รายงานพิเศษทั้งปัญหาม็อบพันธมิตร ปราสาทเขาพระวิหาร รวมถึงคดีต่างๆ และการยื่นถอดถอนที่รุมเร้านายกรัฐมตรี รัฐมนตรี และครม.
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ออกมาระบุว่ามีกระบวนการจ้องล้มรัฐบาลและต้องการฆ่ารัฐบาล ให้ตาย แต่ยังยืนยันว่าจะคงบริหารประเทศต่อไปได้ ในรายการ สนทนาประสาสมัคร ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยเอ็นบีที ว่า
วันนี้ผมขอปรับทุกข์กับเจ้าของประเทศ เพราะประเทศอยู่กันมาดีๆ ไม่ได้ เรื่องปราสาทพระวิหารเข้าใจกันไม่ได้ เอากันจน ถึงสหประชาชาติ เรื่องก็คือจะเอากันจนถึงให้รัฐบาลนี้ออกให้ได้ด้วยวิธีอย่างไรก็ตามแต่
กลุ่มพันธมิตรพูดชัดเจนบนเวทีว่ารอบารมีผู้ที่จะสั่งให้ตัดสินความ ถ้าตัดสินลงมาในวันที่ 28 ก.ค. และครม. 3 คนก็อยู่ไม่ได้ ข้าราชการคนนั้นๆ จะโดนหมด และถ้าป.ป.ช.รับเรื่องก็จะให้สั่งทันทีว่ามีความผิด เป็นผลให้ครม.ทั้งคณะต้องหยุดทำงานทันที เขาถึงวางแผนกันไว้ว่าจะเอาใครไว้ ทำอะไร อย่างไร อย่างนี้มันไหวไหมครับ มันคุ้มไหมครับ
จะเอากันให้ตายโดยไม่คิดถึงอะไรทั้งสิ้น ทำกันตามใจชอบ บ้านเมืองจะบรรลัยวายวอด จะเสียหายอย่างไรฉันจะทำฉันจะเอา อ้างด้วยความเกลียดชังรัฐบาลเก่า ต้องเอาให้ได้ โดยยืนยันว่าไอ้ระบบนี้จะกลับมาอีก
ผมยืนยันว่าตราบใดที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรีไอ้ระบบนี้มันไม่กลับ แต่ผมไม่ออกรับแทนแล้ว มันเป็นไปไม่ได้หรอก
บนเวทีนั้นยังพูดทำนองว่าสังเกตหรือเปล่าตั้งแต่นายสมัครเป็นนายกรัฐมนตรีไม่เคยพูดถึงเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง ผมตามเสด็จโครง การนี้มาทุกโครงการ รู้ทุกโครงการ นโยบายของท่านเป็นประโยชน์กับผู้คนธรรมดา แต่จะมาให้บังคับประกาศเป็นนโยบายรัฐบาล มันจะขัดหรือไม่ ต้องรู้ว่าอะไรควรไม่ควร ผมสนับสนุนเต็มที่ ไปที่ไหน ปาฐกถาผมยังพูดถึงว่าเพราะเรามีระบบที่ทรงพระราชทานไว้คือระบบพอเพียง ตอนที่เศรษฐกิจฟุบคนไทยไม่ล่ม
บนเวทีพันธมิตรกล่าวหาว่ารัฐบาลชุดนี้ที่กระวนกระวายดิ้นรนแก้รัฐธรรมนูญเพราะพัวพันตัวเอง ทำให้ต้องถูกจัดการ กำจัดออกไปโดยรัฐธรรมนูญฉบับนี้
จริงๆ แล้วรัฐธรรมนูญฉบับนี้เขียนเป็นกับดักไว้ ถ้ารัฐบาลธรรมดามาอยู่ไม่มีอะไรมาตอแย ไม่มีไอ้พรรค์อย่างนั้น ยังพออาศัยไปได้ แต่บัดนี้มันมีตัวมาคอยส่งเสริม คอยแยง คอย ดึง สมาชิกวุฒิสภาผ่าเป็นสองท่อน ท่อนหนึ่งเลือกมาเอง 74 ท่อนหนึ่งเลือกตั้งมา 76 คิดจะเอา 77 คนไปยื่นถอดถอน ครม.ทั้งคณะ คิดได้อีกทีว่ายื่นแล้วไม่มีสิทธิโหวต เพราะต้องการเสียง 3 ใน 5 เลยเปลี่ยนใหม่เอา 2 คนยกร่างหาชื่อ 4 หมื่นชื่อยื่นป.ป.ช. ถอดถอนครม.ทั้งคณะ เขาก็นั่งรอกันอยู่ว่าถ้าป.ป.ช.รับปั๊บก็ยุติการทำงาน
