หน้าแรก

ข่าว

หาเพื่อน

เกมส์ เกม

บอร์ด เกมส์

แฟชั่น เสื้อผ้า

เว็บทั่วโลก

ซื้อ ขาย

หางาน

สมัครงาน
กิ๊กก๊อก ข่าว  
  ข่าว บันเทิง
  ข่าว สังคม
  ข่าว การเมือง
  ข่าว อาชญากรรม
  ข่าว เศรษฐกิจ
  ข่าว อสังหาริมทรัพย์
  ข่าว การศึกษา
  ข่าว เทคโนโลยี
  ข่าว ท่องเที่ยว
  ข่าว กีฬา
  ข่าว ไลฟ์สไตล์
  ข่าว ต่างประเทศ

กิ๊กก๊อก Link  
หางาน - สมัครงาน - งาน - งานราชการ


อสส.เตรียมส่งฟ้องอายัดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน พรุ่งนี้ - ปชป.แฉ!สรรพากรรู้ไร้อำนาจถอนอายัด แม้ว คลิกอ่

อัยการสูงสุดเตรียมขนเอกสารฟ้องยึดทรัพย์อดีตนายฯ 7.6หมื่นล.ต่อศาลจันทร์นี้ ไทยพาณิชย์ร้อน เตรียมนำเรื่องถอนอายัดเงิน1.2 หมื่นล้านตระกูลชินวัตร เข้าที่ประชุมกรรมการธนาคารสัปดาห์หน้า โดยขอหารือป.ป.ช. ศาลปกครอง และอัยการสูงสุดก่อน ปชป. แฉ!สรรพากรรู้ดีอยู่แล้วว่า ไม่มีอำนาจถอนอายัด เชื่อต้องากรท้าทายอำนาจคตส.

อัยการขนเอกสารฟ้องยึดทรัพย์ครอบครัวแม้ว7.6หมื่นล.

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม นายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รองอัยการสูงสุด ในฐานะประธานคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดี คตส. กล่าวถึงการเตรียมยื่นคำฟ้องยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ขณะนี้คณะทำงาน เสนอคำฟ้องที่สมบูรณ์ ซึ่งมีรายละเอียด 124 หน้า ให้นายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด พิจารณาเพื่อลงลายมือชื่อเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย ว่ามีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ที่จะยื่นต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้มีคำสั่งให้ทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินบัญชีเงินฝากของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวรวม 16 บัญชีในธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงิน รวม 7.6 หมื่นล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยที่ได้จากเงินฝากนั้น ตกเป็นของแผ่นดินแล้ว โดยตนได้มอบหมายให้นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ และคณะ เป็นผู้นำ คำฟ้อง สำนวนพยานหลักฐานในชั้น คตส. ที่มีจำนวนมาก ไปยื่นต่อศาลฎีกา ฯ ในวันที่ 25 สิงหาคม

นายวัยวุฒิ รองอัยการสูงสุด กล่าวว่า ในการยื่นคำฟ้องนั้น อัยการไม่จำเป็นต้องร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ห้ามยักย้ายทรัพย์สินอีก เพราะที่ผ่านมา คตส.ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์ไว้อยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งเปลี่ยนแปลง อีกทั้งเมื่อคดีกำลังจะเข้าสู่ศาล หากศาลไม่มีคำสั่งเป็นอย่างอื่นทรัพย์สินก็ต้องถูกอายัดไว้จนกว่าจะมีคำพิพากษาเป็นที่สุด ห้ามบุคคลใด ๆ ยักย้าย ทรัพย์สินที่เป็นเงินในบัญชีเงินฝากที่ถูกอายัดออกไป หากบุคคลใด ๆ ฝ่าฝืนด้วยการนำเงินบัญชีเหล่านั้นออกไปโดยที่ศาลไม่ได้มีคำสั่งอนุญาต บุคคลนั้นมีความผิดต้องถูกดำเนินคดีอาญาด้วย

