ผู้ร้าย หมายถึงได้สองกรณี คือ 1.คนที่ตกเป็นผู้ต้องหา มีหมายจับและถูกต้องการตัวเพื่อนำไปฟ้องคดีอาญา หรือ 2.จำเลยที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดีในศาล ได้รับประกันตัวแล้วหนี หรือแหกคุกหนีไป รวมถึงจำเลยที่ถูกพิพากษาจำคุกแล้วหนี ส่วนจำเลยในคดีที่สืบพยานเสร็จแล้ว หนีไปไม่ยอมมาฟังคำพิพากษา ก็น่าจะสามารถขอให้ส่งมาเพื่อปรากฏตัวต่อศาลเพื่อฟังคำพิพากษาเสียให้เรียบร้อยเสียได้ผู้ร้าย เวลาหนี ย่อมรวดเร็วและอาจหนีต่อไปเรื่อยๆ ตามประเทศต่างๆ แต่การขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ ปกติ ต้องผ่านช่องทางทางการทูต ใช้เวลาพอสมควร ทางแก้ปัญหาของเจ้าหน้าที่ประเทศต่างๆ คือการใช้วิธีการ ร้องขอให้จับกุมชั่วคราว ระหว่างที่รอจัดทำคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนที่เป็นทางการเต็มรูปแบบ ประเทศไทยเองก็ได้จับกุมผู้ร้ายข้ามแดนชั่วคราวไว้จนส่งตัวไปให้ประเทศต่างๆ ได้มาแล้วหลายราย เมื่อจับชั่วคราวเอาไว้ได้ก่อนแล้ว ก็ขอให้ศาลขังไว้เพื่อรอคำร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนอย่างเป็นทางการ ซึ่งกฎหมายไทยกำหนดให้ต้องส่งมาภายใน 2 เดือนนับแต่วันจับตัวได้
ประเด็นสำคัญ กระบวนการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เกิดขึ้นได้ในกรณีที่แม้ประเทศที่ขอตัว และประเทศที่พบตัวไม่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อกัน หากกฎหมายภายในของประเทศที่พบตัวระบุว่า ส่งผู้ร้ายข้ามแดนได้ แม้กับประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญา โดยคำนึงถึงหลักต่างตอบแทน (reciprocity)
สำหรับไทย ถือเป็นประเทศชั้นดี ในแง่ของการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เพราะจับผู้ร้ายข้ามชาติให้แก่ประเทศต่างๆ มาแล้วมากมาย ตำรวจ อัยการ และศาลไทย สมควรได้รับการชมเชยจากประเทศต่างๆ เหล่านี้ นอกจากนี้ ยังขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนกับหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสหราชอาณาจักร เบลเยียม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สหรัฐอเมริกา สาธารณรัฐประชาชนจีน เกาหลีใต้ ลาว บังกลาเทศ และกัมพูชา
ความผิดที่อยู่ในข่ายส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้แก่กัน โดยปกติ ต้องไม่ใช่ความผิดอาญาที่มีโทษไม่ถึง 1 ปี นอกจากนี้ ต้องไม่ใช่ความผิดที่เกี่ยวกับการเมือง หรือความผิดทางทหาร ซึ่งหมายความว่า การกระทำนั้นไม่ผิดกฎหมายอาญาธรรมดาเลย มีแต่ผิดเพียงเพราะแสดงออกหรือกระทำทางการเมือง หรือผิดเพียงตามกฎหมายทหารเท่านั้น อย่างนี้ ประเทศทั้งหลายไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวก้าวก่าย แต่ไม่ได้หมายความว่า นักการเมืองทำผิดกฎหมายอาญา หรือทหารทำผิดกฎหมายอาญา แล้วจะกลายเป็นความผิดทางการเมืองหรือความผิดทางทหารไปเสีย
พัฒนาการในยุคไร้พรมแดน อาชญากรรมข้ามชาติ ไม่ได้หมายถึงแค่การกระทำความผิดเกี่ยวพันหลายประเทศเท่านั้น แต่ยังหมายถึงการเป็นผู้ร้ายที่หนีข้ามประเทศอีกด้วย ทั้งนี้ สังคมนานาชาติโดยการสนับสนุนของสำนักงานสหประชาชาติด้านการต่อต้านและปราบปรามยาเสพติดและอาชญากรรม (United Nations Office on Drugs and Crime) ได้พัฒนากฎหมายอาญาระหว่างประเทศที่เรียกกันว่า อนุสัญญา (Convention) เพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมร้ายแรงต่างๆ
ดังนั้น อาชญากรรมอย่างการก่อการร้าย การทุจริตคอรัปชั่น และค้ามนุษย์ จะมีหมวดที่ว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาและการส่งผู้ร้ายข้ามแดนเอาไว้ด้วย เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถยึดเอาอนุสัญญาเหล่านี้เป็นกรอบความร่วมมือในการรวบรวมพยานหลักฐานและส่งผู้ร้ายข้ามประเทศให้แก่กันได้ด้วย ดังนั้น สำหรับการฉ้อราษฎร์บังหลวง การก่อการร้าย การค้ายาเสพติด ตลอดจนการค้ามนุษย์ ประเทศที่ไม่มีสนธิสัญญาทวิภาคี (bilateral) เพื่อส่งผู้ร้ายข้ามแดนแก่กัน ก็อาจโยงไปใช้หมวดว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญาตามอนุสัญญาสหประชาชาติในเรื่องดังกล่าวได้
อนุสัญญาที่น่าจะมีความหมายอย่างยิ่งสำหรับสังคมโลกที่โปร่งใส ได้แก่อนุสัญญาสหประชาชาติเพื่อต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ (United Nations Convention Against Corruption) ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามแสดงความเห็นดีเห็นงามในหลักการของกฎหมายระหว่างประเทศฉบับนี้ไว้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2546 มี 117 ประเทศเป็นภาคี
สำหรับประเทศไทยนั้น ที่ประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ค.ศ. 2003 ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ โดยที่ประชุมได้ลงมติให้ความเห็นต่ออนุสัญญาดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2550 โดยมีเงื่อนไขคือจะต้องมีการยกร่างกฎหมายฉบับใหม่และแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับคือ 1.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขประมวลกฎหมายอาญาให้ครอบคลุมฐานความผิดมากขึ้น 2.ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมความร่วมมือระหว่างประเทศทางอาญา พ.ศ. 2535 ให้สอดคล้องกับที่อนุสัญญาระบุ (ส่วนพระราชบัญญัติส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ. 2551 ฉบับใหม่ จะมีผลใช้บังคับในวันที่ 9 สิงหาคมนี้) และ 3.ร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด พ.ศ. ... ดังนั้นย สังคมไทยจึงควรจับตาดูพัฒนาการไปสู่การดำเนินการให้ประเทศเราให้สัตยาบันเข้าเป็นภาคีสมาชิกกฎหมายเพื่อรักษาภาษีอากรของแผ่นดินอันมาจากหยาดเหงื่อแรงงานของพวกเราทุกคนโดยเร็วต่อไป
กิติ วิพล
ปริศนายุติไฟใต้ของจริงหรือลวง?
ดูเหมือนว่านับแต่เกิดความรุนแรงในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ 4 มกราคม 2547 เป็นต้นมา รัฐบาลยังคลำเป้าไม่ถูกว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวการใหญ่ป่วนใต้
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
