โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีคดีเขาพระวิหารที่กระแสเรื่องนี้กำลังลุกฮือและบานปลาย จนทำให้สายสัมพันธ์ของสองประเทศเพื่อนบ้านน่าจะใช้เวลาบรรเทาความสัมพันธ์ให้ดีดังเดิมเกมนี้ต้องยอมรับว่าชั้นเชิงของกัมพูชา ถือว่าเหนือชั้นกว่าไทยหลายขุม
เห็นชัดๆ ในการล็อบบี้คณะกรรมการมรดกโลก รวมทั้งแจ้งต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ องค์การสหประชาชาติ ในการเคลื่อนไหวเป็นแต้มต่อในเกมนี้
ตรงนี้มันพิสูจน์ถึงน้ำยาและกึ๋นของ เสนาบดีไทย ชุดนี้ ซึ่งสังคมน่าจะมองกันออกแล้วว่า สมควรไว้วางใจให้บริหารบ้านเมืองในยามใกล้วิกฤติเช่นนี้ต่อไปหรือไม่
เพราะความไม่ถี่ถ้วนในการลงนามพันธสัญญาระดับชาติ ที่มีผลกระทบใหญ่หลวงต่อความรู้สึกคนไทยส่วนใหญ่นั้น
สังคมควรย้อนมอง จังหวะย่างก้าวในเรื่องนี้ของกระทรวงการต่างประเทศ และนายกฯ ในฐานะผู้นำสูงสุดในช่วงที่ผ่านมาย เพียงพอที่จะทำให้สังคมไทยและสังคมโลกเชื่อถือในการกระทำนี้เพียงใด
บรรดานักสังเกตการณ์และนักต่อรองทางการเมืองฟันธงล่วงหน้าแล้วว่า หากการเจรจาของตัวแทนรัฐบาลทั้งสองประเทศที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ ยังหาข้อยุติที่ทั้งสองฝ่ายพอใจไม่ได้นั้น...
กัมพูชาจะได้แต้มต่อ ส่วนไทยนั้นจะตกเป็นรองและน่าจะเพลี่ยงพล้ำ...
ก็น่าจะเป็นตัวชี้ชะตาของ สมัครและครม. ว่าจะอยู่หรือไปในเร็ววันนี้ เพราะกระแสเรื่องนี้กำลังร้อนแรงและมีท่าทีว่าจะไม่ยุติง่ายๆ สำหรับสังคมไทยที่แตกเป็นสองขั้ว
โดยต้องไม่ลืมว่า เรื่องราวและคดีความทั้งหลายที่เกิดขึ้นในช่วงที่สมัครก้าวเป็น สร.1 นั้น มีความเชื่อมโยงและผูกพันกันจนคล้ายเป็นเรื่องเดียวกัน เพียงแต่แบ่งแยกกันเป็นตอนๆ คล้ายละครหลังข่าวนั่นเอง
สมัคร อ้างอิงว่า การโหมกระแสเขาพระวิหารให้บานปลาย มาจากฝีมือของกลุ่มพันธมิตร
เรื่องนี้ สมัคร ก็ถูกในมุมหนึ่ง เพราะการกระทำของพันธมิตรในคราวนี้ บางเรื่องบางราวก็ใช่ว่าจะถูกต้องไปเสียทุกอย่าง เพราะบางครั้งก็เกินงามไปบ้าง
แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ต้นตอรากเหง้าของความขัดแย้งนี้ก็มีที่มาที่ไปจากการเผยความจริงไม่หมดของ ครม.และ นพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ นั่นเอง
แต่แทนที่ นายกฯ นอมินี จะรู้สำนึกในความผิดพลาดบกพร่องของรัฐมนตรีร่วม ครม. กลับกล่าวโทษทุกสิ่งทุกอย่างว่า เป็นต้นตอของความวุ่นวายในการทำงาน
เริ่มตั้งแต่ศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง ศาลฎีกา ป.ป.ช. กกต. ส.ว.สรรหา และพรรคประชาธิปัตย์ รวมทั้งพันธมิตรที่จองเวรจองกรรมแบบไม่เลิกรา
