คอลัมน์ ที่สุดน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก เสธ.ไก่อู พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ด้วยบทบาทที่ทำหน้าที่เป็น โทรโข่ง คมช. ที่สามารถชี้แจง ข้อสงสัย และ ประเด็นซักถาม ได้อย่างชัดถ้อยชัดคำ และกล้าที่จะตอบทุกประเด็น ชนทุกคำถาม
ทำให้ พ.อ.สรรเสริญ กลายเป็นบุคคลที่สังคมรู้จักไม่น้อยไปกว่า บิ๊ก คมช. ทั้งหลาย
แต่ใครจะรู้ว่าหลังฉาก หน้าจอทีวี พ.อ.สรรเสริญ เป็นผู้ที่หลงใหลและคลั่งไคล้ มนต์เสน่ห์เพลงลูกทุ่ง ชนิดเข้ากระดูก
ด้วยชีวิตวัยเด็กเกิดที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ก่อนจะย้ายตามครอบครัวมาเรียนหนังสือที่ จ.เพชรบุรี ในวัย 5 ขวบ
ด.ช.สรรเสริญ ก็เริ่มต้องมนต์เสน่ห์เพลงลูกทุ่ง
สมัยก่อนเพลงสตริงไม่ค่อยมี จะมีเพียงวงชาตรีวงเดียว แกรนด์เอ็กซ์มาเกิดทีหลัง นักร้องที่รู้จักและชื่นชอบสมัยนั้นที่ดังๆ ก็มี กาเหว่า เสียงทอง สอนคีรี ศรีประจวบ ไวพจน์ เพชรสุพรรณ ไพรวัลย์ ลูกเพชร ด้วยความที่เราฟังเพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่เด็ก ก็เลยชื่นชอบมีความรู้สึกว่า ร้องเพลงลูกทุ่งแล้วมันเท่ เพราะคนร้องเพลงลูกทุ่งได้น้อย คือคนร้องเพลงลูกทุ่งเยอะ แต่คนที่ร้องแล้วฟังเป็นลูกทุ่งจริงๆ มีไม่มากนัก
น้ำเสียง พ.อ.สรรเสริญดูเป็นปลื้ม เมื่อเล่าถึงความหลังครั้งยังกะเตาะ
เมื่อ ด.ช.สรรเสริญเริ่มเข้าสู่วัยหนุ่มได้สอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหาร และสามารถผ่านการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 23
ด้วยความสามารถด้านการร้องเพลงลูกทุ่ง ทำให้ชีวิตช่วงเข้าเรียนโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า (จปร.) เจ้าตัวก็ได้รับการคัดเลือกเป็นนักร้องลูกทุ่งประจำวงดนตรีของ จปร.
..สมัยเป็นนักเรียนนายร้อย จปร. ก็จะมีวงดนตรีของ จปร. ด้วยความที่เรามีความสามารถด้านนี้เป็นพิเศษ จึงได้รับเลือกให้เป็นนักร้องลูกทุ่งอยู่ในวงลูกทุ่ง จปร. ซึ่งหัวหน้าวงดนตรีขณะนั้นชื่อ พ.อ.กฤษดา สาริกา ซึ่งเป็นรองผู้บังคับกองดุริยางค์ทหารบกในปัจจุบัน ถือเป็นตัวแทนโรงเรียนมาตั้งแต่นั้น
และด้วยความที่หลงเสน่ห์เพลงลูกทุ่งมาตั้งแต่วัยเด็ก และใฝ่ฝันที่จะเป็นนักร้องลูกทุ่งสักครั้ง เมื่อปี 2544 มีการจัดประกวดนักร้องลูกทุ่ง เพื่อหาผู้ชนะเลิศเป็น นักร้องลูกทุ่ง เนื่องในวโรกาสงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม
ซึ่งรอบสุดท้ายจะมีการจัดประกวดแข่งขันขึ้นที่ท้องสนามหลวง ในวันที่ 5 ธันวาคม 2544
เมื่อโอกาสมาถึง พ.อ.สรรเสริญจึงไม่รีรอตัดสินใจเข้าไปสมัครลงแข่งขันตาม ความฝันวัยเด็ก
ผมชอบร้องเพลงลูกทุ่งมาก เมื่อมีการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง เนื่องในงานวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 5 ธันวาคม เมื่อปี 2544 เราก็ไปสมัคร และมีการคัดเลือกเป็นรอบๆ จนกระทั่งเหลือ 10 กว่าคน เราก็เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ซึ่งจะมีการขึ้นเวทีประกวดรอบสุดท้าย ในวันที่ 5 ธันวาคม 2544 ที่ท้องสนามหลวง..
แต่ปรากฏว่า การแข่งขันรอบสุดท้าย พ.อ.สรรเสริญพลาดการประกวด พลาดการตามหาความฝัน
..เหตุเพราะผมติดราชการไปปฏิบัติภารกิจร่วมกับกรมป่าไม้ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเพลงที่ผมเตรียมใช้ประกวดเป็นเพลงบังคับ คือเพลงล้นเกล้า เผ่าไทย ของเสรี รุ่งสว่าง เราก็ชื่นชอบอยู่แล้ว..
พ.อ.สรรเสริญเล่าด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ก่อนจะออกตัวว่า ..ถ้าวันนั้นไม่ติดภารกิจ ป่านนี้อาจมีนักร้องลูกทุ่งเพิ่มอีกคนในวงการแล้ว..
ด้วยกิตติศัพท์และการขึ้นขับกล่อมเพลงลูกทุ่งทุกครั้งที่มีโอกาสอยู่บนเวที ทำให้ พ.อ.สรรเสริญได้รับความประทับใจอย่างยิ่งจากการลงไปปฏิบัติภารกิจ ด้านกิจการพลเรือน ในพื้นที่ประสบภัยพิบัติ คลื่นสึนามิ โดยเฉพาะพื้นที่ จ.พังงา
จากการทุ่มเทแรงกายแรงใจ ทำให้ครูและผู้ปกครองผู้ที่ประสบ ภัยสึนามิ ที่ จ.พังงา มอบของที่ระลึกให้กับ พ.อ.สรรเสริญ หลังเสร็จภารกิจใช้ชีวิตในพื้นที่ร่วม 9 เดือน ด้วยการบันทึก เพลงลูกทุ่งดัง ลงแผ่นซีดีเป็นของที่ระลึก
และทุกวันในห้วงเวลาที่ โทรโข่ง คมช. อยู่ในรถก็จะหยิบแผ่นซีดีนี้ขึ้นมาฟังทุกครั้ง..?
เมื่อล้วงความลับถึง นักร้องลูกทุ่ง ที่ประทับใจ พ.อ.สรรเสริญตอบโดยพลันเป็นใครไม่ได้นอกจาก ยอดรัก สลักใจ เสรี รุ่งสว่าง สดใส รุ่งโพธิ์ทอง ถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้องเป็น คัทลียา มารศรี ที่ร้องเพลงปูนา ขาเก ได้อย่างประทับใจ
ด้วยความที่ช่ำชองเป็นนักร้องทุกเวที ทำให้ไม่มีปัญหาเวลาออก หน้าจอทีวี บวกกับความที่เป็น คนรักการอ่าน ทำให้ พ.อ.สรรเสริญจัดเป็น โทรโข่ง คมช. มักมีคำพูดแปลกและเด็ดพรั่งพรูออกมาเป็นประจำ
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
