หน้าแรก

ข่าว

หาเพื่อน

เกมส์ เกม

บอร์ด เกมส์

แฟชั่น เสื้อผ้า

เว็บทั่วโลก

ซื้อ ขาย

หางาน

สมัครงาน
กิ๊กก๊อก ข่าว  
  ข่าว บันเทิง
  ข่าว สังคม
  ข่าว การเมือง
  ข่าว อาชญากรรม
  ข่าว เศรษฐกิจ
  ข่าว อสังหาริมทรัพย์
  ข่าว การศึกษา
  ข่าว เทคโนโลยี
  ข่าว ท่องเที่ยว
  ข่าว กีฬา
  ข่าว ไลฟ์สไตล์
  ข่าว ต่างประเทศ

กิ๊กก๊อก Link  
หางาน - สมัครงาน - งาน - งานราชการ



บีบสรรพากรบี้ธนาคารคืนเงินทักษิณ17ก.ย.ชี้ชะตารัชดา

แฉบิ๊กการเมืองสั่งสรรพากรบีบแบงก์ไทยพาณิชย์ถอนอายัดเงิน 1.2 หมื่นล้านคืน โอ๊ค-เอม ด้าน เลี้ยบ ปัดไม่เกี่ยว ประดิษฐ์ ชี้ต้องนำเงินเข้าหลวง คตส.ยันถอนอายัดไม่ได้ ต้องพิสูจน์ในชั้นศาล เบอร์มิวดาอ้าแขนรับ ทักษิณ ลี้ภัย สมัคร เมินถอนพาสปอร์ตแดง ศาลฎีกาพิพากษาคดีที่ดินรัชดาฯ 17 ก.ย. คนรักแม้ว นัดรวมพลอาทิตย์นี้

ครอบครัวชินวัตร

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ว่า มีความพยายามจากข้าราชการระดับสูงของกรมสรรพากร ดำเนินการให้ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ ซึ่งรับฝากเงินของตระกูลชินวัตร กว่า 3 หมื่นล้านบาท ที่ถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) มีคำสั่งอายัดไว้ ให้นำเงินจำนวนดังกล่าวส่งมอบให้กรมสรรพากร เพื่อจ่ายเงินภาษีให้แก่นายพานทองแท้ ชินวัตร และ น.ส.พินทองทา ชินวัตร กรณี คตส.สั่งให้กรมสรรพากรประเมินเรียกเก็บภาษีการซื้อขายหุ้นแอมเพิลริชของทั้งสองคน ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท ให้แก่กรมสรรพากร ตามมติของ คตส. ซึ่งตามขั้นตอนการจ่ายภาษีจะต้องมีการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันในการยื่นอุทธรณ์ภาษี แต่ทั้งสองคนไม่ยอมจ่าย คตส.จึงมีมติอายัดทรัพย์วงเงินดังกล่าวในธนาคารพาณิชย์

รายงานข่าวเปิดเผยว่า ความพยายามดังกล่าวได้ดำเนินการมาร่วมเดือนแล้ว โดยนักการเมืองระดับสูงพยายามบีบให้อธิบดีกรมสรรพากรเป็นผู้ดำเนินการ จนทำให้อธิบดีมีหนังสือสอบถามไปยังอัยการสูงสุด และ ป.ป.ช. ซึ่งทั้งสององค์กรยืนยันว่าไม่มีอำนาจและต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของศาล

นอกจากนี้ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีความพยายามอีกครั้งที่จะให้อธิบดีกรมสรรพากรเร่งดำเนินการตาม แต่อธิบดีไม่ยอม เพราะเกรงว่าจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย เหมือนอดีตอธิบดีที่ถูกดำเนินการก่อนหน้านี้ ดังนั้น จึงมีความพยายามวิ่งเต้นผ่านระดับรองอธิบดี เพื่อเอาตำแหน่งผู้ตรวจการกระทรวงระดับ 10 มาต่อรอง ซึ่งมีตำแหน่งว่างลงถึง 2 ตำแหน่ง