ส่วนการที่ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่อยู่ในประเทศแล้วจะดำเนินคดีได้หรือไม่ นายวัยวุฒิ กล่าวว่า การฟ้องคดีนี้ เป็นเรื่องคดีความทางแพ่ง ซึ่งปกติศาลสามารถดำเนินกระบวนพิจารณาได้เพียงฝ่ายเดียว โดยที่ตัวจำเลย ไม่ต้องมาฟังกระบวนพิจารณาอยู่แล้ว ซึ่งหากยื่นฟ้องแล้วศาลมีคำสั่งประทับรับฟ้องและส่งหมาย สำเนาคำฟ้อง ให้จำเลยตามที่อยู่ที่ปรากฏทราบแล้ว หากจำเลยไม่มาศาล และไม่แต่งตั้งทนายความเพื่อยื่นคำให้การสู้คดี ถือว่าจำเลยขาดนัด ศาลก็ดำเนินกระบวนพิจารณาลับหลังจำเลยโดยไต่สวนพยานหลักฐานที่โจทก์นำเสนอต่อศาลเพียงฝ่ายเดียวได้จนเสร็จสิ้น

ด้านนายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ กล่าวว่า ในวันนี้ตนและคณะ เตรียมความพร้อมด้วยการตรวจเอกสารและหลักฐานที่จะยื่นต่อศาลย  ที่เอกสารมีมากถึง 180 ลัง ประกอบด้วยเอกสารหลักฐานการสอบสวนของ คตส. ที่จะมีคำให้การพยานบุคคลต่างๆ รวมทั้งสำเนาเอกสารทั้งหมดที่ต้องจัดทำไว้ 9 ชุดให้องค์คณะผู้พิพากษาศาลฎีกา ฯ 9 คนที่จะรับผิดชอบคดี และสำหรับที่ต้องจัดส่งให้จำเลย ซึ่งในวันที่ย  25 สิงหาคม จะต้องใช้รถบรรทุก 6 ล้อเพื่อขนย้ายเอกสารที่จัดเก็บไว้อย่างดีจากสำนักงานอัยการสูงสุด ถ.รัชดาภิเษก ไปยังศาลฎีกา ฯ สนามหลวง โดยช่วงเช้า ตนจะเข้าไปรับคำฟ้องจากนายชัยเกษม อัยการสูงสุด ที่สำนักงานอัยการสูงสุด สนามหลวง ซึ่งคาดวาจะยื่นคำฟ้องต่อศาลฎีกา ฯ ได้ในเวลา 10.00 ย– 10.30 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีเงินฝากของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ที่ถูก คตส. อายัดไว้ ประกอบด้วยย  ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) , ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) , ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์และที่ดิน , บลจ.ไทยพาณิชย์ , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด ( มหาชน) , ธนาคารธนชาต, ธนาคารยูโอบี รัตนสิน , บลจ.กสิกรไทย , ธนาคารอาคารสงเคราะห์ , บลจ.แอสเซทพลัส , ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) , ธนาคารทหารไทย จำกัด ( มหาชน) , ธนาคารนครหลวงไทย , ธนาคารออมสิน , ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร

ปชป.แฉ!สรรพากรรู้ไร้อำนาจถอนอายัด เชื่อท้าทายคตส.

นายกรณ์ จาติกวณิชย  รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการการเงิน การคลังและสถาบันการเงินสภาผู้แทนราษฏร กล่าวถึงกรณีที่คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ย  ระบุว่า จะมีการพิจารณาคืนเงินที่อายัดของนายพานทองแท้และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ตามที่กรมสรรพากรได้ทำหนังสือส่งถึงธนาคารโดยอ้างอำนาจตามมาตรา 12 ประมวลรัษฎากรสั่งให้ธนาคารไทยพาณิชย์จ่ายเช็ค 12,000 ล้านบาท ให้แก่กรมสรรพากร ซึ่งเป็นเงินส่วนหนึ่ง ที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้สั่งอายัดไว้รวม 69,000 ล้านบาท ซึ่งฝากอยู่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์กว่า 30,000 ล้านบาท ภายใน 15 ว่าย  เรื่องนี้มีประเด็นปัญหาคือ อำนาจการถอนอายัดของกรมสรรพากรไม่น่าจะมีอำนาจ เนื่องจากในการประชุมคณะกรรมาธิการการเงินฯ ที่ผ่านมาได้มีการพิจารณาถึงประเด็นนี้โดยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวทั้งกรมสรรพากร และธนาคารแห่งประเทศไทย ทั้งหมดยืนยันว่า กรมสรรพากรไม่มีอำนาจที่จะถอนอายัดได้ เนื่องจาก คตส.ได้มีมติอายัดไว้แล้ว และกรมสรรพากร ได้ดำเนินการอายัดเงินดังกล่าวหลังจาก คตส.ด้วยซ้ำย  ดังนั้นหากกรมสรรพากรจะถอนอายัดก็ยังมีคำสั่งอายัดของคตส.อยู่ จึงมีคำถามว่าเหตุใดกรมสรรพากรจึงคิดที่จะให้มีการอายัดในขณะนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องให้คำตอบกับสังคม

