ผู้นำฝ่ายค้านแนะนายกฯ ดึงคนมีความสามารถเข้ามาสานต่อ 6 มาตรการเร่งด่วนช่วยเหลือคนจน พร้อมทั้งกำหนดทิศทางเศรษฐกิจให้ชัด บรรยิน เผย สมัคร ยังไม่หารือปรับ ครม. พร้อมปัดตั้งพรรคใหม่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่าายค้านและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการปรับ ครม.หลังวันที่ 28 กรกฎาคมนี้ว่า รัฐบาลต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่น โดยนำคนที่ความรู้ ความสามารถ และเป็นที่ยอมรับเข้ามา โดยเฉพาะคนที่มีความสามารถเรื่องเศรษฐกิจ เพราะ 6 มาตรการที่รัฐบาลประกาศเป็นแค่มาตรการบรรเทาชั่วคราว แต่นโยบายและทิศทางด้านเศรษฐกิจข้างหน้าต้องทำให้ชัด ซึ่งพรรคจะรอดูการปรับ ครม.ในวันดังกล่าว และจะมีท่าทีต่อไป
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะจัดทัพ ครม.ใหม่โดยปรับประมาณ 10 ตำแหน่ง ซึ่งมีรายงานข่าวตามมาว่าอาจมีการเชิญคนนอกมาร่วมเพื่อเสริมทีมเศรษฐกิจให้แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็น นายโอฬาร ไชยประวัติ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร แต่ล่าสุดนั้น ดร.วีรพงษ์ปฏิเสธที่จะเข้ามารับตำแหน่งขุนพลเศรษฐกิจของรัฐบาลนายสมัครแล้ว
ดร.วีรพงษ์นั้นเป็นมือเศรษฐกิจในยุคที่ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นนายกรัฐมนตรี และจนถึงวันนี้ ดร.วีรพงษ์ ก็ยังคงไปมาหาสู่ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์
ส่วนการปรับ ครม.ครั้งนี้ของนายสมัครที่ประกาศว่าจะเป็นอิสระนั้น ก็ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง เนื่องจากแรกที่เข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี นายสมัครก็ยอมรับว่า ครม.นี้ขี้เหร่ เพราะตนไม่มีโอกาสที่จะจัดคนให้ถูกต้องกับงาน ทำให้ตอนนั้นมีการมองว่าอิทธิพลของกลุ่มการเมืองภายในพรรคพลังประชาชนและนายใหญ่ยังคงเข้มแข็งสามารถสั่งการได้เบ็ดเสร็จ
ด้าน พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย กล่าวว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ยังไม่ได้ประสานมาที่พรรคเพื่อหารือการปรับคณะรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม การปรับคณะรัฐมนตรีในส่วนกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นดุลพินิจของนายสมัคร
พ.ต.ท.บรรยินกล่าวถึงกรณีที่พรรคมัชฌิมาธิปไตยอาจถูกตัดสินยุบพรรคว่า พรรคยังไม่ได้จดทะเบียนจัดตั้งพรรคใหม่ เพื่อรองรับ ส.ส.ของพรรค หากถูกยุบพรรคจริง จึงต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปตามขั้นตอน
ทั้งนี้ พ.ต.ท.บรรยินเคยให้สัมภาษณ์ถึงการแบ่งงานภายในกระทรวงพาณิชย์มาด้วยเช่นกัน โดยยืนยันว่า พรรคมัชฌิมาธิปไตยได้ตกลงที่จะเข้าบริหารกรมการค้าภายใน แต่สุดท้ายรัฐมนตรีว่าการก็ดึงงานในส่วนนี้ไปบริหารเอง
รายการคม-ชัด-ลึกตอน : เจรจาทางแก้ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ?
ผลการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว จบลงโดยไม่ได้ข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ได้อย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ อ้างสิทธิ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ลดราวาศอก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