"ตลอดช่วงวันที่ 22 สิงหาคม มีความเคลื่อนไหวภายในกรมสรรพากรเป็นอย่างมาก เนื่องจากเจ้าหน้าที่ประเมินภาษีไม่เห็นด้วยกับการกระทำครั้งนี้ เพราะอธิบดีกรมสรรพากรไม่ได้รับทราบ เนื่องจากติดภารกิจเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แต่มีผู้ใหญ่ที่อาศัยปฏิบัติหน้าที่แทนเป็นผู้ดำเนินการ โดยให้เด็กถือหนังสือไปยื่นที่ธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อให้นำเงินมาส่งที่กรมสรรพากร แต่เรื่องมาเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ธนาคารโทรศัพท์กลับมาสอบถามที่กรมสรรพากรว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร เพราะเงินก้อนดังกล่าว คตส.มีมติอายัดไว้แล้ว" แหล่งข่าวระบุ

รายงานข่าวระบุว่า มีความพยายามบีบให้เจ้าหน้าที่ทำหนังสือถึงธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อให้ส่งมอบเงินให้แก่กรมสรรพากรให้ได้ภายในวันที่ 22 สิงหาคมนี้ ก่อนที่อัยการสูงสุดจะสั่งฟ้องในวันที่ 25 สิงหาคม แต่ธนาคารยังไม่ตัดสินใจว่าจะดำเนินการ จนกว่าจะมีหนังสือลงนามอย่างเป็นทางการจากอธิบดีกรมสรรพากร

"นี่เป็นการช่วยเหลือของผู้ใหญ่ในกรมสรรพากร ที่ต้องให้นำเงินในธนาคารพาณิชย์ออกไปก่อน โดยอ้างว่านำมาชำระเงินภาษีที่ทั้งคู่ถูกประเมินเรียกเก็บภาษี แต่เงินก้อนดังกล่าวมีมากกว่าเงินที่ประเมินไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท ดังนั้นเมื่อนำเงินก้อนดังกล่าวกว่า 3 หมื่นล้านบาท มาจ่ายแทน กรมสรรพากรจึงจำเป็นต้องปล่อยหุ้นของทั้งคู่บางส่วนที่ถูกอายัดไปด้วยตามจำนวนเงิน เพื่อจะใช้เป็นเงื่อนไขการต่อสู้ในชั้นของการอุทธรณ์ภาษี และจะทำให้เงินก้อนนี้หลุดไปในที่สุดในชั้นของคณะกรรมการอุทธรณ์ภาษี ไม่ต้องผ่านกระบวนการทางศาล โดยจะพยายามทำเหมือนกับคดีเลี่ยงภาษีของนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ พี่ชายบุญธรรมของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร จำนวน 546 ล้านบาท ที่หลุดไปก่อนหน้าที่

คตส.ชี้ไม่มีหน่วยไหนถอนอายัดได้

นายสัก กอแสงเรือง อดีตโฆษก คตส.กล่าวถึงกรณีที่ขณะนี้มีความพยายามบีบให้กรมสรรพากรดำเนินการขอคืนเงินอายัด ก่อนจะยื่นคดีฟ้องต่อศาลว่า เมื่อคดีเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของอัยการสูงสุดแล้ว ไม่มีหน่วยงานใดจะเข้ามาดำเนินการเพื่อถอนอายัดได้ โดยเฉพาะเป็นกรมสรรพากร เพราะไม่มีกฎหมายกำหนดให้ทำได้

"สรรพากรมีหน้าที่ในการตามจัดเก็บภาษีเท่านั้น เมื่อไม่มีกฎหมายกำหนดไว้ ไม่เข้าใจว่ากรมสรรพากรจะทำได้อย่างไร และใครจะไปสั่งได้ ดังนั้นจึงอยากให้ทุกฝ่ายปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของศาลจะดีกว่า"

นายสักกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมาในระหว่างที่ คตส.มีมติอายัดทรัพย์สินจำนวนดังกล่าว ได้เปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้ามาพิสูจน์เพิกถอนการอายัดทรัพย์ แต่ไม่เห็นดำเนินการแต่อย่างใด ดังนั้นจึงต้องใช้อำนาจศาลต่อไปในการพิสูจน์

