ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนคว้าน้ำเหลวถกปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา ขณะที่กัมพูชาอ้างว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะเปิดประชุมฉุกเฉินจันทร์หน้า อาเซียนติงกัมพูชาอย่าเพิ่งร้องยูเอ็นหวั่นทำให้แก้ปัญหายากขึ้นนายฮอร์ นัมฮง รัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา เปิดเผยว่า คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) จะจัดการประชุมฉุกเฉินในวันที่ 28 ก.ค.นี้ เพื่อหารือมาตรการคลี่คลายความตึงเครียดในประเด็นข้อพิพาทระหว่างชายแดนไทย-กัมพูชา
"ตามข้อมูลที่เราได้รับจากนิวยอร์คนั้น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะจัดการประชุมฉุกเฉินในวันจันทร์หน้า หรือหนึ่งวันหลังจากการเลือกตั้งทั่วไปในกัมพูชา" นายฮอร์เปิดเผยกับนักการทูตในกรุงพนมเปญ พร้อมเสริมว่าเอกอัคราชทูตกัมพูชาประจำสหประชาชาติได้ส่งจดหมายไปยังประธานคณะมนตรีความมั่นคงและประธานสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เกี่ยวกับการเรียกร้องของกัมพูชาสำหรับการจัดประชุมดังกล่าวแล้ว
นายเขียว กัณฤทธิ์ โฆษกรัฐบาลกัมพูชา กล่าวว่า กัมพูชาและไทยต้องการบุคคลที่ 3 มาช่วยยุติการเผชิญหน้าทางทหารตามแนวชายแดน หลังจากเจรจาเมื่อวันจันทร์ (21 ก.ค.) ไม่สามารถหาทางออกได้ เขาเสริมว่ารัฐบาลไทยไม่สามารถถอนทหารออกไปในทันที เพราะความรู้สึกชาตินิยมที่มีอยู่ในไทยเกี่ยวกับกรณีปราสาทพระวิหาร
"ขณะนี้เรากำลังประสานกับสมาชิกอาเซียนเพื่อทำให้สถานการณ์กลับสู่สภาพปกติ เราอาจยืนเรื่องต่อศาลโลกที่กรุงเฮกอีกครั้ง เพื่อให้กำหนดเขตแดน" นายเขียว ระบุ
ทั้งนี้ กัมพูชาได้เดินหน้าทางการทูตด้วยการขอให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น และสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ช่วยแก้ไขการเผชิญหน้า โดยเรียกร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นจัดการประชุมฉุกเฉินเพื่อหาทางออกให้ปัญหานี้ ให้สอดคล้องกับกฏหมายระหว่างประเทศ
ร้องอาเซียนตั้งกลุ่มรมต.แก้ปัญหา
นอกจากนั้น นายฮอร์ ยังส่งจดหมายถึงรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประธานอาเซียน เพื่อขอให้จัดตั้งกลุ่มรัฐมนตรีในภูมิภาค ประกอบด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และลาว ในอันที่จะช่วยหาทางออกอย่างสันติแก่วิกฤตการณ์ที่ดำเนินอยู่และเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าทางทหาร หลังจากกระทรวงต่างประเทศกัมพูชาแถลงว่าการเจรจากับไทยเมื่อวันจันทร์ (21 ก.ค.) ล้มเหลว เพราะไทยยันยันที่จะใช้แผนที่ที่ไทยร่างขึ้นมา ซึ่งละเมิดเขตแดนของกัมพูชา ขณะที่กัมพูชาก็ยึดมั่นกับแผนที่ที่ร่างขึ้นเมื่อปี 2451 ซึ่งศาลยุติธรรมระหว่างประเทศให้การรับรองเมื่อครั้งตัดสินให้ปราสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชาเมื่อปี 2505
แถลงการณ์ของกัมพูชาระบุด้วยว่าการบุกรุกของไทยละเมิดสนธิสัญญามิตรไมตรีและความร่วมมือในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของอาเซียน
"ทหารไทยพร้อมปืนใหญ่และรถถังกำลังตรึงกำลังอยู่ตามแนวชายแดน ซึ่งถือเป็นการคุกคามร้ายแรงมากไม่เพียงต่ออธิปไตยและความเป็นหนึ่งเดียวด้านดินแดนของกัมพูชา แต่ยังคุกคามสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาคด้วย" นายฮอร์ระบุในจดหมาย
อย่างไรก็ตาม ในการหารืออย่างไม่เป็นทางการระหว่างการรับประทานอาหารกลางวันของรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ปรากฏว่าไม่มีความคืบหน้าใดๆ ดร.สุรินทร์ พิศสุวรรณ เลขาธิการอาเซียน เผยว่าการหารือดำเนินไปอย่างฉันท์มิตร มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ประเด็นต่างๆ และความเห็นในหลากหลายประเทศ ท้ายที่สุดบรรดารัฐมนตรีหวังว่าสองฝ่ายจะหาทางออกกันได้อย่างฉันท์มิตร และอาเซียนพร้อมเข้ารับหน้าที่ หากทั้งไทยและกัมพูชาเห็นพ้องกัน
อย่างไรก็ตาม นักการทูตอาเซียนคนหนึ่ง เผยว่าไทยต้องการแก้ไขปัญหานี้กับกัมพูชาเพียงลำพัง และไม่ต้องการให้อาเซียนเข้ามาเกี่ยวข้อง
