(21ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ ผบ.สส. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. และ พล.ท.สุจิต สิทธิประภา แม่ทัพภาค 2 รอรับ พล.อ.เตีย บัน รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ประเทศกัมพูชา เดินทางมาร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี)ไทย-กัมพูชา สมัยวิสามัญ นายวีรศักดิ์ ชูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้บรรยายสรุปผลการหารือเบื้องต้นของคณะกรรมการชายแดนทั่วไปและสถานการณ์ ล่าสุดให้กับฝ่ายความมั่นคงรับฟังนายวีรศักดิ์ ได้กำชับว่า ให้การประชุมจีบีซีใช้แนวทางสันติภาพมากที่สุด ทั้งนี้ยืนยันว่าหากการประชุมครั้งนี้ยังตกลงไม่ได้ เราก็จะใช้เวทีการประชุมจีบีซี ในครั้งหน้ากัมพูชาเป็นเจ้าภาพหารือเจรจากันต่อไป พร้อมกำชับให้ฝ่ายความมั่นคง อย่าลงนามในข้อตกลงใดๆ เป็นอันขาด ซึ่งอาจเป็นผลผูกพันในอนาคต อาจทำให้ไทยลำบากขึ้นอีก
อย่างไรก็ตาม นายวีรศักดิ์ เล่าว่า ในการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ที่สิงคโปร์วานนี้ (20 ก.ค.)ฝ่ายกัมพูชา ใช้กลไกอาเซียนมาไกล่เกลี่ย ข้อพิพาทเกี่ยวกับเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร แต่นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกฯ ได้ปฏิเสธและไม่อยากให้ประเทศอื่นๆ เข้ามาเกี่ยวข้องในการเจรจาข้อยุติเรื่องนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องของไทยและกัมพูชาเท่านั้น ขณะเดียวกัน ฝ่ายไทยต้องทำงานหนักในการชี้แจง ให้ประ เทศอื่นไม่ให้มาเกี่ยวข้องเรื่องนี้ เพราะยังยืนยันว่าเป็นเรื่องของสองประเทศที่จะต้องตกลงกันให้ได้ก่อน
ผู้สื่อรายงานว่า เวลา 10.10 น. พล.อ.เตียบัน เดินทางมาถึงโรงแรมอินโดจีน โดยพล.อ.บุญสร้างและคณะให้การต้อนรับจากนั้น ทั้งสองเดินทางไปหารือทวิภาคี โดยใช้เวลาประมาณ 15 นาที ก่อนที่จะเข้าร่วมประชุม จีบีซี (ไทยกัมพูชา) ในเวลา 10.30 น.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ ผบ.สส. และคณะกรรมการชายแดนทั่วไปฝ่ายไทย พล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. พล.ต.ท.นิพนธ์ ศิริวงศ์ ผบ.ตชด.นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย,พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เสนาธิการทหาร พล.ท.นิพัทธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมชายแดนทหาร นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ,นายวีรชัย พลาดิศัย เอกอัคราชทูตประจำกระทรวงการต่างประเทศ อดีตหัวหน้าคณะเจรจาปราสาทเขาพระวิหาร และนายพิษณุ สุวรรณชฎ รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ เดินทางมาถึงโรงแรม เวลา 09.00 น. คณะกรรมการชายแดนฝ่ายไทยเข้าหารือในห้องลับก่อนจะประชุมร่วมกับคณะกรรมการชายแดนทั่วไปฝ่ายกัมพูชา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมอินโดจีน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งใช้เป็นสถานที่ในการหารือปัญหาข้อพิพาทปราสาทเขาพระวิหาร ระหว่างพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกับพล.อ.เตีย บันห์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงหลาโหม กัมพูชา มีเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจมากกว่า 1,000 นาย สนธิกำลังเข้ามาคุมพื้นที่โดยรอบโรงแรม เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย
ด้านความเคลื่อนไหวของเครือข่ายกลุ่มพันธินธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จ.สระแก้ว ซึ่งมีกำลังจัดตั้งอยู่ 500 คน แกนนำเครือข่ายระบุว่า จะไม่มีการไปชุมนุมที่บริเวณสถานที่จัดประชุม แต่จะรอฟังผลการหารือ และกำหนดทิศทางการเคลื่อนไหวต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามถนนเลียบตะเข็บชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่อ.สอยดาว และอ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มีทหารพราน และชุดนาวิกโยธินจำนวนมากพร้อมอาวุธ ตั้งหน่วยกระจายตามบริเวณต่าง ๆ ใน 2 อำเภอดังกล่าว และขอตรวจค้นรถทุกประเภทรถ รวมถึงจักร ยานยนต์ที่ผ่านไป-มา รวมถึงการตรวจค้นบุคคลที่เดินทางบนถนนเลียบตะเข็บชายแดนอย่างละเอียด ทั้งนี้การตรวจค้นดังกล่าวสร้างความประหลาดใจกับประชาชนมาก เนื่องจากที่ผ่านมาไม่เคยมีการใช้แนวทางดังกล่าวต่อการคุมพื้นที่แต่อย่างใด ขณะเดียวกันเป็นที่น่าสังเกตุว่า การตรวจค้นเจ้าหน้าที่จะให้ความสำคัญกับรถที่มีแรงงานชาวกัมพูชาอยู่บนรถ
รายงานข่าว จากหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธิน จ.จันทบุรี (ฉก.นย.) เปิดเผยว่า มีการใช้กำลังเจ้าหน้าที่หลายร้อยนาย จาก 10 กองร้อยในสังกัดชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2 อ.สอยดาว (ชค.ทพ.นย.ที่ 2 ) และชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 4 อ.โป่งน้ำร้อน (ชค.ทพ.นย.ที่ 4) รวมทั้งขอรับการสนับสนุนจากกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนอีก 1 กองร้อย โดยภารกิจเน้นตรวจค้นและติด ตามการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่าง ๆ ที่เคลื่อนไหวในเรื่องที่เกี่ยวกับปราสาทเขาพระวิหาร ทั้งนี้ภารกิจตรวจค้นและเฝ้าระวังพื้นที่แนวชายแดนจะทำตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด จนกว่าจะมีคำสั่งจากหน่วยเหนือให้ยกเลิก
รายการคม-ชัด-ลึกตอน : เจรจาทางแก้ปัญหาพื้นที่รอบปราสาทพระวิหาร ?
ผลการประชุมร่วมไทย-กัมพูชา ณ โรงแรมอินโดจีน จ.สระแก้ว จบลงโดยไม่ได้ข้อยุติว่าทั้งสองฝ่ายจะแก้ปัญหาความขัดแย้งของพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตารางกิโลเมตร รอบปราสาทพระวิหาร ได้อย่างไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็ อ้างสิทธิ ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไม่ลดราวาศอก
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
