(23ส.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และรมว.คลัง(เงา) พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวกรณีกรมสรรพากรพยายามที่จะให้ธนาคารไทยพาณิชย์ถอนอายัดเงินในบัญชีของนายพานทองแท้และน.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรและบุตรีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปชำระภาษีที่ค้างชำระกรมสรรพากร ว่า เป็นข่าวที่ฟังแล้วน่าประหลาด เพราะกรมสรรพากรตระหนักว่าไม่มีอำนาจทางกฎหมายที่จะสั่งเพิกถอนเงินในบัญชีที่ถูกอายัดไว้ได้ ทั้งนี้กรมสรรพากรเป็นหนึ่งในหน่วยงานที่อายัดเงินส่วนนี้ไว้ แต่ก็เป็นเพียงการอายัดซ้อนกับคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ได้ใช้อำนาจอายัดไว้ก่อนหน้านี้และการพิจารณาในส่วนของภาระภาษี ก็อยู่ในขั้นของคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษี ซึ่งยังรอฟังคำวินิจฉัยว่าจะมีผลออกมาอย่างไร ซึ่งคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษีก็ทำงานมานานนับเดือน ไม่ได้มีเหตุจำเป็นว่าทำไมเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม กรมสรรพากรจะต้องมีความพยายามอย่างเร่งด่วน ในการถอนอายัดเงินส่วนนี้รมว.คลัง(เงา) กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวที่ออกมาก่อนหน้านี้หรือไม่ ว่าผลการพิจารณาของคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษี จะออกมาในเชิงบวกกับผู้ถูกประเมินให้เสียภาษี ในลักษณะเช่นเดียวกับผลของคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษีในกรณีของนายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ ที่มีคะแนนเสียง 2 ต่อ 1 โดยที่กระทรวงมหาดไทยและสำนักงานอัยการสูงสุด มีคะแนนเสียงเป็นคุณให้กับนายบรรณพจน์ ในขณะที่กรมสรรพากรยังมีความมั่นใจว่ามีภาระภาษีที่ต้องชำระ
ถ้ามีเบาะแสในลักษณะนี้ออกมา ก็เป็นคำถามต่อสังคมว่า ความพยายามของกรมสรรพากรที่จะถอนเงินอายัด เพื่อรองรับการพิจารณาที่เป็นคุณต่อผู้ถูกล่าวหาหรือไม่ และจะเปิดโอกาสให้กรมสรรพากรคืนเงินส่วนนี้ให้กับครอบครัวชินวัตรหรือไม่ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น ก็ไม่สมควรอย่างยิ่ง รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาตัวแทนของกรมสรรพากร และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เดินทางมาชี้แจงเรื่องความชัดเจน เรื่องของอำนาจที่เกี่ยวข้องกับเงินที่อายัดไว้กับคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งตนเป็นรองประธานอยู่ และทุกหน่วยงานก็ยืนยันว่าไม่มีอำนาจในการที่จะสั่งเพิกถอน ดังนั้น คำสั่งเร่งด่วนเมื่อวันที่ 22 ส.ค.นี้ เป็นประเด็นที่ต้องมีคำตอบจากกรมสรรพากรว่าทำอะไรอยู่
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะติดตามหรือทวงถามเรื่องนี้อย่างไร นายกรณ์กล่าวว่า ได้รับการยืนยันจากธนาคารไทยพาณิชย์ว่ามีเอกสารมาจริง เพื่อให้พิจารณาคืนเงินที่ปล่อยเงินอายัดในบัญชีนี้จำนวน 12,000 ล้านบาท แต่ธนาคารไทยพาณิชย์ได้เรียกประชุมคณะกรรมการฯ และไม่เห็นความชัดเจนในอำนาจของข้อกฎหมายของผู้ที่ทำหนังสือมา คือกรมสรรพากร ซึ่งก็ประเมินถูกต้องว่ากรมสรรพากรไม่น่าจะมีอำนาจในการขอให้ถอนอายัดเงินส่วนนี้ ซึ่งธปท.เคยให้คำยืนยันกับกมธ.ไว้ว่าแม้แต่ธปท.ก็ไม่มีอำนาจ เพราะการอายัดครั้งนี้ ไม่ได้อายัดโดยอาศัยกฎหมายธปท. แต่อาศัยกฎหมายอื่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ อาจจะมีกรมบังคับคดีหรืออาจจะมีกรมสรรพากรที่ขอความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ให้อายัดทรัพย์ของผู้ต้องหา ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติ
มีคำถามว่ากระบวนการทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวันวาน มีส่วนเกี่ยวข้องกับกระแสข่าวว่าสำนักงานอัยการสูงสุดจะฟ้องร้องเรื่องนี้ต่อศาล ในวันจันทร์ที่ 25 ส.ค.นี้หรือไม่ ซึ่งเมื่อเรื่องนี้ถึงศาล ก็แน่นอนที่สุดการพิจารณาว่าเงินส่วนนี้ยังสมควรที่จะถูกอายัดต่อไปหรือไม่ ก็เป็นดุลพินิจของศาล ซึ่งคำแนะนำของผมที่มีให้กับทุกฝ่ายในเรื่องนี้ คือขออย่าได้เดือดเนื้อร้อนใจ เพราะกำลังจะถึงมือศาล ก็ควรที่จะให้ศาลมีคำพิพากษาว่าอะไรควรหรือไม่ควร และผมเชื่อว่าทุกฝ่ายจะได้รับความยุติธรรม นายกรณ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า พรรคจะติดตามทวงถามไปยังอธิบดีกรมสรรพากรหรือไม่เกี่ยวกับกรณีที่เกิดขึ้น นายกรณ์ กล่าวว่า น่าสนใจที่อธิบดีกรมสรรพากรเลือกที่จะไม่อยู่ในประเทศในช่วงที่เกิดเหตุการร์ดังกล่าว แต่วันนี้ตนได้โทรศัพท์ไปหานายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง ที่ดูแลกรมสรรพากร แต่นายประดิษฐ์ยังไม่เปิดโทรศัพท์มือถือ จึงได้ฝากข้อความไว้ว่า ตนอยากเรียนถามนายประดิษฐ์ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น ตัวนายประดิษฐ์รับทราบหรือไม่ และเป็นนโยบายอย่างเป็นทางการของกรมสรรพากรหรือไม่ และพยายามทำอะไรทั้งที่รู้ว่าตนเองไม่มีอำนาจ ดังนั้น ตรงนี้ต้องมีคำตอบ เพระการกระทำในลักษณะนี้ ทำให้ประชาชนคิดได้ว่ากรมสรรพากรพยายามที่จะเอื้อประโยชน์เป็นพิเศษให้กับคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งหรือไม่
รมว.คลัง (เงา) กล่าวอีกว่า ตนขอเรียนเพิ่มเติมว่า สมมติว่าข่าวเบาะแสเป็นจริงในกรณีที่กรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยออกมาทางใดทางหนึ่ง อยากถามว่ากรมสรรพากร หมดหนทางที่จะต่อสู้เพื่อเรียกเก็บภาษีส่วนนี้หรือไม่นั้น เรื่องนี้ฝ่ายกฎหมายที่พรรคได้ปรึกษาบอกว่า ถึงอย่างไรกรมสรรพากรก็ยังมีช่องผ่านศาลภาษี คือในกรณีคดีของนายบรรณพจน์ กรมสรรพากรอ้างว่าตามประเพณี เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์วินิจฉัยแล้ว ก็ถือว่าเป็นที่สิ้นสุด และในกรณีนั้น ก็ปล่อยปละละเลยจนหมดอายุความ ซึ่งกรณีนี้เกิดขึ้นเมื่อปี 2549 คือยังไม่หมดอายุความ อยากถามว่าเป็นประเพณีหรือไม่อย่างไร แต่เงินจำนวนนี้ถือว่ามหาศาล ถ้ากรมสรรพากร ไม่เก็บจากผู้ที่ละเมิดหน้าที่ของตนในการจ่ายภาษี ก็ต้องไปเก็บจากประชาชนทั่วไป ดังนั้น กรมสรรพากรต้องดำเนินการถึงศาลภาษี ไม่ใช่กรรมการอุทธรณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า กรมสรรพากรสามารถดำเนินการเรื่องนี้ได้เองหรือจะต้องมีการสั่งการจากเบื้องบนอีกที รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรมสรรพากรมีอำนาจในการเรียกเก็บภาษีแต่ถามว่ามีสัญญาณส่งมาจากทางการเมืองให้ปฏิบัติตามหรือไม่ก็ต้องคิดเอาเอง
ถอดรหัสบอมบ์ สุไหงโก-ลก สัญญาณปฏิเสธกลุ่มใต้ดินฯ
เหตุระเบิดหน้า สภ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส เมื่อกลางดึกวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา เขย่าขวัญคนในสามจังหวัดชายแดนใต้ อีกครั้ง เนื่องจากปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
