงหาคม ในการยื่นคำฟ้องนั้น อัยการไม่จำเป็นต้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามยักย้ายทรัพย์สินอีก เพราะที่ผ่านมา คตส.มีคำสั่งอายัดทรัพย์ไว้อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง อีกทั้งเมื่อคดีกำลังจะเข้าสู่ศาล หากศาลไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นทรัพย์สินก็ต้องถูกอายัดไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาเป็นที่สุด ห้ามบุคคลใดๆ ยักย้าย ทรัพย์สินที่เป็นเงินในบัญชีเงินฝากที่ถูกอายัดออกไป หากบุคคลใดๆ ฝ่าฝืนด้วยการนำเงินบัญชีเหล่านั้นออกไปโดยที่ศาลไม่ได้มีคำสั่งอนุญาต บุคคลนั้นมีความผิดต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย" นายชัยเกษม กล่าว
ยันคดีแพ่งพิจารณาลับหลังจำเลยได้
ส่วนการกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่อยู่ในประเทศแล้วจะดำเนินคดีได้หรือไม่ นายวัยวุฒิกล่าวว่า การฟ้องคดีนี้ เป็นคดีความทางแพ่ง ปกติศาลสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาได้เพียงฝ่ายเดียว โดยที่ตัวจำเลยไม่ต้องมาฟังกระบวนพิจารณาอยู่แล้ว หากยื่นฟ้องแล้วศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องและส่งหมาย สำเนาคำฟ้อง ให้จำเลยตามที่อยู่ที่ปรากฏทราบแล้ว หากจำเลยไม่มาศาล และไม่แต่งตั้งทนายความเพื่อยื่นคำให้การสู้คดี ถือว่าจำเลยขาดนัด ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาลับหลังจำเลยโดยไต่สวนพยานหลักฐานที่โจทก์นำเสนอต่อศาลเพียงฝ่ายเดียวได้จนเสร็จสิ้น
ใช้หกล้อขนหลักฐาน180ลังฟ้อง
ด้านนายเศกสรรค์กล่าวว่า เตรียมความพร้อมตรวจเอกสารและหลักฐานที่จะยื่นต่อศาล มีมากถึง 180 ลัง ประกอบด้วยเอกสารหลักฐานการสอบสวนของ คตส. ที่จะมีคำให้การพยานบุคคลต่างๆ รวมทั้งสำเนาเอกสารทั้งหมดที่ต้องจัดทำไว้ 9 ชุดให้องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกาฯ 9 คนที่จะรับผิดชอบคดี และสำหรับที่ต้องจัดส่งให้จำเลย ในวันที่ 25 สิงหาคมจะต้องใช้รถบรรทุก 6 ล้อเพื่อขนย้ายเอกสารที่จัดเก็บไว้อย่างดีจากสำนักงานอัยการสูงสุด ถนนรัชดาภิเษก ไปยังศาลฎีกาฯ สนามหลวง ช่วงเช้าจะเข้าไปรับคำฟ้องจากนายชัยเกษม ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนามหลวง คาดวาจะยื่นคำฟ้องต่อศาลฎีกาฯ ได้ในเวลา 10.00-10.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีเงินฝากของ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว ที่ถูก คตส.อายัดไว้ ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน), ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์และที่ดิน, บลจ.ไทยพาณิชย์, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ( มหาชน), ธนาคารธนชาต, ธนาคารยูโอบี รัตนสิน, บลจ.กสิกรไทย, ธนาคารอาคารสงเคราะห์, บลจ.แอสเซทพลัส, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน), ธนาคารนครหลวงไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สรรพากรเตรียมแจง 1.2หมื่นล.