บอร์ดไทยพาณิชย์ถกเครียดปล่อยอายัด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากความพยายามใช้ข้าราชการระดับสูงในกรมสรรพากรระดับรองอธิบดี ดำเนินการให้ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักงานใหญ่ นำเงินที่ คตส.อายัดไว้กว่า 3 หมื่นล้านบาท มาชำระภาษีให้แก่นายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา กรณีหลีกเลี่ยงการซื้อขายหุ้นบริษัทแอมเพิลริชกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท ปรากฏว่าในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่กรมสรรพากรได้เข้ายื่นหนังสือต่อธนาคารไทยพาณิชย์ เป็นเหตุให้ธนาคารต้องเรียกประชุมคณะกรรมการบริหาร (บอร์ด) เพื่อตัดสินใจอนุมัติ เพราะเป็นเงินจำนวนมาก และเกรงว่าจะมีผลกระทบตามมา จนกระทั่งเวลา 17.00 น. ที่ประชุมบอร์ดยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะอนุมัติหรือไม่ และเลยระยะเวลาการทำงานของธนาคาร

"เรื่องนี้ผู้บริหารระดับสูงของกรมสรรพากรได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเองอย่างเร่งด่วนทั้งหมด พร้อมทั้งสั่งให้เจ้าหน้าที่กรมสรรพากร ภาค 1 เขตจตุจักร เปิดที่ทำการรอจนกว่าจะถึงเวลา 16.30 น. เพื่อต้องรอรับเช็คจากธนาคารไทยพาณิชย์ แต่จนถึงเวลาดังกล่าวยังไม่ได้รับเช็คจากธนาคารเลย จึงต้องปิดสำนักงานในที่สุด ซึ่งความจริงแล้วเจ้าหน้าที่ไม่ต้องรับเช็ค เพราะไม่มีใครอยากจะเกี่ยวข้องด้วย โดยไม่ต้องการให้บอร์ดอนุมัติเรื่องดังกล่าว เพราะเห็นว่าเรื่องดังกล่าวไม่ถูกต้อง และในอนาคตมีความหมิ่นเหม่ว่าข้าราชการระดับล่างจะต้องรับเคราะห์ " แหล่งข่าวระบุ

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ธนาคารเคยทำหนังสือไปสอบถามอัยการสูงสุด และ ป.ป.ช.แล้วว่าไม่สามารถถอนอายัดเงินก้อนดังกล่าวได้

นางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ฝ่ายบริหารงานสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารได้รับหนังสือจากกรมสรรพากรที่ให้ส่งเงินฝากของนายพานทองแท้และน.ส.พินทองทา ที่ถูกอายัดไว้แล้ว โดยคณะกรรมการบริหารธนาคารมีการประชุมร่วมกันเพื่อพิจารณาคำสั่งดังกล่าว แต่เบื้องต้นจะต้องพิจารณาในรายละเอียด และตรวจสอบข้อกฎหมายในหลายๆ ข้อ เนื่องจากเป็นเรื่องที่จะต้องรีบใช้ความรอบคอบและต้องรีบดำเนินการ

"เลี้ยบ"ปัดไม่เกี่ยวถอนอายัดเงิน

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เรื่องอายัดหรือถอนอายัดทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวนั้น ขณะนี้เท่าที่รู้ไม่มีหน่วยงานใดให้คำตอบได้ว่า ตกลงเรื่องอายัดเงินจะทำอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้ที่เกี่ยวข้องควรต้องไปดูเรื่องกฎเกณฑ์ต่างๆ และประสานกับธนาคารพาณิชย์ ขณะเดียวกันเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกระทรวงการคลังอยู่แล้ว

"ปัญหาขณะนี้อยู่ที่ว่าใครมีอำนาจที่จะดำเนินการในเรื่องการจะอายัดหรือถอนอายัด ผมไม่เคยถาม ธปท.เรื่องความชัดเจนดังกล่าว แต่เท่าที่อ่านคำให้สัมภาษณ์ของนายเกริก วณิกกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. เคยบอกว่า ตอนธนาคารพาณิชย์อายัดทรัพย์ก็ไม่ได้ถาม ธปท. ฉะนั้นตอนถอนก็ไม่ต้องมาถาม ฉะนั้นประเด็นนี้ก็มีเรื่องที่ต้องพิจารณาว่าควรเป็นหน้าที่ของใคร แต่ที่เกี่ยวข้องแน่ๆ คือธนาคารพาณิชย์ ที่เขาคงจะต้องไปพิจารณาในแง่มุมต่างๆ" รมว.การคลังกล่าว

