นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ฝ่ายค้านเห็นว่าสถานการณ์ขณะนี้ กำลังเกิดการต่อรองต่างๆ และมีพัฒนาการที่จะส่งสัญญาณ และสร้างเงื่อนไขที่จะนำไปสู่ปัญหาทางการเมืองและความขัดแย้ง 2 เรื่องคือ1.การใช้กลไกแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยมีแนวโน้มที่จะไม่รับร่างกฎหมาย 2 ฉบับดังกล่าว ขณะเดียวกันประธานสภาผู้แทนราษฎรก็มีการส่งสัญญาณว่าจะถอนร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับองค์กรอิสระไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ตรวจการแผ่นดิน โดยอ้างว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงินที่ต้องให้นายกฯเซ็นรับรอง ซึ่งทั้งหมดนี้จะหมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญอย่างยิ่ง การหยิบยกกฎหมายเกี่ยวกับองค์กรอิสระมาพิจารณาก่อนขึ้นศาล ถือเป็นการสร้างเงื่อนไขและเป็นการต่อรอง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ถูกจับได้ในคดีที่ติดสินบนเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินย่านถนนรัชดาภิเษก และเกิดจากที่อดีตนายกฯต่อสายตรงเคลียร์ปัญหา
2.การแทรกแซงนโยบายด้านเศรษฐกิจของประเทศไม่ว่าจะเป็นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ก.ล.ต.) รวมถึงความพยายามแทรกแซงกรมสรรพากรผ่านเจ้าหน้าที่ระดับสูงในคดีที่เกี่ยวข้องกับอดีตนายกฯ จึงอยากถามว่าเหตุใดกระทรวงการคลังจึงสั่งให้กรมสรรพากรดำเนินการเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลจาก มติชน