ส่วนกรณีมีข่าวว่า มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกรมสรรพากรได้ทำหนังสือถึงธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อขอให้โอนเงินจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นเงินของครอบครัวชินวัตรที่ คตส.สั่งอายัดไว้ในคดีที่เกี่ยวพันกับคนในครอบครัวชินวัตร ให้กลับมาอยู่ในความดูแลของกรมสรรพากรโดยอ้างว่าเพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินงานติดตามเงินภายหลังคดีที่เกี่ยวข้องกับครอบครัวชินวัตรสิ้นสุดลงแล้วนั้น แหล่งข่าวจากกรมสรรพากร เปิดเผยว่า นายศานิต ร่างน้อย อธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งไปปฏิบัติภารกิจของกรมที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น กำหนดกลับถึงประเทศไทยแน่นอนแล้วในค่ำวันที่ 24 สิงหาคมนี้ และนัดประชุมผู้บริหารของกรมเป็นกรณีพิเศษทันทีในช่วงเช้าวันที่ 25 สิงหาคมนี้ เพื่อหารือ และมีการคาดหมายว่านายศานิตจะเปิดแถลงข่าวอย่างเป็นทางการในช่วงบ่ายวันเดียวกัน
ไทยพาณิชย์เข้าที่ประชุมกก.เคาะ
วันเดียวกัน ธนาคารไทยพาณิชย์ออกหนังสือชี้แจงกรณีกรมสรรพกรมีคำสั่งให้ธนาคารไทยพาณิชย์นำส่งเงินอายัดของนางสาวพินทองทา ชินวัตร และ นายพานทองแท้ ชินวัตร ว่า ธนาคารเตรียมนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุมคณะกรรมการของธนาคาร โดยเร็วที่สุด พร้อมกันนี้ธนาคารได้ทำคำร้องไปยังศาลปกครอง และได้ส่งหนังสือไปถึงสำนักคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงสำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอความกระจ่างในการปฏิบัติกับกรณีดังกล่าว ซึ่งระหว่างนี้ธนาคารยังเก็บรักษาเงินดังกล่าวไว้ตามปกติ
อย่างไรก็ตาม ธนาคารทราบถึงหนังสือคำสั่งของกรมสรรพากรในวันที่ 22 สิงหาคม ซึ่งธนาคารพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง แต่ปัจจุบันเงินของบุคคลทั้งสองอยู่ภายใต้คำสั่งอายัดทรัพย์ของ คตส.เช่นกัน ซึ่งทั้งสองคำสั่งมีความขัดแย้งกันในทางปฏิบัติ หากปฏิบัติตามคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งจะเป็นการฝืนอีกคำสั่งหนึ่งซึ่งมีโทษตามอาญา ธนาคารจึงจำเป็นต้องมีการพิจารณากรณีนี้ให้รอบคอบมากที่สุด
ปชป.แฉ สรรพากร รู้ดีไม่มีอำนาจ
ขณะที่ นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลังและสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เรื่องนี้มีประเด็นปัญหาคืออำนาจการถอนอายัดของกรมสรรพากรไม่น่าจะมีอำนาจ ในการประชุม กมธ.ที่ผ่านมาได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวทั้งกรมสรรพากร และธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งหมดยืนยันว่ากรมสรรพากรไม่มีอำนาจที่จะถอนอายัดได้ เนื่องจาก คตส.มีมติอายัดไว้แล้ว และกรมสรรพากรได้ดำเนินการอายัดเงินดังกล่าวหลังจาก คตส.ด้วยซ้ำ ดังนั้นหากกรมสรรพากรจะถอนอายัดก็ยังมีคำสั่งอายัดของ คตส.อยู่ จึงมีคำถามว่าเหตุใดกรมสรรพากรจึงคิดที่จะให้มีการอายัดในขณะนี้เป็นเรื่องที่จะต้องให้คำตอบกับสังคม
เชื่อมีอำนาจการเมืองแอบแฝง
"เชื่อว่ากรมสรรพากรต้องการท้าทายอำนาจของ คตส.โดยมีอำนาจการเมืองเข้ามาแอบแฝง โดยเฉพาะอำนาจการอายัดทรัพย์ของ คตส. ซึ่งจะเป็นความพยายามที่จะนำไปสู่การตีความอำนาจหน้าที่ของ คตส. เพราะกรมสรรพากรรู้ว่าตัวเองไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้ธนาคารพาณิชย์ถอนอายัดได้ และไม่มีทางที่ธนาคารจะถอนอายัด จึงน่าสังเกตว่า คตส.ส่งเรื่องให้สรรพากรดำเนินการประเมินเรียกเก็บภาษีของทั้งสองคนดังกล่าวมานานหลายเดือนแล้ว แต่เหตุใด กรมสรรพากรจึงต้องมาเร่งรีบเร่งรัดให้มีการนำเงินที่ถูกอายัดดังกล่าวมาชำระภาษี เพราะก่อนหน้านี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังอัยการและ ป.ป.ช.แล้วว่าไม่สามารถถอนอายัดได้" รองหัวหน้าพรรค ปชป. กล่าว
ยันบอร์ดไทยพาณิชย์ต้องยึด คตส.
