(20ส.ค.) เวลา 09.30 น.น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลังในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงบรรยากาศภายในพรรคพลังประชาชนภายหลังจากนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้ชี้แจงทำความเข้าใจถึงปัญหาต่าง ๆ กับสมาชิกพรรคแล้ว ว่า ที่ผ่านมาสถานการณ์ภายในพรรคก็ไม่ได้มีปัญหา แต่อาจมีประเด็นข้อสงสัยและไม่มีเวลาที่จะพูดคุยกันมากนักระหว่างสมาชิกพรรคกับหัวหน้าพรรค เพราะเป็นช่วงที่ปิดสมัยประชุมสภาก็อาจทำให้ขลุกขลักได้บ้าง แต่เมื่อนายสมัครได้ชี้แจงก็ไม่มีปัญหา และสมาชิกทุกคนก็เข้าใจดีต่อข้อถามที่ว่าในที่ประชุมพรรคนายสมัครถึงกับระบุว่าหากมีการกดดันมากเกินไปก็อาจจะพิจารณาตัวเอง น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า นายสมัครได้กล่าวอย่างชัดเจนในข้อมูลที่ลูกพรรคซักถาม แต่เป็นธรรมดาของนายสมัครที่มีเสียงดัง เป็นเรื่องปกติ
เมื่อถามย้ำว่าการที่นายสมัครระบุว่าหากสมาชิกยังไม่ยอมยุติในเรื่องนี้ก็อาจจะดำเนินการ ซึ่งตีความได้ว่าจะเป็นการประกาศยุบสภาหรือลาออกได้หรือไม่ เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า นายสมัครไม่ได้พูดอย่างชัดเจนในลักษณะว่าจะยุบสภาหรือลาออกใด ๆ ทั้งสิ้น และเมื่อชี้แจงแล้วแต่สมาชิกยังไม่เข้าใจ ก็คิดว่าต้องมาทบทวนหน้าที่ผู้บริหารพรรคจะทำหน้าที่ต่อไปอย่างไร ไม่เกี่ยวกับการยุบสภาหรือลาออก
ผู้สื่อข่าวถามว่าในฐานะเลขาธิการพรรคมีสมาชิกมาปรารภถึงความไม่สบายใจกรณีการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี บ้างหรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องการออกหมายจับทุกคนอาจจะยังไม่เข้าใจกระบวนการขั้นตอนการดำเนินการ จึงคิดว่าเป็นการเลือกปฏิบัติ แต่เมื่อทำความเข้าใจจึงได้ความกระจ่างว่าไม่ใช่เรื่องผิดปกติ
เมื่อถามว่าจากนี้แกนนำของพรรคจะต้องทำความเข้าใจกับสมาชิกมากขึ้นหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเข้าใจผิด น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ในพรรคได้คุยกันถึงประเด็นนี้ โดยนายสมัครระบุว่าหลังจากสภาเปิดแล้วก็จะเดินทางเข้าร่วมประชุมพรรคทุกครั้ง
อย่างไรก็ตามหาก ส.ส.มีประเด็นที่ติดใจสงสัยก็สามารถที่จะปรึกษาหารือกับกรรมการบริหารพรรคคนอื่น ๆ ได้อยู่แล้ว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ภายในพรรคให้เป็นระบบมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในการเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่งต่าง ๆที่ก่อนหน้านี้อาจจะมีคนไม่พอใจ ซึ่งผู้ใหญ่ภายในพรรคก็ต้องอธิบายเหตุผล ความเหมาะสม หากเป็นการแต่งตั้งรัฐมนตรีในสังกัดของพรรคพลังประชาชนก็คงต้องให้เป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี แต่หากเป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับการประสานงานทั้งประธานวิปรัฐบาล และรองประธานสภาคนที่หนึ่ง ก็ต้องมีการประชุมในกรรมการบริหารพรรค ซึ่งประเด็นทั้งหมดก็ต้องชี้แจงเพื่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจตรงกัน
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากการทำความเข้าใจกันแล้วจะไม่มีใครถูกกล่าวหาว่าหักหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ อีกใช่หรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า เรื่องการกล่าวหาถือเป็นเรื่องปกติ แสดงให้เห็นถึงการทำการเมืองแบบเก่า ดังนั้นทุกคนที่อยากให้การเมืองมีความสร้างสรรค์ก็ต้องมีความหนักแน่น สู้การเมืองแบบเก่าให้ได้ และให้ประชาชนตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและนักการเมืองว่าทำงานเพื่อประชาชนหรือไม่
ต่อข้อถามที่ว่าสาเหตุที่ทำให้เกิดการกล่าวหากันภายในพรรคเกิดจากการต่อสู้หรือขัดแย้งกันด้วยเรื่องใด เลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า เราไม่ได้มองข้าม แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจการทำการเมืองแบบเก่า เพราะหากมัวแต่มาใส่ร้ายป้ายสีก็จะเสียเวลา อย่างไรก็ตามต้องยอมรับว่าการเล่นการเมืองแบบเก่านั้นมีอยู่ทุกที่ แต่ในส่วนของพรรคบางเรื่องเกิดจากความไม่เข้าใจกัน และในทุกวันนี้เรื่องของการกล่าวหามีอยู่มาก ซึ่งทางที่ดีที่สุดคือการพิสูจน์ ดูจากผลงาน
เมื่อถามว่าในที่ประชุมพรรคนายสมัครได้พูดถึงคดียุบพรรคหรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า นายสมัครไม่ได้มีข้อมูลอะไรเป็นพิเศษ เป็นเพียงการคาดการณ์ในพรรค เพราะมีความเห็นจากหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะเมื่อกรรมการบริหารของพรรคที่ถูกยุบจะถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองด้วยหรือไม่ เพราะในรัฐธรรมนูญไม่ได้ระบุว่ากรรมการบริหารทุกคนจะต้องถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ขณะนี้จึงเป็นเพียงการคาดเดากันเท่านั้น ยังไม่มีข้อมลในเชิงลึก
ส่วนเรื่องของการต่อสู้คดีนั้น มั่นใจในหลักฐานที่ส่งไปให้อนุกรรมการของ กกต.พิจารณา เพราะพรรคได้กำหนดไว้ชัดเจนเกี่ยวกับข้อบังคับทั้ง 45 ข้อ ที่ห้ามกรรมการบริหารพรรค สมาชิก ส.ส. ไปกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง นี่แสดงเจตนาว่าพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจ หากใครทำผิดพรรคก็ต้องลงโทษ ส่วนที่มีสมาชิกบางคนของพรรคลาออกเพื่อไปอยู่พรรคใหม่ก็เป็นเรื่องปกติ ไม่ได้หมายความว่า ส.ส.จะต้องอยู่พรรคใดพรรคหนึ่งไปตลอดชีวิต แต่ในส่วนของผู้บริหารพรรคไม่เคยคิดว่าจะย้ายไปอยู่พรรคอื่น หรือไปตั้งพรรคใหม่ไว้สำรอง เพราะเชื่อมั่นว่าได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง และจะขอสู้อยู่ที่พรรคพลังประชาชน
ผู้สื่อข่าวถามว่าการที่ กกต.ยืดเวลาการลงมติคดียุบพรรคไปเป็นวันที่ 2 ก.ย.นั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อพรรคหรือไม่ น.พ.สุรพงษ์ กล่าวว่า ไม่ได้ประเมินอะไรทั้งสิ้น ซึ่งเบื้องต้นรู้เพียงว่าสาเหตุที่เลื่อน เพราะกกต.ชุดใหญ่ยังได้ข้อมูลจากอนุกรรมการไม่ครบถ้วน คงไม่ได้เป็นสัญญาณที่เป็นบวกหรือเป็นลบ
เสียงเด็กกระหึ่มเว็บค้านทุบโยธินสนองการเมือง!!
อีกไม่นานโรงเรียนโยธินบูรณะที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน 73 ปี สร้างคนคุณภาพสู่สังคมมากมาย จะถูกทุบทิ้งเพื่อสร้างอาคารรัฐสภาหลังใหม่ในปลายปีนี้ให้นักการเมืองไม่กี่ร้อยชีวิตมานั่งประชุมกัน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
