วิปรัฐบาลรับลูก สมัคร ชี้ควรเร่งแก้รัฐธรรมนูญ ไพจิตร ลั่นที่มา ป.ป.ช. เปิดสภายื่นแก้แน่นอน ขณะที่ ส.ว.ย้ำต้องดูความเหมาะสมแก้ รธน.แนะควรใช้ก่อน 1 ปีนายพีระพันธุ์ พาลุสุข ส.ส.ยโสธร พรรคพลังประชาชน ในฐานะผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นตรงกันในเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า ควรจะต้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว โดยเฉพาะในมาตราที่เป็นปัญหาและอุปสรรคต่อการบริหารงาน ซึ่งนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้วิปรัฐบาลช่วยพิจารณาว่าควรจะแก้ไขในประเด็นใดบ้าง
ส่วน นายไพจิต ศรีวรขาน รองประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า วิปรัฐบาลได้วิเคราะห์สถานการณ์การเมือง โดยเฉพาะกรณีที่มาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เป็นผู้แต่งตั้งในช่วงรัฐประหารและไม่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ฉะนั้นจะมาทำหน้าที่ถอดถอนบุคคลที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและถวายสัตย์ปฏิญาณในการเข้ารับตำแหน่งนั้น จะไม่สง่างาม เพราะผู้ที่ถูกแต่งตั้งไม่ได้มาจากการสรรหาตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ หาก ป.ป.ช.จะทำงานตามหน้าที่ที่ไม่กว้างขวางก็ไม่มีปัญหา แต่วันนี้ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะ ป.ป.ช.ชุดนี้ทำงานและใช้อำนาจหน้าที่อย่างสมบูรณ์แบบไปแล้ว ทั้งๆ ที่ที่มาก็ไม่ได้สง่างาม
ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น นายไพจิตกล่าวว่า ที่ผ่านมาวิปรัฐบาลยังมีคณะอนุกรรมการศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีนายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก็ได้สรุปรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันในบางมาตราที่คิดว่าน่าจะแก้ไขเสร็จไปแล้ว และสอดรับกับการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาและแก้ไขรัฐธรรมนูญของรัฐสภา ชุดที่มีนายกระมล ทองธรรมชาติ เป็นประธาน ที่ระบุว่า การทำงานจะเสร็จสิ้นในวันที่ 18 สิงหาคม โดยนำข้อเสนอของทั้ง 2 คณะมาสรุปอีกครั้ง
ตรงกับสิ่งที่นายสมัครบอกว่า การประชุมสภาสมัยนี้จะเสนอเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญแน่นอนนั้น ซึ่งการทำงานทั้งหมดมันก็สอดรับและตรงกัน
ส่วนการตรวจสอบรายชื่อประชาชนและรายชื่อ ส.ส.ที่เข้าชื่อยื่นถอดถอน ส.ส. ส.ว.และรัฐมนตรี พบว่า กรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยรวบรวมรายชื่อประชาชน 2 หมื่นชื่อ ยื่นถอดถอน ส.ส.และ ส.ว.จำนวน 164 คน ที่ลงชื่อยื่นญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ขณะนี้สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง และสำนักงาน กกต.ได้ตรวจสอบคุณสมบัติผู้เข้าชื่อ 31,881 คน เรียบร้อยแล้ว และส่งไปยังวุฒิสภาเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภากำลังตรวจสอบก่อนส่งให้ประธานวุฒิสภา เพื่อส่งให้ ป.ป.ช.ต่อไป
รายการคม-ชัด-ลึกตอน : เจรจาทางแก้ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ?
ผลการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว จบลงโดยไม่ได้ข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ได้อย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ อ้างสิทธิ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ลดราวาศอก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