รมช.การคลังโต้เปล่าคืนให้"โอ๊ค-เอม"

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ชี้แจงถึงกรณีที่มีข่าวว่ากรมสรรพากรทำหนังสือถึงธนาคารไทยพาณิชย์ เพื่อให้คืนเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ที่ คตส.มีคำสั่งอายัดไว้ส่งมอบให้แก่กรมสรรพากรว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นของหลวง เนื่องจากกรมสรรพากรมีคำสั่งเรียกเก็บภาษีจากนายพานทองแท้ และน.ส.พินทองทา ที่เกิดจากบริษัทแอมเพิลริช อินเวสเมนต์ ขายหุ้นชินคอร์ปให้แก่บุคคลทั้งสอง การทวงคืนเพื่อนำเงินมาเป็นของหลวงไม่ใช่ไปเรียกคืนเพื่อส่งคืนให้แก่นายพานทองแท้ และ น.ส.พินทองทา หากทำเช่นนั้นผิดกฎหมายแน่นอน

"หากส่งคืนให้โอ๊ค-เอม ก็เท่ากับทำผิดกฎหมาย และการที่กรมสรรพากรเรียกเงินคืนจากธนาคาร เพราะเงินดังกล่าวเป็นเงินหลวง และกรมสรรพากรมีอำนาจตามกฎหมายประมวลรัษฎากรอยู่แล้ว" รมช.การคลังกล่าว

สรรพากรเสียงแตกอายัดทรัพย์

แหล่งข่าวจากกรมสรรพากรกล่าวว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา อธิบดีกรมสรรพากรได้ตั้งคณะกรรมการติดตามการอายัดทรัพย์สิน จำนวน 11 คน ซึ่งมีการประชุมเพื่อพิจารณาติดตามการอายัดทรัพย์สินของนายพานทองแท้ และ น.ส.พิณทองทา พบว่าทั้งสองมีเงินที่ปลอดจากการอายัดราว 1,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาทที่ต้องติดตาม ตามมาตรา 12 ของประมวลรัษฎากร เนื่องจากก่อนหน้าบุคคลทั้งสองได้ยื่นอุทธรณ์เงินภาษี แต่ไม่ได้นำหลักทรัพย์วางค้ำประกันจึงไม่เป็นเหตุให้ทุเลาภาษีค้างชำระ

คณะกรรมการพิจารณาแล้ว เสียงส่วนใหญ่ 7 คน เห็นว่าไม่สามารถนำเงินที่ คตส.อายัดมาชำระเป็นภาษีได้ เพราะหากพิจารณาตามกฎหมายการอายัดของ คตส.เป็นคดีอาญาสูงกว่าคดีแพ่งของกรมสรรพากร ขณะที่เสียงข้างน้อย 4 คน เห็นว่า ควรไปถอนอายัดเงินจำนวนกว่า 1.1 หมื่นล้านบาทได้ และเห็นว่าหากนำเงินอายัดออกมาจริง หากมีการต่อสู้คดีเกิดขึ้นและกรมสรรพากรแพ้ ก็ต้องคืนเงินภาษีให้แก่นายพานทองแท้และ น.ส.พิณทองทาทันที

นายสมัคร สุนทรเวช

สมัครเผยไม่มีนโยบายถอนพาสปอร์ตแดง

ภายหลังจาก นายเตช บุนนาค รมว.การต่างประเทศ ทำหนังสือถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อให้พิจารณาเรื่องการเพิกถอนหนังสือเดินทางการทูต (พาสปอร์ตแดง) ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่หลบหนีคดีไปพำนักในประเทศอังกฤษ และมีข่าวว่าเตรียมทำเรื่องขอลี้ภัยทางการเมืองนั้น

