จับตา ! นักการเมือง รมต. นายกฯ หลังคลอดประมวลจริยธรรมขรก.การเมือง ถ้าฝ่าฝืนร้ายแรงถึงขั้นต้องให้ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นเรื่องต่อป.ป.ช. ไต่สวนเพื่อถอดถอนนักการเมืองออกจากตำแหน่ง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 22 สิงหาคม ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยประมวลจริยธรรมของข้าราชการการเมืองพ.ศ. 2551ได้ประกาศใน ราชกิจจานุเบกษาแล้ว ทำให้ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2551 เป็นต้นไป หรือวันครบรอบ 1 ปี ของการใช้รัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 โดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนามในระเบียบดังกล่าวเองทั้งนี้ การประกาศใช้ระเบียบประมวลจริยธรรมดังกล่าว เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 279 ที่บัญญัติให้มีการจัดทำประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่ละประเภท เมื่อจัดทำประมวลจริยธรรมแล้ว มีการฝ่าฝืนก็จะมีโทษหนักเบาตามสภาพ
แต่ถ้าเป็นการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ต้องยื่นเรื่องต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ไต่สวนเพื่อถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่ฝ่าฝืนจริยธรรมดังกล่าว
ระเบียบสำนักนายกฯฉบับนี้ นิยาม ย"ข้าราชการการเมืองย ไว้ว่า นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี และข้าราชการการเมืองอื่นที่นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง
ระเบียบนี้ นอกจากกำหนดค่านิยมหลักของข้าราชการการเมืองไว้ เช่น มีจิตสำนึกที่ดี ซื่อสัตย์ สุจริต และรับผิดชอบ/ ยึดถือประโยชน์ของประเทศชาติเหนือกว่าประโยชน์ส่วนตน และไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน /ยืนหยัดทำในสิ่งที่ถูกต้อง เป็นธรรม และถูกกฎหมาย/ให้ข้อมูลข่าวสารแก่ประชาชนอย่างครบถ้วน ถูกต้อง และไม่บิดเบือนข้อเท็จจริงฯลฯแล้ว
นอกจากนี้ ระเบียบนี้ ยังกำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการการเมืองอีกหลายประการ ที่น่าสนใจ อาทิ
- ต้องเป็นแบบอย่างที่ดีในการเป็นพลเมืองดีการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
- ต้องปฏิบัติตนอยู่ในกรอบจริยธรรม คุณธรรมและศีลธรรมทั้งโดยส่วนตัวและโดยหน้าที่ความรับผิดชอบต่อสาธารณชน ทั้งต้องวางตนให้เป็นที่เชื่อถือศรัทธาของประชาชน
- ต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพส่วนบุคคลของผู้อื่นไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ อาฆาตมาดร้าย หรือใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด
- ต้องไม่ใช้สถานะหรือตำแหน่งการเป็นข้าราชการการเมืองเข้าไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการบรรจุ แต่งตั้ง ย้าย โอน เลื่อนตำแหน่ง และเลื่อนขั้นเงินเดือนของข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำและมิใช่ข้าราชการการเมือง พนักงาน หรือลูกจ้างของหน่วยราชการ หน่วยงานของรัฐ รัฐวิสาหกิจ กิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่หรือราชการส่วนท้องถิ่นหรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากตำแหน่ง ทั้งนี้ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย
- ต้องไม่ยินยอมให้คู่สมรส ญาติสนิท บุคคลในครอบครัวหรือผู้ใกล้ชิดก้าวก่ายหรือแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของตนหรือของผู้อื่น -ข้าราชการการเมืองต้องเปิดเผยข้อมูลการทุจริต การใช้อำนาจในทางที่ผิดการฉ้อฉล หลอกลวง หรือการกระทำอื่นใดที่ทำให้ราชการเสียหายต่อเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบ
- ต้องไม่ใช้หรือบิดเบือนข้อมูลข่าวสารของราชการเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือเพื่อผลประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น
- ต้องไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิดกฎหมายหรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทางเสื่อมเสีย เช่น ผู้เปิดบ่อนการพนันหรือผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอันอาจกระทบกระเทือนต่อความเชื่อถือศรัทธาของประชาชนในการปฏิบัติหน้าที่ของตน
- ต้องแสดงความรับผิดชอบตามควรแก่กรณีเมื่อปฏิบัติหน้าที่บกพร่องหรือปฏิบัติหน้าที่ผิดพลาดอย่างร้ายแรง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อมีประมวลจริยธรรมของนักการเมืองฉบับนี้ออกมาแล้ว แต่ในข้อเท็จจริงที่ปรากฏต่อสาธารณะแล้ว ปรากฏว่า ตัวนายสมัครซึ่งเป็นผู้ลงนามในคำสั่งนี้ บรรดารัฐมนตรีหลายคนและ ส.ส.สังกัดพรรคพลังประชาชน(พปช.)ล้วนปฏิบัติตัวในทางตรงกันข้ามกับระเบียบนี้แทบทั้งสิ้น ที่สำคัญคือ
หนึ่ง ไม่แสดงกิริยาหรือใช้วาจาอันไม่สุภาพ อาฆาตมาดร้าย หรือใส่ร้ายหรือเสียดสีบุคคลใด แต่ในรายการ สนทนาประสาสมัคร ที่นายสมัครพูดในวันอาทิตย์เกือบทุกสัปดาห์จะเห็นว่า มีการใช้วาจาที่ถูกวิจารณ์ว่า หยาบคายย แสดงความอาฆาตมาดร้ายและเต็มไปด้วยถ้อยคำเสียดสีผู้อื่น (ฝ่ายเดียว) แม้แต่ในที่สาธารณะ เช่น หน้าห้องน้ำตลาด อ.ต.ก. นายสมัครก็ยืนด่า พูดจาเสียดสีผู้สื่อข่าวนานถึง 15 นาที (ฝ่ายเดียว) โดยไร้เหตุผล
สอง ต้องไม่คบหาหรือให้การสนับสนุนแก่ผู้ประพฤติผิดกฎหมายหรือผู้มีความประพฤติหรือมีชื่อในทางเสื่อมเสียย แต่ปรากฏว่า รัฐมนตรีสังกัด พปช.และ ส.ส.พปช.ทั้งพรรคยังคงฟังคำสั่งและทำตัวเป็นสมุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่หนีคดีอาญาไปอยู่ประเทศอังกฤษจนมีหมายจับทั่วประเทศเป็นหลักฐาน พฤติกรรมที่แสดงออก เป็นการสนับสนุนผู้กระทำผิดกฎหมายด้วย
ข้อมูลจาก มติชน