อาเซียนติงกัมพูชาอย่าเพิ่งร้องยูเอ็นหวั่นทำให้แก้ยากขึ้น
นายจอร์จ เยียว รัฐมนตรีต่างประเทศสิงคโปร์ ในฐานะประธานอาเซียน ได้ทำจดหมายถึง นายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศกัมพูชา โดยมีใจความระบุว่า กรณีปัญหาระหว่างไทยและกัมพูชาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนเห็นว่า การเจรจาแบบทวิภาคีระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายควรจะเดินต่อไป เนื่องจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนยังคงติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ตนเองจึงขอให้ไทยและกัมพูชารายงานความคืบหน้าของเรื่องนี้ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน อย่างไม่เป็นทางการครั้งต่อไปที่จะมีขึ้นที่กรุงนิวยอร์ค ประเทศสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ขอให้ความมั่นใจแก่กัมพูชา ว่าที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนตั้งใจว่า การแก้ไขเรื่องนี้จะมีผลกระทบอย่างยิ่งต่อความน่าเชื่อถือของอาเซียน และเน้นย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่กัมพูชาจะใช้ช่องทางที่จะให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เข้ามาดำเนินการในประเด็นระหว่างไทยกับกัมพูชา ไม่เช่นนั้นอาจจะส่งผลเสียหายต่อสถานะของอาซียน และอาจทำให้การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ยากมากขึ้น
ไทยประกาศพร้อมรับหน้าที่ประธานอาเซียน
ข้อพิพาทนี้มีขึ้นในช่วงที่ไทยจะรับหน้าที่ประธานอาเซียน อย่างไรก็ตาม ดร.สุรินทร์กล่าวว่าไทยพร้อมเข้ารับหน้าที่ประธานอาเซียน แม้ไม่มีรัฐมนตรีต่างประเทศและกำลังมีปัญหาพิพาทกับกัมพูชา พร้อมระบุว่าไทยเป็นประเทศที่คร่ำหวอดด้านการทูตในภูมิภาค ในฐานะที่เป็นสมาชิกก่อตั้งอาเซียนเมื่อปี 2510
ทั้งนี้ ไทยจะรับหน้าที่ประธานอาเซียนต่อจากสิงคโปร์ในวันศุกร์ (25 ก.ค.) หลังจากรัฐมนตรีต่างประเทศปิดฉากการประชุมประจำปี
บันคีมูน แสดงความวิตก
นายบัน คีมูน เลขายูเอ็น แสดงความวิตกเกี่ยวกับความตึงเครียดมากขึ้นตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการตรึงกำลังทหาร พร้อมขอให้สองประเทศอดกลั้นและหวังว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไขด้วยวิถีทางสันติและวิถีทางทางการทูต
บัวแก้วย้ำไทย-กัมพูชาควรหาข้อยุติกันเอง
นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีมีรายงานข่าวว่าสหประชาชาติเตรียมจัดประชุมฉุกเฉินแก้ข้อพิพาทกรณีเขาพระวิหาร ในวันที่ 28 ก.ค.นี้ ตามคำร้องขอของกัมพูชาว่า กระทรวงการต่างประเทศยังไม่ได้รับรายงานจากนายดอน ปรมัติวินัย เอกอัครราชทูตถาวรประจำสหประชาชาติ ณ กรุงนิวนอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่ก็ไม่แปลกใจที่กัมพูชาจะหยิบยกประเด็นนี้ขึ้นทุกเวที
กระนั้น นายธฤต กล่าวว่า ไทยและกัมพูชาควรเจรจาหาข้อยุติระหว่างกันก่อน แต่ถ้าทำไม่สำเร็จก็สามารถใช้การประชุมอาเซียน โดยที่ไทยและกัมพูชาเองต่างก็เป็นสมาชิกอาเซียนก็ควรใช้เวทีภูมิภาคช่วยไกล่เกลี่ย ไม่ควรใช้เวทีพหุภาคี แต่หากจะเชิญไทยไปชี้แจงในเวทีใด ก็พร้อมจะชี้แจง เพื่อรักษาสิทธิและประโยชน์ของประเทศไว้
เผยยูเอ็นเอสจีไม่มีอำนาจบังคับไทยขึ้นศาลโลกได้
นายธฤต ยังกล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาจะยื่นเรื่องให้ศาลโลกตีความเรื่องพื้นที่ทับซ้อนระหว่างไทย-กัมพูชาด้วย ว่า มีทีมกฎหมายศึกษาเรื่องนี้อยู่ซึ่งไทยก็มีสิทธิ์ตัดสินใจว่าจะขึ้นศาลโลกในกรณีนี้คู่กับกัมพูชาหรือไม่ก็ได้ เนื่องจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติไม่มีอำนาจที่จะบังคับให้ไทยไปขึ้นศาลโลกได้ ยกเว้นไทยจะสมัครใจไปเอง
"ส่วนนี้กระทรวงการต่างประเทศกำลังให้ทีมกฏหมายของกระทรวงศึกษาอำนาจศาลโลกในเรื่องคำพิพากษากรณีปราสาทพระวิหาร ซึ่งกระทรวงตีความว่าศาลโลกน่าจะพิพากษาให้กัมพูชามีสิทธิครอบครองเฉพาะตัวปราสาทไม่เกี่ยวกับพื้นที่ทับซ้อนหรือเขตแดนใด" นายธฤต กล่าว
ภาพ : ไทยรัฐ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