นายสมัครให้สัมภาษณ์ที่พรรคพลังประชาชน เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม หลังการเดินทางมาบันทึกเทปแถลงผลการดำเนินการของพรรคการเมือง ที่ต้องเสนอต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงการเพิกถอนหนังสือเดินทางของอดีตนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่มีนโยบายเรื่องนี้และยังไม่ได้พบกับ รมว.การต่างประเทศ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะไปชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญเรื่องการจัดรายการ "ชิมไป บ่นไป" ด้วยตัวเองหรือไม่ นายสมัครไม่ตอบคำถามและชักสีหน้าแสดงอาการหงุดหงิด พร้อมสั่งให้คนขับรถออกรถทันที

ด้านนายเตชให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีระบุไม่มีนโยบายในการถอนพาสปอร์ตแดงของ พ.ต.ท.ทักษิณว่า เป็นนโยบายของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ซึ่งต้องรอให้นายกรัฐมนตรีบัญชามายังกระทรวงการต่างประเทศ ทั้งนี้ ไม่มีข้อกำหนดที่ชัดเจนต่อการยกเลิกพาสปอร์ตดังกล่าว ต้องขึ้นกับบัญชาของนายกฯ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลเพียงคนเดียว และต้องเข้าใจว่าเรื่องนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติ เพราะคนที่เกี่ยวข้องเป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นนายสมัครต้องเป็นผู้วินิจฉัย แต่ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ก็คงเป็นอำนาจการตัดสินใจของกระทรวงการต่างประเทศ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้เป็นคนธรรมดา

เมื่อถามว่าในกรณีที่เป็นพาสปอร์ตการทูต ถือเป็นอำนาจการตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ นายเตชตอบว่า เฉพาะกรณีนี้เท่านั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากตัดสินใจอย่างไร นายกฯ จำเป็นต้องชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจหรือไม่ นายเตช กล่าวว่า คงต้องมีการหารือกัน โดยในการประชุม ครม.วันอังคารที่ 26 สิงหาคมนี้ ตนจะหารือเรื่องนี้กับนายกรัฐมนตรีด้วย ซึ่งนายกรัฐมนตรีคงมีโอกาสพิจารณาหนังสือของกระทรวงการต่างประเทศก่อนการประชุม ครม.แล้ว

เบอร์มิวดายินดีให้ "ทักษิณ" ลี้ภัย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเอวาร์ท เฟรเดอริค บราวน์ จูเนียร์ นายกรัฐมนตรีของเบอร์มิวดา ประเทศในแถบมหาสมุทรแอตแลนติกตอนเหนือ ออกมาเปิดเผยว่า มีความยินดีหาก พ.ต.ท.ทักษิณจะมาขอลี้ภัยที่เบอร์มิวดา

นายบราวน์กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วมีความชื่นชมอดีตนายกรัฐมนตรีของไทยเป็นอย่างมาก จากผลงานในการบริหารประเทศที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังเห็นใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ต้องถูกโค่นอำนาจ และต้องคดีความต่างๆ มากมาย เข้าใจดีว่า ความรู้สึกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ในเวลานี้จะเป็นเช่นไร เนื่องจากครอบครัวของตนก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรมเช่นเดียวกัน โดยนายเควิน บราวน์ ลูกชายซึ่งเป็นหมอ ถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงและล่วงละเมิดทางเพศคนไข้สตรี ขณะที่นายมัวริซ ลูกชายอีกคน ก็ต้องโทษจำคุก 10 ปี หลังถูกกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมในข้อหาปล้นธนาคาร

ศาลนัดตัดสินคดีที่ดินรัชดาฯ 17 ก.ย.

ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายทองหล่อ โฉมงาม ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนทุจริตซื้อขายที่ดินย่านรัชดาภิเษกมูลค่า 772 ล้านบาทเศษ พร้อมองค์คณะรวม 9 คน ออกนั่งบัลลังก์ไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายในคดีหมายเลขดำที่ อม.1/2550 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา เป็นจำเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นคู่สมรสเจ้าพนักงานเข้าไปมีส่วนได้ส่วนเสียการทำสัญญากับรัฐ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 152 และ 157 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 4, 100 และ 122

ศาลมีคำสั่งให้เบิกตัวนายพิชิฏ ชื่นบาน ทนายความ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นนักโทษคดีละเมิดอำนาจกรณีถุงเงิน 2 ล้านบาท จากเรือนจำมาไต่สวน ตามบัญชีเดิมพยานจำเลย แต่นายพิชิฏได้ยื่นคำร้องลงวันที่ 20 สิงหาคม 2551 อ้างว่าประเด็นที่จะเบิกความนั้น นายพิชิฏ ผู้ร้องได้ส่งเอกสารทั้งหมดไว้ต่อศาลแล้ว จึงไม่ประสงค์จะมาเบิกความ

