สตง.เล็งลุยสอบโครงการก่อสร้าง ฝายแม้ว 1 แสนแห่งในภาคเหนือ ใช้งบประมาณกว่า 770 ล้าน เหตุได้รับการร้องเรียนจัดซื้ออุปกรณ์และจ้างแรงงานเอื้อพวกนักการเมือง พร้อมจับตา เมกะโปรเจ็คต์ ของรัฐบาล หวั่นนักการเมืองหาทุนเลือกตั้งนายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รองผู้ว่าการการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เปิดเผยว่า สตง.เตรียมตรวจสอบข้อมูล การก่อสร้างต้นน้ำแบบผสมผสาน หรือ ฝายแม้ว จำนวนกว่า 1 แสนแห่ง ในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคเหนือ ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลชุดปัจจุบัน หลังจากได้รับการร้องเรียนว่าโครงการนี้อาจไม่ชอบมาพากลหลายประการ เพราะพบว่าการใช้จ่ายงบประมาณในการจัดสร้างฝายแต่ละแห่งค่อนข้างสูง
นายพิศิษฐ์ กล่าวว่า รายละเอียดการก่อสร้างแต่ละฝาย จะแบ่งวงเงินออกเป็น 2 ส่วน คือ 30% สำหรับค่าอุปกรณ์ในการก่อสร้าง ส่วนอีก 70% ที่เหลือเป็นค่าจ้างแรงงานของคนในพื้นที่ ซึ่งมีการร้องเรียนว่า อาจมีการเอื้อประโยชน์ให้คนในพื้นที่ ซึ่งมีความสนิทสนมใกล้ชิดกับนักการเมืองบางกลุ่ม เข้ามาได้รับประโยชน์จากค่าแรงในการก่อสร้างฝายเหล่านี้ เพราะฝายส่วนใหญ่จะก่อสร้างในพื้นที่ห่างไกลในป่าในเขา จึงสามารถตรวจสอบค่อนข้างยาก
นายพิศิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องอุปกรณ์ที่นำมาใช้ในการก่อสร้างฝายนั้น ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่า อาจไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร และมีวิธีพิสดารในการดำเนินงานมากมาย เช่น ฝายแห่งหนึ่งถูกจัดสร้างในจังหวัดเชียงราย แต่กลับมีการสั่งไม้ไผ่จากจังหวัดแม่ฮ่องสอนมาใช้
"ในเร็วๆ นี้ สตง.จะทำหนังสือแจ้งไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ ให้จัดส่งข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานการก่อสร้างฝายเหล่านี้มาให้ สตง.ทั้งหมด โดยเฉพาะที่ตั้งของฝายแต่ละแห่ง เพื่อที่จะได้ทราบว่ามีการก่อสร้างจริงหรือไม่ ซึ่งจากการคำนวณเบื้องต้นพบว่าฝายแต่ละแห่งใช้งบประมาณก่อสร้างเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 5,000 บาท" นายพิศิษฐ์ กล่าว
นายพิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า นอกจากนี้ สตง.จะเข้าไปตรวจสอบการดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจ็คต์) ที่รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าอาจมีการยุบสภาเร็วๆ นี้ ทำให้นักการเมืองพยายามเร่งผลักดันโครงการ เพื่อหาเงินรองรับการเลือกตั้งครั้งใหม่ด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า สำหรับการดำเนินงานก่อสร้าง ฝายแม้ว เป็นหนึ่งในโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้พื้นที่อนุรักษ์เพื่อลดผลกระทบภาวะโลกร้อน อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2551 โดยมีวัตถุประสงค์โครงการ 4 ประเด็นหลัก คือ 1.อนุรักษ์ทรัพยากรดินและป่าไม้ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ 2.ส่งเสริมและสนับสนุนให้ชุมนุมในพื้นที่มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์และจัดการทรัพยากรป่าไม้ 3.บรรเทาและลดผลกระทบจากสภาวะโลกร้อน และ 4.ก่อให้เกิดการจ้างงานและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทั้งนี้ โครงการนี้มีวงเงินดำเนินการสำหรับการสร้างฝายแม้ว 119,600 แห่ง และเพาะชำหญ้าแฝก จำนวน 100 ล้านกล้า รวมวงเงิน 770 ล้านบาท
สำหรับพื้นที่ในการก่อสร้างฝายในโครงการนี้ แยกเป็นที่จังหวัดพิษณุโลก 24,500 แห่ง แพร่ 38,000 แห่ง ตาก 15,300 แห่ง เชียงราย 16,300 แห่ง เชียงใหม่ 25,500 แห่ง ส่วนต้นกล้าหญ้าแฝก แบ่งเป็น พิษณุโลก 15 ล้านต้น แพร่ 30 ล้านต้น ตาก 15 ล้านต้น เชียงราย 30 ล้านต้น และเชียงใหม่ 10 ล้านต้น
ข้อมูลจาก มติชน