แต่ถามว่าทางเราทำได้หรือไม่ เราก็ยื่นได้ แต่เมื่อฟังแล้วก็ได้แต่คิดว่า มันเวรกรรมจริงๆ ส่งชื่อ 2 หมื่นชื่อกว่าไปตรวจ จนป่านนี้ตรวจไม่ได้ แต่ 4 หมื่นกว่าชื่อตรวจแล้ว ทำไมถึงตรวจได้เร็ว เขาก็บอกว่าเขาเตรียมคนเอาไว้ตรวจ นี่หรือราชการ มีใครอยู่ข้างหลัง
ผมแน่ใจว่าผมมีความสามารถที่จะนำนาวานี้ฝ่าคลื่นลมได้ ผมทำงานได้ ไม่มีปัญหา แต่ที่ปรับทุกข์วันนี้เขามีการกำหนดกฎเกณฑ์กันเลยว่าวันที่ 28 ก.ค.นี้จะเริ่มพัง ระหว่างนี้ก็ดูที่ป.ป.ช. ที่ผมต้องพูดถึงป.ป.ช.เพราะผมต้องพูด เพราะผมเป็นคนมีความคิด อ่านกฎหมาย มีความรู้
เมื่อมีการยึดอำนาจเมื่อปี 2549 มีประกาศออกมาว่าให้ตั้งคณะ 9 คนเข้ามา และเมื่อมีรัฐบาลอยู่ มีนายกฯ ก็ต้องนำความขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อโปรดเกล้าฯ และมีอายุอยู่ได้ 9 ปี โดยนับวันตั้งแต่วันโปรดเกล้าฯ แต่ไม่มีการนำความ ขึ้นกราบบังคมทูล ดำเนินการบริหารทันที แล้วมารู้ว่าทำไม่ถูกต้อง ส่งไปกราบบังคมทูลก็ไม่โปรดเกล้าฯ จนบัดนี้ แล้วอย่างนี้ถูกต้องหรือไม่ 1 ใน 9 ออกมาอธิบายความว่าผมเรียนกฎหมายแต่ไม่รู้กฎหมาย มาตรา 309 เป็นมาตราที่ครอบ คลุมทั้งหมด
ผมมีสิทธิที่จะเอ่ยเรื่องอย่างนี้หรือไม่ว่าคุณทำไม่ถูกต้องตามกฎ หมาย เสร็จแล้วรอปลายทางมีรัฐธรรมนูญ มาตรา 309 ว่าครอบคลุม สิ่งที่ทำทั้งหมด ครอบคลุมก็ครอบคลุมไป แต่ครอบคลุมพระราชอำนาจพระเจ้าอยู่หัวหรือไม่ เวลาที่แต่งตั้งข้าราชการซี 10 ก็ต้องส่งขึ้นโปรดเกล้าฯ ไม่เช่นนั้นเขาดำรงตำแหน่งและรับเงินเดือนไม่ได้
คณะป.ป.ช.นี้ทั้ง 9 คนที่กำลังจะให้คณะรัฐบาลของผมที่เข้าตามตรอกออกตามประตูออกไป เพราะคน 4 หมื่นคนไปร้อง แล้วศาลรัฐธรรมนูญตัดสินลงมาว่าจะต้องเอาเข้ากฎหมายมาตรา 190 ผมขออ้างความเห็นคณบดีนิติศาสตร์ธรรมศาสตร์ที่บอกว่า ในคำวินิจฉัย ศาลได้ใช้ถ้อยคำซึ่งไม่ปรากฏในรัฐธรรมนูญ เขาท้วงออกมาเลย แล้วอย่างนี้จะว่าอย่างไร
เมื่อมีรัฐมนตรีลาออกเพื่อแสดงความ รับผิดชอบก็จะเอารัฐมนตรีไปถอดถอนไม่พอก็เอาครม.ทั้งคณะไปถอดถอนเพื่อ จะต้องฆ่ารัฐบาลชุดนี้ให้มันพ้นไปเสีย บ้านเมืองจะบรรลัยวายวอด จะเสียหายอย่างไรก็ตามแต่ มันจะยุ่งยากอย่างไรก็สุดแท้แต่
วางแผนกันไว้หมด จะให้ใครอยู่จะให้ใครไป เขาทำไว้ ทำไมผมจะไม่รู้ ผมก็ต้องมาปรารภ