องค์คณะผู้พิพากษาพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามคำร้องแสดงว่าผู้ร้องไม่มีข้อเท็จจริงที่เพิ่มเติมอีก จึงไม่จำต้องไต่สวนพยานปากนี้ และมีคำสั่งให้งดไต่สวนพยานปากนี้ ดังนั้น พยานจำเลยทั้งสองที่ยังไม่ได้ไต่สวนจึงเหลือเพียงตัวจำเลยทั้งสอง ซึ่งหลบหนีไปไม่มาศาลเท่านั้น จึงถือได้ว่าหมดพยานจำเลยทั้งสองแล้ว และเห็นว่าพยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยทั้งสองที่ได้ไต่สวนมานั้นเพียงพอต่อการวินิจฉัยคดีแล้ว จึงไม่เรียกพยานหลักฐานมาไต่สวนเพิ่มเติมอีก ให้ยกเลิกวันนัดที่ได้นัดไว้ คดีเสร็จสิ้นการไต่สวน จึงนัดฟังคำพิพากษาวันที่ 17 กันยายน เวลา 10.00 น. ทั้งนี้ หากคู่ความฝ่ายใดประสงค์จะแถลงการณ์ปิดคดีเป็นลายลักษณ์อักษรให้ยื่นมาภายในวันที่ 10 กันยายนนี้ มิฉะนั้นจะถือว่าไม่ติดใจแถลงการณ์ปิดคดี

นายเศกสรรค์ บางสมบุญ อธิบดีอัยการฝ่ายคดีพิเศษ หัวหน้าคณะทำงานรับผิดชอบคดี กล่าวว่า ในวันที่ 26 สิงหาคม คณะทำงานอัยการจะประชุมเพื่อร่างคำแถลงปิด แล้วจะเสนอนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด ก่อนยื่นต่อศาล ซึ่งอัยการมั่นใจในพยานหลักฐานที่ปรากฏในสำนวนสอบสวนของ คตส. ที่อัยการนำเสนอต่อศาลไปแล้วทั้งหมด

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี

คนรักแม้วนัดรวมตัววันอาทิตย์นี้

นายอัมรินทร์ ผจญยุทธ์ ประธานชมรมคนรักทักษิณ พร้อมคณะ อ่านแถลงการณ์เรียกร้องให้ประชาชนทั่วประเทศที่รักและชื่นชม พ.ต.ท.ทักษิณ รวมตัวกันปกป้องและรักษา พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัว จากความไม่ชอบธรรมและอิทธิพลครอบงำที่มีมาจากการรัฐประหาร โดยเรียกร้องให้ประชาชนที่คิดถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมกันลงชื่อให้ครบ 1 แสนชื่อ ในวันอาทิตย์ที่ 24 สิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีการจัดงาน "รวมพลคนรักทักษิณ" ที่สวนจตุจักร ขณะเดียวกันจะมีการจำหน่ายไปรษณียบัตรจ่าหน้าถึงสถานทูตอังกฤษ ให้เขียนส่งความรู้สึกเพื่อสื่อไปยังประเทศอังกฤษ

นายอัมรินทร์ยอมรับว่า พ.ต.ท.ทักษิณอนุญาตให้ชมรมคนรักทักษิณใช้เว็บไซต์ www.hubthaksin.com เป็นช่องทางส่งข้อมูลข่าวสารให้พี่น้องประชาชน และเชื่อว่าจะมีบทความหรือวีซีดีจากประเทศอังกฤษโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ส่งเข้ามาเผยแพร่ในเร็ววันนี้ด้วย

อนุ กกต.ยกคำร้อง"วิฑูรย์"