นายกรณ์ กล่าวว่า ตนเชื่อว่า กรมสรรพากรต้องการท้าทายอำนาจของ คตส.โดยมีอำนาจการเมืองเข้ามาแอบแผง โดยเฉพาะอำนาจการอายัดทรัพย์ของ คตส. ซึ่งจะเป็นความพยายามที่จะทำนำไปสู่การตีความอำนาจหน้าที่ของ คตส. เพราะกรมสรรพากรรู้ว่าตัวเองไม่มีอำนาจที่จะสั่งให้ธนาคารพาณิชย์ถอนอายัดได้ และไม่มีทางที่ธนาคารจะถอนอายัดย  จึงเป็นที่น่าสังเกตว่า คตส.ส่งเรื่องให้สรรพากรดำเนินการประเมินเรียกเก็บภาษีของทั้งสองคนดังกล่าวมานานหลายเดือนแล้ว แต่เป็นเพราะเหตุใด กรมสรรพาการจึงต้องมาเร่งรีบ เร่งรัดให้มีการนำเงินที่ถูดอายัดดังกล่าวมาชำระภาษี เพราะก่อนหน้านี้ ธนาคารพาณิชย์ ได้ทำหนังสือสอบถามไปยังอัยการและปปช.แล้วว่า ไม่สามารถถอนอายัดได้ และสาเหตุหนึ่งที่ประชุมบอร์ดธนาคารไทยพาณิชย์ไม่สามารถอนุมัติไม่แน่ใจว่ากรมสรรพากรมีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หรือไม่ หรือใช้กฎหมายฉบับใดมาดำเนินการ เชื่อว่าในวันที่ 25 ส.ค.ผู้บริหาร(บอร์ด)ไทยพาณิชย์จะมีการประชุมกันอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ธนาคารต้องยึดตามมติของ คตส.และกฎหมายโดยไม่มีการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากกรมสรรพากรยืนยันที่ถอนอายัด รองธิบดีกรมสรรพากร ที่ลงนามในหนังสือจะต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างไร เพราะเป็นการปฏิบัติหน้าที่แทนอธิบดี ที่เดินทางไปต่างประเทศ นายกรณ์ย  กล่าวว่า หากกรมสรรพากรทำผิดต่ออำนาจหน้าที่จะต้องรับผิดชอบ โดยพรรคประชาธิปัตย์จะมีการติดตามในเรื่องนี้ และกรมสรรพากรจะออกมาชี้แจงเหตุผลกับสังคม เพราะการดำเนินการครั้งนี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานอื่นๆ ทีเกี่ยวข้อง แต่เป็นความพยายามที่จะนำเงินก้อนดังกล่าวเข้ามาอยู่ในความรับผิดชอบของตัวเอง เพื่อเข้าสู่กระบวนอุทร์ภาษีในชั้นของคณะกรรมการอุทรณ์ภาษีที่สามรถไปล็อบบี้ตัวแทนจากอัยการและกรมการปกครอง

เมื่อถามว่ากรมสรรพากรขู่ดำเนินคดีตามกฎหมายหากธนาคารไทยพาณิชย์ไม่นำเงินส่งกรมภายใน 15 วันตามประมวลกฎหมายรัษฎากรมาตรา 12 นายกรณ์กล่าวว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ต้องปฎิบัติตามกฎหมายเช่นเดียวกันเพราะได้เคยสอบถามไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ปปช.)และอัยการสูงสุดแล้ว จึงอยากทราบว่ากรมสรรพการจะใช้กฏหมายตัวไหนมาดำเนินคดี เพราะรู้ทั้งรู้ว่ากรมสรรพากรไม่มีอำนาจหน้าที่ ทุกหน่วยงานต้องปฏิบัติตาม