นายกรณ์กล่าวว่า เชื่อว่าในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ผู้บริหาร (บอร์ด) ไทยพาณิชย์จะมีการประชุมกันอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ธนาคารต้องยึดตามมติของ คตส.และกฎหมายโดยไม่มีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง นายกรณ์กล่าว และว่า พรรคจะติดตามเรื่องนี้ว่ากรมสรรพากรทำผิดต่ออำนาจหน้าที่จะต้องรับผิดชอบหรือไม่ และจะต้องออกมาชี้แจง เพราะเห็นได้ชัดว่าไม่ได้ประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ แต่เป็นความพยายามที่จะนำเงินก้อนดังกล่าวเข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง เพื่อเข้าสู่กระบวนอุทธรณ์ภาษีในชั้นของคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษีที่สามารถไปล็อบบี้ตัวแทนจากอัยการและกรมการปกครอง
เมื่อถามว่ากรมสรรพากรขู่ดำเนินคดีตามกฎหมายหากธนาคารไทยพาณิชย์ไม่นำเงินส่งกรมภายใน 15 วันตามประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา 12 นายกรณ์กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ต้องปฏิบัติตามกฎหมายเช่นเดียวกันเพราะได้เคยสอบถามไปยัง ป.ป.ช.และอัยการสูงสุดแล้ว จึงอยากทราบว่ากรมสรรพากรจะใช้กฎหมายตัวไหนมาดำเนินคดี
เด็กแม้ว หนุนสรรพากรมีอำนาจ
ด้านนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง การธนาคารและสถาบันการเงิน กล่าวถึงนายกรณ์ เรียกร้องให้ กมธ.ตรวจสอบกรมสรรพากรส่งหนังสือให้ธนาคารไทยพาณิชย์ถอนอายัดเงินของ พ.ต.ท.ทักษิณ 12,000 ล้านบาท ว่า กรมสรรพากรทำหน้าที่ตามมาตรา 12 ของประมวลรัษฎากร ขนาดการอายัดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ คตส.ยังอ้างข้อกฎหมายในการอายัดได้ ซึ่งพูดกันว่าจะต้องยึดตัวกฎหมายเป็นหลัก ดังนั้นเรื่องนี้ก็จะต้องยึดตัวกฎหมายเช่นเดียวกัน
"จะให้ตรวจสอบกรมสรรพากรเรื่องอะไร ถ้าเรียกมาชี้แจงเขาก็สามารถที่จะชี้แจงได้อยู่แล้วว่าทำตามกฎหมาย ซึ่งเจ้าหน้ากรมสรรพากรเป็นข้าราชการก็มีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ จะไปห้ามได้อย่างไร ดังนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีการตรวจสอบเรื่องนี้ แต่หากนายกรณ์ยืนยันที่จะนำเรื่องเข้ากรรมาธิการก็จะต้องหารือกันอีกครั้งหนึ่ง" นายสุรพงษ์กล่าว
ข้อมูลจาก มติชน