รายงานข่าวแจ้งว่า การประชุมพิจารณาของคณะอนุกรรมการสืบสวนสอบสวนกรณีนายวิฑูรย์ นามบุตร อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยมีการแจกคูปองเพื่อแลกเป็นตั๋วหนัง ที่มีนายสุธน แสงสายัณห์ เป็นประธานนั้น ได้มีความเห็นไปในทางเดียวกันว่า เห็นควรยกคำร้องนายวิฑูรย์ เพราะไม่เห็นเป็นการกระทำความผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำก่อนที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง ซึ่งนายวิฑูรย์ไม่ได้มีส่วนรู้เห็นกับกรณีดังกล่าว อีกทั้งการกระทำนั้นก็เป็นการกระทำมาตั้งแต่ปี 2518 และในช่วงที่มีพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งก็ไม่ได้มีการนำคูปองดังกล่าวมาใช้แลกเป็นตั๋วเพื่อเข้าดูภาพยนตร์ได้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม วันอังคารที่ 26 สิงหาคมนี้ คณะอนุกรรมการจะมีการประชุมเพื่อดูลายละเอียดอีกครั้ง ก่อนที่จะส่งให้ กกต.พิจารณาต่อไป





ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก


Tag : ทักษิณ หมื่นล้านบาท สิงหาคม ชินวัตร พินทองทา สิงหาคมนี้ ล้านบาท มาตรา นายเตช จำนวน อย่างมาก



Giggog.com © copyright 2003-2008 All right reserved. contact us : webmaster@giggog.com
หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | แปลภาษา | แปลศัพท์ | ดิกชันนารี | แปลคำศัพท์ | แปลภาษาอังกฤษ | dictionary | dictionary online | dictionary english thai | แปล | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | เกมส์ | เกม | g | n | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ท่องเที่ยว | ดูดวง | หางาน | สมัครงาน | งาน | งานราชการ | job | ข่าว | ข่าว | ข่าว | ข่าว | บันเทิง | ข่าวบันเทิง | ข่าวการเมือง | ข่าวกีฬา | เพลง | เนื้อเพลง | โทรศัพท์มือถือ | มือถือ | ขายมือถือ | ซื้อของ | ขายของ | ของมือสอง | สินค้ามือสอง | ลงโฆษณาฟรี | ยานพาหนะ | โทรศัพท์ | สัตว์เลี้ยง | หนังสือ | tag | มิตรแท้ | มิตรแท้ประกันภัย | ประกัน | ทำประกัน | รับทำประกัน | ประกันภัย | ทำประกันภัย | รับทำประกันภัย | รถมือสอง | รถมือสอง | รถยนต์มือสอง | รถ | รถยนต์ | บ้านมือสอง | คอนโดมือสอง | ทาวน์เฮาส์มือสอง | บ้าน | คอนโด | ทาวน์เฮาส์ | asianlife | เอเชี่ยนไลฟ์ | sports | clip | . ฟุตบอล | LiveScore | Premiership | หนังสือ | นิตยสาร | แมกกาซีน | การ์ตูน | หนังสือคอมพิวเตอร์ | buddyjob.com | thaieasyjob.com | news.thaieasyjob.com | dictionary.thaieasyjob.com | mjob.in.th | plazajob.com | siamdic.com | bestdic.com | diclive.com | dicpro.com | dicstore.com | thaipromote.com | giggog.com | หาเพื่อน | plazaphone.com | plaza2u.com | plazathai.com | tag | ขาย-ซื้อ-มือสอง | คอนโด | ซื้อคอนโด | ขายคอนโด | แฟชั่น | บ้าน | รถยนต์ | หนังสือ | มือถือ | งานประจำ | อุปกรณ์สำนักงาน | ตั๋ว | ท่องเที่ยว ทัวร์ | กล้อง กล้องดิจิตอล | พระเครื่อง | เฟอร์นิเจอร์ | เครื่องใช้ไฟฟ้า | อาหาร | เกมส์ | กิ๊ฟชอป | เครื่องจักร | เครื่องดนตรี | หนัง | กีฬา | สัตว์เลี้ยง | เรียนพิเศษ | แม่ เด็ก | เสริมสวย | คอมพิวเตอร์ | เครื่องประดับ | . Menujob jobacc thaigreet stationjob job24h rcajob jobrca jobcoke jobboot jazzjob clickejob job41 job47 search2job wanjai ejob4u jobprince jobthinking thinkingjob plazabook princejob