ประธาน คตส.แฉ “หญิงอ้อ” มาแผนสูงฟ้องคดีอาญาหวังทำลายสมาธิ ลั่นไม่เต้นตามเกมท้าไปเจอกันที่ศาล ด้านประธานอนุดับเพลิงฯ เรียก ณฐนนท แจง 18 พ.ค.นี้ แก้วสรร ชง คตส. ฟัน แอร์พอร์ตลิงค์ จันทร์นี้ เผยผลสอบ สตง.ชี้ รฟท.เอื้อบริษัทรับเหมา จับตา สุริยะ กระอักเลือดรอบสอง พร้อมมี บิ๊ก รฟท.ร่วมหนาวเมื่อวันที่ 12 พ.ค. นายนาม ยิ้มแย้ม ประธานคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) กล่าวถึงเรื่องที่ถูกคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฟ้องศาลอาญา กรณีเป็นเจ้าพนักงานประพฤติมิชอบว่า เป็นเรื่องของเขา ทุกอย่างไปว่ากันที่ศาล อยู่กับศาลยุติธรรมจะตัดสิน ตนรู้อยู่แล้วว่าเขาจะมาอย่างไรที่พยายามทำลายสมาธิให้เกิดความละล้าละลัง ถือเป็นเรื่องปกติ ห้ามเขาไม่ได้ และไม่ต้องไปเต้นตามเกมของเขา ส่วนที่มีการยื่นหนัง สือให้ คตส. พิจารณายุติการทำหน้าที่ประธานคตส. นั้น ต้องหารือในที่ประชุม คตส. ในวันจันทร์ที่ 14 พ.ค.นี้
เขามีสิทธิยื่นให้เราพิจารณา แต่ถามว่า ตามที่เขาขอนั้นมีเหตุมีผลพอที่จะพิจารณาหรือไม่ หากเขาบอกว่าฟ้องร้องแล้วเป็นคู่กรณี ถ้าเขาฟ้องกรรมการ คตส. หมดทุกคนก็ทำงานต่อกัน ไม่ได้ เราจะไปกลั่นแกล้งเขาทำไม ในเมื่อไม่เคยรู้จัก พูดคุยเป็นการส่วนตัวกันมาก่อนทุกอย่าง กระทำไปตามหน้าที่ ตามมติ คตส. อาจจะไม่ถูกใจเขา เขาก็ฟ้องเอา เพราะทราบแล้วว่า มาทำหน้าที่นี้ต้องถูกฟ้องแน่ ส่วนจะมากหรือน้อยก็อีกเรื่อง เข้าใจว่าการฟ้องผมคนเดียวอาจจะเล่นที่หัวเลย เพราะฟ้องผมก็เหมือนกับฟ้อง คตส. ทั้งหมด เพียงแต่กรรมการ คตส.คนอื่นไม่ได้ร่วมเป็นจำเลยเท่านั้น นายนาม กล่าว
นายประเสริฐ บุญศรี ประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนการจัดซื้อรถ-เรือดับเพลิงของ กทม. กล่าวถึงความคืบหน้าในการไต่สวนว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล โดยในวันที่ 18 พ.ค.นี้ จะเชิญคุณหญิงณฐนนท ทวีสิน อดีตปลัด กทม. เข้าให้ข้อมูล ซึ่งจะเป็นการถามถึงข้อมูลทั่วไปในฐานะที่รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับกระบวนการจัดซื้อทั้งหมด จากนั้นจะเริ่มสรุปสำนวน ซึ่งจะถือเป็นสำนวนการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงภาค 2 โดยอาจจะมีผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มหรือลดลง หรืออาจจะเป็น 5 คนเท่าเดิมก็ได้ ต้องแล้วแต่ข้อมูล และมติของอนุกรรมการไต่สวน หากมีผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็จำเป็นต้องเสนอให้ คตส. ชุดใหญ่พิจารณามีมติก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการแจ้งข้อกล่าวหา และเปิดให้ผู้ถูกกล่าวหาเข้าชี้แจง คาดว่าขั้นตอนนี้จะอยู่ในช่วงเดือน มิ.ย. แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะสรุปสำนวนเพื่อส่งให้อัยการได้เมื่อใด
นายแก้วสรร อติโพธิ เลขานุการ คตส. ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบโครงการก่อสร้างระบบขนส่งทางรถไฟฟ้าเชื่อมต่อท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หรือแอร์พอร์ตลิงค์ เปิดเผยว่า ในวันจันทร์ที่ 14 พ.ค.นี้ คณะอนุกรรมการตรวจสอบจะนำรายงานสรุปผลการตรวจสอบโครงการดังกล่าวเสนอต่อที่ประชุมใหญ่ คตส. เพื่อพิจารณาตามขั้นตอน มีแนวโน้มสูงที่จะมีการชี้มูลความผิดในที่ประชุม แต่ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ เป็นความลับ จะแถลงรายละเอียดในวันจันทร์ที่ 14 พ.ค.นี้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ในสำนวนของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ซึ่งเคยตรวจสอบเรื่องนี้ เบื้องต้นพบความผิดปกติในเรื่องที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทรับเหมา โดยมีสัญญาบางข้อที่อาจทำให้รัฐเสียเปรียบ คือ มีการกำหนดให้ รฟท. จ่ายค่าธรรมเนียมทางการเงิน 1.6 พันล้านบาทแทนบริษัท บีกริม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ที่เป็นคู่สัญญา โดยจ่ายให้กับสถาบันการเงินที่เป็นผู้ให้กู้ ทั้งที่โครงการดังกล่าว เป็นโครงการเทิร์นคีย์ ที่ผู้รับเหมาจะต้องรับผิด ชอบทั้งโครงการ โดย รฟท. จะจ่ายเงินทั้งหมดให้เมื่อโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ ถือว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทเอกชน จึงต้องมีผู้รับ ผิดชอบไม่ว่าจะเป็นฝ่ายการเมืองหรือ ผู้บริหารระดับสูงของ รฟท. ซึ่งในขณะที่ทำสัญญา และดำเนินโครงการ มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตเลขาธิการพรรคไทยรักไทย เป็น รมว.คมนาคม.
ข้อมูลจาก เดลินิวส์