SCBหารือศาลปค.-ป.ป.ช.-อสส.ก่อนอายัดเงินโอ๊ค-เอม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ วันที่ 24 ส.ค. ธนาคารไทยพาณิชย์ (เอสซีบี) ออกหนังสือชี้แจงถึงคำสั่งที่กรมสรรพากรให้ธนาคารไทยพาณิชย์นำส่งเงินอายัด นายพานทองแท้ ชินวัตร และ นางสาวพิณทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ได้รับหนังสือคำสั่งจากกรมสรรพากร เมื่อตอนบ่ายวันที่ 22 สิงหาคม 2551 ซึ่งยินดีที่จะปฏิบัติตามคำสั่ง แต่ตอนนี้เงินในบัญชีเงินฝากทั้งสองคนอยู่ภายใต้คำสั่งอายัดทรัพย์ของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) เช่นกัน ซึ่งคำสั่งทั้งสองมีความขัดแย้งในทางปฏิบัติ และหากธนาคารปฏิบัติตามคำสั่งใดคำสั่งหนึ่งก็จะเป็นการฝ่าฝืนอีกคำสั่งหนึ่งซึ่งเป็นความผิดมีโทษทางอาญาได้ ดังนั้น นายกกรรมการธนาคารจึงได้มีคำสั่งให้นำเรื่องหนังสือของกรมสรรพากรหารือในการประชุมคณะกรรมการธนาคารโดยเร็ว รวมทั้งธนาคารได้ทำคำร้องไปยังศาลปกครองและทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และ สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อขอความกระจ่างในการปฏิบัติ ในระหว่างนี้ธนาคารจะยังคงเก็บรักษาเงินในบัญชีดังกล่าวอยู่

ไทยพาณิชย์เตรียมถกสรรพากรอายัดเงินตระกูลชินวัตร

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรมย  หนึ่งในคณะกรรมการธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยถึงกรณีที่กรมสรรพากรส่งหนังสือขอให้ธนาคาร นำเงินฝากของนายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา ชินวัตรย  บุตรชายและบุตรสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ( คตส.) อายัดไว้กว่า 12,000 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายภาษีให้กรมสรรพากร ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อนย  อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารธนาคารเพิ่งได้รับข้อมูลมาเมื่อ1-2 วันที่ผ่านมายังไม่ได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวย  ซึ่งคาดว่า จะมีการนำเข้าหารือในการประชุมคณะกรรมการธนาคารในสัปดาห์หน้า

ทั้งนี้ มีรายงานข่าวว่าย  คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้รับหนังสือถามความเห็นกรณีดังกล่าว จากธนาคารไทยพาณิชย์แล้ว ซึ่งคาดว่า ในต้นสัปดาห์นี้ จะมีการนำเรื่องดังกล่าวเข้าที่ประชุม ป.ป.ช.ด้วยเช่นกัน โดยก่อนหน้านี้ ป.ป.ช.ได้เคยวินิจฉัยมาก่อนว่า ไม่สามารถถอนคำสั่งอายัดของ คตส.ได้

สรรพากรอ้างแค่ยึดเงินนำส่ง

จากกรณีข้าราชการระดับรองอธิบดีกรมสรรพากรรายหนึ่งได้ทำหนังสือส่งถึงธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) อ้างอำนาจ ตามมาตรา 12 ประมวลรัษฎากรสั่งให้ธนาคารไทยพาณิชย์ จ่ายเช็ค 12,000 ล้านบาทย  ให้แก่กรมสรรพากร โดยเป็นเงินส่วนหนึ่งที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) สั่งอายัดไว้ทั้งหมด 69,000 ล้านบาท และฝากอยู่ที่ธนาคารไทยพาณิชย์กว่า 30,000 ล้านบาท โดยอ้างว่า เพื่อเป็นการอายัดเงินของนายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร บุตรชายและบุตรสาวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีย  เพื่อชดใช้ค่าภาษีที่บุคคลทั้งสองค้างชำระกรณีการซื้อขายหุ้นบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือชินคอร์ป จากบริษัท แอมเพิลริช อินเวสต์เมนต์ จำกัด จำนวน 329.2 ล้านหุ้นในราคา 1 บาท และขายไปในราคา 47.25 บาท เมื่อวันที่ 20 และ 23 มกราคม 2549 ทำให้บุคคลทั้งสองมีเงินได้กว่า 15,000 ล้านบาทนั้น