วันที่ 28 ก.ค.ศาลจะสั่งอย่างไรก็ตาม มีอยู่ 3 คนจะสั่งอย่างไรก็สั่งมา จะเอาเป็นเอาตายกันให้ได้ แม้กระทั่งคดีธรรมดาๆ ชิมไปบ่นไปของผม คณะอนุกรรมการเสนอมาให้กกต.ระบุว่าไม่มีปัญหา แต่กกต.ก็ทำเหมือนกับว่าอยากให้เป็นข้อกฎหมายส่งขึ้นไปให้ศาลตัดสินทันที
ส่งขึ้นไปมันถูกหรือไม่ ไม่ถูก ที่จะส่งไปต้องกล่าวหาว่าทำผิดจึงส่ง ถ้าไม่ผิดไม่ส่ง แต่นี่ส่งขึ้นไป ก็นั่งรอกันอีก รอให้ศาลฆ่าผม แล้วถ้านายกรัฐมนตรีโดนฆ่าตายเพราะไปทำชิมไปบ่นไป ทั้งที่ผมมีเอกสารแสดงว่าผมเป็นคนรับจ้างบริษัท อนุกรรมการตรวจสอบแล้วว่าไม่มีปัญหา แต่กกต.ก็ส่งไปคงคิดว่าส่งผมไปฆ่า
เรื่องนี้ผมระมัดระวัง ไม่อยากพูดถึงศาล ไม่อยากแตะต้อง ไม่อยากพูดถึงกกต. ไม่อยากพูดถึงป.ป.ช. แต่จำเป็นต้องพูดให้รู้กันเสีย เพราะถ้า ป.ป.ช.สั่งปั๊บ ครม. ต้องหยุดทำงาน อะไรจะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง ไม่รู้เขาเตรียมการไว้ว่าจะเอาอย่างนี้ รัฐบาลเก่าเป็นเหตุอย่างไร รัฐบาลใหม่มาก็มารับเคราะห์รับกรรมอยู่นี่ เพราะความเกลียดชัง
ผมยืนยันก่อนหน้านี้แล้วว่าผมอยู่ได้ 4 ปี แต่จะอยู่ไปได้อีก กี่วันก็สุดแท้แต่การฆ่ารัฐบาลนี้จะทำกันได้สำเร็จหรือไม่
ฝ่ายค้านก็เช่นกัน ถ้าเขาได้ 233 เสียงมาบริหารงาน ผมได้ 160 เสียงเป็นฝ่ายค้าน ให้ผมตอแยเอาอย่างนี้ เล่นตลอด ให้ปั่นป่วน ผม ทำไม่ได้ มันทำลายบรรยากาศ โอกาสของบ้านเมืองที่จะลุกขึ้นมาเดินหน้า 1 ปี 5 เดือนที่สะดุดหยุดและเสียหาย กว่าจะกอบกู้มาได้ กว่าจะไปพบเจรจาความ ถ้อยทีอาศัยเพื่อนบ้าน ความชิงชังจะเอารัฐบาลนี้ไปให้ได้ ไม่คำนึงถึงเลยว่าบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร
เรื่องดีแท้ๆ ไม่มีอะไรก็เอาให้มันมีให้ได้ จนวันนี้ถึงสหประชาชาติแล้ว ผมไม่พูดอะไรต่อแล้ว แต่ว่ามันเป็นเวรกรรมของบ้านเมืองนี้ คนไทยกันเองมายื้อยุดฉุดกระชาก มาจัดการทำ ใช้เครื่องมือที่สร้างเป็นกับดักเอาไว้นั้น ต้อนให้มันเข้ากับดัก
ขอให้พี่น้องทั้งประเทศใช้วิจารณญาณ โดยเฉพาะการดูโทรทัศน์ช่องที่เขาเผากันมาหลายเดือน แต่คอยดูช่อง 11 เวลา 4 ทุ่มทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ จะมีคนมาพูดหักล้างทุกประเด็น
ผมแน่ใจว่าผมถือหางเสือบ้านเมืองนี้ได้ ผมแน่ใจว่าผมมีสถานะ สติปัญญา ความคิด และผมมีความรู้จัก คุ้นเคยกับผู้ คน อย่างน้อย 10 ประเทศที่เดินทางไปแล้ว เขารู้ว่าเขาเป็นใครอย่างไร ผมเป็นใคร คิดอย่างไร เขารู้ว่าเขาคบค้าสมาคมกับประเทศไทยได้ แต่ผมอาจจะไม่มีโอกาสที่จะดำเนินการต่อไปหากจะใช้มาตรการอย่างที่ว่ามา
หน้า 6
ข้อมูลจาก ข่าวสด