บัดนี้ นายกฯ และรัฐบาลนอมินี กำลังเข้าตาจน และเจ้าตัวเองก็หวั่นใจอยู่เหมือนกันว่าจะอยู่พ้นวันที่ 28 กรกฎาคมนี้หรือไม่
เพราะกระบวนการ ตุลาการภิวัตน์ กำลังจะมีคำสั่งในหลายคดีความ
ถึงเวลาแล้วที่สังคมจะให้บทเรียนแก่ รัฐบาลนอมินี เพราะพฤติการณ์ที่ผ่านมาของ นายกฯ นอมินี นั้น ชัดเจนมาตั้งแต่รัฐบาลไทยรักไทยโน่นแล้ว
อย่าลืมว่าบทบาทในช่วงห้าปีเศษที่ผ่านมาของ สมัคร นั้น มีท่าทีอย่างไรกับการเมืองไทยในยามนั้น
สมัคร สวมวิญญาณสื่อมวลชนเยินยอและปกป้องรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ไปแทบทุกเรื่องราว ใช่หรือไม่ ?
ครั้นเมื่อก้าวมาเป็น ส.ว. 2549 เพียงไม่กี่เดือนก็ต้องหลุดออกจากตำแหน่ง เพราะเกิดการรัฐประหารแล้วก็หันมาถือธงแทนอดีตนายกฯ คนที่ 23
สิ่งที่เกิดขึ้นนั้น นักการเมืองรุ่นใหญ่คนนี้ต้องการช่วยชาติบ้านเมือง หรือรับงานตาม ใบสั่ง เพื่อให้ผู้ว่าจ้างสมใจและตัวเองก็สมหวังในบั้นปลายชีวิตการเมือง
สังคมควรใคร่ครวญข้อมูลในอดีตอย่างถี่ถ้วนแล้วค่อยให้คะแนน
เพราะยามนี้อาการโอษฐภัยที่พ่นไม่หยุดในหลากเรื่องราวของหัวหน้ารัฐบาลคนนี้ กำลังจะพาความซวยเข้าแทรกกับความโชคร้ายของชะตาชีวิตของตัวเองและลูกน้อง
จับอาการนี้ได้ง่ายๆ จากคำพูดของท่านผู้นำคนนี้ ที่น่าจะเริ่มรู้ชะตาชีวิตของตัวเองแล้วว่า สี่ปีที่ใฝ่ฝันว่าจะครองอำนาจให้ครบน่าจะเหลือเพียงไม่กี่วัน
ยามนี้จึงต้อง ปะ-ฉะ-ดะ กับทุกฝ่ายที่ยืนตรงข้ามด้วยทุกวิธีการ
เพราะกับดักรัฐธรรมนูญฉบับหน้าแหลมฟันดำตามคำนิยามของท่านผู้นำคนนี้ ที่กำลังทำงานอยู่นั้นมันทำลายเครดิตของรัฐบาล
ฉะนั้น จึงสมควรที่ต้องแก้ไขโดยพลัน เพื่อปล่อยให้ทายาทของไทยรักไทยและพลังประชาชนมีที่ยืนในอนาคต
แต่จะทันสถานการณ์หรือไม่ เพราะการเมืองยุคดิจิทัลนั้น ไปเร็วกว่าอดีตที่ผ่านมามาก เพราะสังคมเติบโตและรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมนักการเมืองแทบจะทุกเรื่องแล้ว
โอกาสที่จะไปไม่ถึงฝั่งฝันมีสูงทีเดียว !
สมัชชา หุ่นสาระ
รายการคม-ชัด-ลึกตอน : เจรจาทางแก้ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ?
ผลการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว จบลงโดยไม่ได้ข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ได้อย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ อ้างสิทธิ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ลดราวาศอก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