นางรวิฐา พงษ์นุชิต รองอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่การถอนอายัดทรัพย์สิน แต่เป็นการยึดเงินนำส่ง ซึ่งมีความหมายแตกต่างกัน เพราะหากยังคงอายัดเงินดังกล่าวจะยังเป็นของเจ้าของเดิม แต่หากยึดเงินนำส่งดังที่กรมสรรพากรดำเนินการ เงินส่วนนี้จะกลายเป็นเงินของรัฐทันที และภายหลังหากศาลพิพากษาตัดสินคดีนี้ว่า นายพานทองแท้และ น.ส.พินทองทาต้องชำระภาษีให้แก่รัฐ เงินที่ยึดมาก็จะตกแก่กรมสรรพากรทันทีเช่นกัน

แจงไม่ทำโอ๊ค-เอม มีเบี้ยปรับเพิ่ม

การดำเนินการดังกล่าวเป็นเช่นเดียวกับทุกกรณี ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นกรณีนี้กรณีแรก ตามมาตรา 12 แห่งประมวลรัษฎากรที่ระบุว่า กรมสรรพากรจะต้องถอนอายัดภายใน 15 วัน เพราะหากไม่ดำเนินการจะทำให้มีเบี้ยปรับเงินเพิ่มเกิดขึ้นกับผู้เสียภาษีตามอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด นางรวิฐากล่าว

นางรวิฐากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาในการจะขอถอนอายัด กรมสรรพากรได้หารือกับ คตส.มาก่อน แต่ คตส.ไม่อนุมัติให้ทำ โดยระบุให้รอศาลตัดสิน ภายหลังเมื่อ คตส.หมดอายุไป กรมสรรพากรก็ได้ส่งหนังสือถามไปยังคณะกรรมการป้องกันและปรามปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในประเด็นเดิม ซึ่ง ป.ป.ช.ระบุว่า ไม่มีอำนาจสั่งการ กรมจึงเริ่มกระบวนการด้วยตนเองในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยส่งหนังสือถึงธนาคารไทยพาณิชย์ให้ส่งเงินคืนมายังกรมภายใน 15 วันนับจากหนังสือไปถึง แต่ธนาคารไทยพาณิชย์ก็ไม่ตอบกลับ กรมจึงส่งหนังสือไปเป็นครั้งที่ 2 โดยทั้งสองครั้งมีนายอัษฏางค์ ศรีศุภรพันธ์ รองอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งรักษาการแทนอธิบดีกรมสรรพากรทำหนังสือส่งไป และทั้งสองครั้งนายอัษฎางค์ได้มาปรึกษาตนว่า ทำได้หรือไม่ ซึ่งตนได้แนะนำไปว่า สามารถทำได้และอย่าเลือกปฏิบัติว่าเป็นคดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ

ขู่ฟ้องไทยพาณิชย์ ไม่ร่วมมือ

นางรวิฐากล่าวว่า หากยึดเงินคืนกลับมาแล้วก็ไม่ต้องกังวลว่าจะตกไปถึงมือใคร หรือจะผ่านใครบ้าง เพราะตามกฎหมายกำหนดชัดว่า เมื่อถอนอายัดจะต้องส่งเงินคืนเป็นแคชเชียร์เช็ค โดยเขียนกำกับลงไปว่ามอบให้กรมสรรพากรเพื่อนำส่งคลัง เงินดังกล่าวจึงไม่มีหลุดรอดไปยังส่วนอื่นๆ หรือบุคคลอื่นได้ เรื่องนี้เป็นกฎหมายที่อธิบดีกรมสรรพากรและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรับทราบดี เพราะฉะนั้นหากจะมีความกังวลตนสามารถชี้แจงได้ทั้งหมด

หากธนาคารไทยพาณิชย์ ไม่ยอมส่งเงินตามที่กรมสรรพากรเรียกไป กรมอาจฟ้องอาญาธนาคารไทยพาณิชย์ เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐ ปฏิบัติตามประมวลรัษฎากร นางรวิฐากล่าว

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง แจ้งว่า ทางธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีหนังสือถามกลับมายังกระทรวงว่า หากธนาคารปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว ทางกรมสรรพากรจะฝากเงินดังกล่าวไว้ที่ธนาคารต่อไปได้หรือไม่ เนื่องจากเป็นวงเงินค่อนข้างสูงถึง 1.2 หมื่นล้านบาท อาจทำให้ยอดเงินฝากลดต่ำลงแบบฮวบฮาบ ส่งผลให้ธนาคารต้องพยายามเร่งระดมเงินฝากทดแทน อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการคลังตอบกลับไปว่า ตามกฎหมายคงไม่สามารถทำได้ เนื่องจากเงินที่ถอนจากการอายัดจะต้องนำเข้าคลัง โดยนำไปฝากไว้ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เท่านั้น

ใบโพธิ์ยันทำตามสรรพากรไม่ได้

แหล่งข่าวจากธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 24 สิงหาคมทางธนาคารไทยพาณิชย์ จะออกแถลงการณ์ชี้แจงกรณีเงินฝากของครอบครัว พ.ต.ท.ทักษิณ โดยยืนยันว่า ธนาคารไม่สามารถปฏิบัติตามคำขอของกรมสรรพากรที่ให้ถอนอายัดเงินฝากจำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท เพื่อนำส่งให้กรมสรรพากรได้

ขอปฏิเสธว่าธนาคารไม่ได้มีการต่อรองกับทางกรมสรรพากรว่า หากถอนอายัดแล้วขอให้กรมสรรพากร นำเงินจำนวน 1.2 หมื่นล้านกลับมาฝากที่ธนาคารต่อไป เพราะธนาคารได้ปรึกษากับฝ่ายกฎหมายแล้วว่าไม่สามารถถอนอายัดเงินจำนวนดังกล่าวได้ แห่งข่าวกล่าว

ปชป.จี้กมธ.การเงินสอบสรรพากร

นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง (เงา) กล่าวว่า เป็นเรื่องไม่เหมาะสมที่กรมสรรพากรจะให้ธนาคารไทยพาณิชย์โอนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาทที่ถูก คตส.อายัดไว้มาไว้ที่กรมสรรพากร และเห็นว่ากรมสรรพากรไม่มีอำนาจดำเนินการตามกฎหมาย เรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคณะอนุกรรมการอุทธรณ์ภาษีและศาลภาษี เชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเพื่อผลประโยชน์ของผู้ถูกกล่าวหา ที่เปิดโอกาสให้กรมสรรพากรคืนเงินบางส่วนให้กับครอบครัวชินวัตร และเรื่องนี้จะต้องมีคำชี้แจงจากกรมสรรพากร

น่าสนใจที่อธิบดีกรมสรรพากร เลือกที่จะไม่อยู่ในประเทศ ในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ และเมื่อสักครู่ ผมพยายามต่อสายไปหานายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง แต่ติดต่อไม่ได้ จึงฝากข้อความไว้ว่า ทั้งหมดท่านรับทราบหรือไม่ และเป็นนโยบายของกรมสรรพากรหรือไม่ ผมคิดว่าเรื่องจะต้องมีคำตอบนายกรณ์กล่าว และว่า เรื่องนี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน ของสภาผู้แทนราษฎร จะต้องเข้าไปตรวจสอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะติดตามเรื่องนี้อย่างไร นายกรณ์กล่าวว่า ตนได้รับการยืนยันจากธนาคารไทยพาณิชย์ว่ามีเอกสารมาจริง เพื่อให้พิจารณาเพิกถอนอายัดเงินจำนวน 12,000 ล้านบาท และธนาคารไทยพาณิชย์เรียกประชุมคณะกรรมการ และเห็นว่าไม่ใช่อำนาจของกรมสรรพากร





ข้อมูลจาก มติชน


Tag : ทักษิณ ชินวัตร มหาชน ล้านบาท อดีตนายกรัฐมนตรี บุตรชาย นายกรณ์ ธนาคารไทยพาณิชย์ หมื่นล้านบาท สิงหาคม บุตรสาวของ



Giggog.com © copyright 2003-2008 All right reserved. contact us : webmaster@giggog.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | bestdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | . Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob