ฮุนเซน ทำหนังสือถึงนายกฯยื่นเงื่อนไขให้ไทยถอนทหารโดยเร็ว พร้อมอพยพพ่อค้าแม่ค้าออกจากพื้นที่ทับซ้อนแล้ว สมัคร โวยด่า3ไอ้บ้าจุดชนวนให้มีเรื่องกับเขมร ไทยเสริมทหารพราน100 นาย ส่งคืน3ธรรมยาตรากลับผามออีแดง ผบ.ทอ.สั่งเตรียมขนคนไทยจากเขมรใน1ชม.สมเด็จฮุนเซน
นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
รอยเตอร์ รายงาน เมื่อวันที่ 17 กรกฏาคมว่า สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาระบุว่า สถานการณ์ความตึงเครียดที่ชายแดนกัมพูชา-ไทยกำลังเลวร้ายลง โดยสมเด็จฮุนเซนได้ส่งจดหมายถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ผ่านทางนายวีระพันธ์ วัชราทิตย์ เอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชา ซึ่งเรียกร้องให้ไทยถอนทหารออกจากพื้นที่โดยเร็ว พร้อมกับระบุด้วยว่าการเผชิญหน้ากันที่ปราสาทพระวิหารเป็นสิ่งที่เลวร้ายอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์กัมพูชา-ไทย แม้เขาจะยังหวังว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาผ่านทางการเจรจาก็ตาม แต่สถานการณ์ก็จะยิ่งเลวร้ายลงเนื่องจากการที่ไทยยังคงเพิ่มกำลังทหารเข้ามาในพื้นที่บวกกับการปรากฎตัวของกลุ่มผู้ประท้วงไทย
รอยเตอร์ระบุว่า ความวุ่นวายทางการเมืองในไทยเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกถูกเติมเชื้อไฟจากกลุ่มที่พยายามขับไล่รัฐบาลนายสมัคร และกำลังสร้างความหวั่นวิตกว่าเหตุการณ์ความตึงเครียดที่ชายแดนครั้งนี้อาจลุกลามบานปลายออกไป เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากการเผาสถานทูตไทยในกรุงพนมเปญผ่านมาได้ 5 ปี
สื่อนอกตีข่าวทหารเขมรโจมตีไทย
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การเผชิญหน้าระหว่างทหารไทยและกัมพูชาเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว โดยนายเขียว กันนะริด รัฐมนตรีข่าวสารกัมพูชากล่าวว่า เมื่อคืนวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันฉันท์มิตรทางโทรศัพท์ และเห็นพ้องกันว่าจะดำเนินการทุกอย่างสุดกำลังเพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดใดๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยรัฐมนตรีกลาโหมของทั้งสองประเทศจะหารือกันในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ถึงสถานการณ์ตึงเครียดล่าสุดเกี่ยวกับการอ้างสิทธิเหนือดินแดนโดยรอบปราสาทพระวิหาร และยืนยันว่า ขณะนี้ไม่มีปัญหาใดๆ ทหารยังคงอยู่ในความสงบและไม่มีทหารคนใดชี้ปากกระบอกปืนไปยังอีกฝ่าย โดยกัมพูชาจะไม่ใช้กำลังเว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน
พลจัตวาเจีย เขียว ผู้บัญชาการกองทหารที่ประจำการอยู่ในบริเวณปราสาทพระวิหาร เตือนผู้สื่อข่าวว่า สถานการณ์อาจเลวร้ายลงหากไทยยังคงเพิ่มกำลังทหารเข้ามาในพื้นที่ แต่กัมพูชาพยายามอดทน ขณะนี้มีทหารไทยอยู่ในพื้นที่ใกล้กับปราสาทพระวิหารกว่า 400 นาย เพิ่มขึ้นจากเดิมที่มีอยู่ราว 200 นาย ส่วนทหารกัมพูชาก็เพิ่มจาก 380 นายเป็น 800 นายแล้ว นอกจากนี้มีรายงานด้วยว่าชาวบ้านกัมพูชากว่า 900 คนซึ่งอาศัยอยู่ใกล้กับพื้นที่ได้ย้ายออกไปหลังเกิดเหตุตึงเครียดระหว่างสองประเทศครั้งล่าสุดขึ้น
นายสมัคร สุนทรเวช
นายกรัฐมนตรี
สมัคร ซัด3คนไทยจุดชนวนวุ่นวาย
วันเดียวกัน นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวระหว่างเป็นประธานเปิดงาน "มหกรรมมั่นใจไทยแลนด์ ดีแน่ ถูกแน่ เพื่อคนไทย" ที่อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์การแสดงสินค้าและการประชุม ตอนหนึ่ง เกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร ว่า เรื่องปราสาทเขาพระวิหาร ทุกฝ่ายเห็นชอบหมด แต่พรรคฝ่ายค้านไม่เห็นด้วย แล้ววันนี้ก็ยังมีการปลุกระดมกันอยู่ มีไอ้บ้า 3 ตัว โผล่เข้าไป จะให้เขาจับ จะให้มีเรื่อง เหมือนกับไอ้ที่มันยึดตามถนนเพื่อจุดชนวนหาเรื่องให้ทหารออกมาปฏิวัติ แต่จะจุดชนวนอย่างไร ก็ไม่ออกครับ
"จะเอาให้ได้ บุกเข้าไปเพื่อจะให้เป็นชนวน สำเร็จไหม เกือบสำเร็จแล้ว ทหารก็ไปจ่อกันแล้ว ทหารกับทหารไปเผชิญหน้ากันแล้ว มันบ้าอะไรกันครับ มีคนอยากให้ทำอย่างนี้ ดังนั้นเก่งจริง สื่อรายงานเลยที่ผมพูดนี่ ผู้คนในบ้านเมืองจะได้รู้ว่าบ้านเมืองนี้มันเป็นยังไง"นายสมัครกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเดินทางกลับ ผู้สื่อข่าวพยามขอสัมภาษณ์นายสมัครถึงความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาบริเวณเขาพระวิหาร แต่นายสมัคร กล่าวเพียงว่า ให้ไปถามทหาร เมื่อถามย้ำ นายสมัครตอบกลับว่า "ให้ไปถามพันธมิตรฯ" จากนั้นขึ้นรถกลับทันที
ผบ.ทอ.สั่งเตรียมพร้อม24ชม.
ที่วัดพระศรีมหาธาตุ พล.อ .อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ ให้สัมภาษณ์ภายหลังนำกำลังพลมาทำบุญเนื่องในวันเข้าพรรษาถึงกรณีที่มีการสั่งการให้มีการวางกำลังทหารในพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทเขาพระวิหารว่า คิดว่านายสมัคร สุนทรรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่มีการสั่งการมายังกองทัพอากาศ แต่คิดว่านายกฯคงสั่งการกับ พล.อ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบกบ้างแล้ว ส่วนกองทัพอากาศพร้อมที่จะปฎิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา คิดว่าทุกคนจะพยายามทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างลุล่วงไปด้วยดีโดยไม่ให้กระทบกับปัญหาใดๆ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและเรื่องอื่นๆ และยังไม่ทราบกรณีที่นายกรัฐมนตรีเรียก ผบ.เหล่าทัพเข้าหารือ
เมื่อถามว่า มีการกำชับทหารที่ปฎิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนไทย กัมพูชาอย่างไร พล.อ.อ ชลิต กล่าววว่า การป้องกันดูแลเป็นหน้าที่ของกองทัพบกและตำรวจตระเวนชายแดน กองทัพอากาศมีกองกำลังอยู่ที่จ.นครราชสีมา และ จ.อุบลราชธานี มีการเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมงตลอดเวลา ทั้งนี้ไม่คิดว่าจะมีอะไรที่รุนแรงและหวังว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย
พร้อมขนคนไทยจากเขมรใน1ชม.
'' หากเกิดความรุนแรงเรามีการเตรียมแผนในการอพยพประชาชนที่อยู่ในกัมพูชา โดยนักบินจากกองบิน 6 ก็พร้อมปฎิบัติหน้าที่ ทั้งนี้หากมีความรุนแรงเกิดขึ้นเราสามารถปฎิบัติการได้ภายใน 1 ชั่วโมง ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้เตรียมการปฎิบัติ เรามีประสบการณ์ในการขนคนออกจากประเทศกัมพูชาตอนที่มีการรัฐประหาร และการเผาสถานฑูตไทย สามารถปฎิบัติได้ไม่มีปัญหา '' ผบ.ทอ.กล่าว
เมื่อถามว่า ขณะนี้ได้รับรายงานถึงความเป็นไปได้ที่จะเกิดความรุนแรงระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงนี้หรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า โดยทั่วไปผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้ติดต่อประสานพูดคุยกับทั้งกัมพูชาอย่างใกล้ชิดรวมทั้ง ผบ.เหล่าทัพที่ได้พบปะพูดคุยกันตลอด คิดว่าทุกฝ่ายพยายามที่จะแก้ไขสถานการณ์เพื่อไม่ให้ปัญหาขยายตัว
เตือนพันธมิตรอย่าล้ำพท.ควบคุม
เมื่อถามว่า ผู้นำทั้งสองประเทศยังมีความเข้าใจกันดีหรือไม่ พล.อ.อ ชลิต กล่าว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่ ผบ.เหล่าทัพไม่มีอะไรกัน เข้าใจกันดี เมื่อถามว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะเคลื่อนกำลังไปชุมนุมบริเวณปราสาทพระวิหาร จะทำให้สถานการณ์รุนแรงขึ้นหรือไม่ พล.อ.อ ชลิต กล่าวว่า เป็นสิทธิของประชาชนในการแสดงความคิดเห็น แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่ถูกต้อง การเข้าไปเกินบริเวณพื้นที่ที่เราควบคุมอาจจะเกิดปัญหาตามมาและขยายเป็นเรื่องใหญ่โตและเป็นอันตรายต่อผู้ที่ปฎิบัติหน้าที่ เรื่องนี้ตนคิดว่าน่าจะฟังคำเสนอแนะของผู้ที่ควบคุมพื้นที่ของกองกำลังสุรนารีที่ปฎิบัติงานอยู่ในพื้นที่
สมัคร อาจไม่ร่วมถกเขมร
พล.ท.นิพันธ์ ทองเล็ก เจ้ากรมกิจการชายแดนทหาร กล่าวว่า พล.อ.เตีย บันห์ รัฐมนตรีกลาโหมกัมพูชาจะเป็นผู้แทนฝ่ายกัมพูชามาร่วมประชุมกับไทยในวันที่ 21 กรกฎาคมนี้ แต่ในส่วนของไทยยังไม่ยืนยันว่านายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมจะเดินทางไปร่วมประชุมด้วยตนเอง หรือจะให้ผู้บัญชาการกองทัพไปร่วมหารือ อย่างไรก็ดีนายกรัฐมนตรีจะหารือกับผู้บัญชาการกองทัพบก เรือ และอากาศของไทยก่อนเพื่อหารือถึงสถานการณ์ในขณะนี้
ไทยเสริมทหารพราน-กวาดเก็บบึ้ม
ที่จ.ศรีสะเกษ ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวแจ้งว่า สถานการณ์ด้านชายแดนไทย กัมพูชา ด้านเขาพระวิหาร ค่อนข้างตรึงเครียด โดยกองกำลังแต่ละฝ่ายติดอาวุธประชิดชายแดน โดยเฉพาะตามช่องต่างๆ ที่สามารถใช้เป็นเส้นทางสัญจร โดยมีกำลังทหารมากเป็นพิเศษแต่ยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น ในบางจุดมีกำลังทหารกัมพูชา และทหารไทย ลาดตระเวนห่างกันไม่ถึง 100 เมตร แต่ไม่มีปฏิกิริยาที่ส่อว่าเกิดปัญหา ทั้งนี้ เวลา 06.00น. ทหารพรานจากหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 23 อ.กันทรลักษ์ 100 คนได้เข้าเสริมกำลังตามช่องโกมุย หรือ ช่องคันม้า ขณะที่อีกส่วนหนึ่งจะกระจายไปเสริมที่ช่องตาเฒ่า และช่องบันไดหัก โดยลำเลียงเสบียงอาหารเสริมให้กำลังหน่วยที่ประจำตามเขตแนวชายแดนก่อนหน้านี้
ต่อมา นายอมรชัย ศรีไสย์ ผู้จัดการโครงการสำรวจเพื่อปรับลดพื้นที่ทุ่นระเบิดแบบบูรณาการ นำสมาชิก 20 คน เข้าเก็บกู้กับระเบิดและทุ่นระเบิด บริเวณพื้นที่ชายแดนรอบปราสาทพระวิหาร ใกล้ผามออีแดง โดยนายอมรชัย กล่าวว่า หลังทราบข่าวทหารพรานเหยียบกับระเบิดจึงรีบเดินทางเข้าพื้นที่เพื่อปฏิบัติการ จากข้อมูลทราบว่าบริเวณนี้ยังมีทุ่นระเบิดหลงเหลืออยู่จำนวนมาก.
ส่ง3ธรรมยาตรากลับผามออีแดง
เวลา 15.30น. วันเดียวกัน ทหารพราน 4 นาย ได้นำนายวิชาญ ทับซ้อน พร้อมนางชนิกานต์ เก่งนอก และพระคำพอง ฐิติธรรมโม ที่ก่อนหน้านั้นถูกทหารเขมรจับตัวไป ลงมาจากวัดคีรีสุขสวยเรี๊ย ด้านทิศตะวันตกปราสาทพระวิหาร ท้องที่ ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เขตรอยต่อกับประเทศกัมพูชา เพื่อลงรวมกับกลุ่มธรรมยาตราบริเวณผามออีแดง ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ
นางชนิกานต์ เปิดเผยว่า ขณะถูกสอบปากคำที่บริเวณศาลาวัดดังกล่าวรวม 3 วัน ได้รับการดูแลอย่างดีจากทหารไทย รวมทั้งได้ใช้เวลาว่างปฏิบัติธรรม โดยมีพระจากกัมพูชา 1 รูป ร่วมปฏิบัติธรรมด้วย และวันนี้เป็นวันเข้าพรรษา เจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายได้เจรจากันเรียบร้อย จึงถูกส่งตัวกลับ
ก่อนหน้านี้ นายสมาน ศรีงาม แกนนำเดินธรรมยาตราฯ กล่าวว่า ทราบว่าสมาชิกของกลุ่ม 3 คน ที่ถูกจับและปล่อยตัวออกมาแล้ว แต่ยังไม่ได้ลงมาจากเชิงเขา รู้เพียงว่าทุกคนปลอดภัยและมีโอกาสได้ปฏิบัติธรรมอยู่ที่วัดคีรีสุขสวายเรี๊ย โดยมีทหารไทยร่วมปักหลักในบริเวณวัดด้วย และอยากให้รัฐบาลตระหนักในเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะมีการจับคนไทยในแผ่นดินไทย ส่วนชาวกัมพูชาที่อาศัยอยู่บริเวณตลาดชุมชนด้านทิศตะวันออกของวัดก็ต้องให้ออกไปโดยเร่งด่วน หากชาวกัมพูชาออกไปกลุ่มเดินธรรมยาตราจะไปปักหลักปฏิบัติธรรมที่วัดดังกล่าว เพราะเป็นวัดของคนไทย
เขมรย้ายผู้ค้าหนีพท.ทับซ้อนแล้ว
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า บนเขาพระวิหาร ทหารกัมพูชาได้เปิดเครื่องขยายเสียงปลุกระดมขวัญกำลังใจแก่ทหารที่ถูกเสริมกำลังมาเฝ้าปราสาทเขาพระวิหาร โดยพูดเป็นภาษาเขมร พอจับใจความได้ว่า วันนี้พวกเราจะต่อสู้ เฝ้าดูคนไทย หากใครล่วงล้ำเข้ามาบนแผ่นดินเรา จะต้องจับดำเนินคดี และฝ่าฝืนก็ต้องใช้กำลังกัน และขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ คอยฟังคำสั่งนาย ขณะเดียวกันทหารกัมพูชาได้เคลื่อนย้ายพ่อค้าแม่ค้าชาวกัมพูชาที่มาสร้างบ้านเรือน ร้านค้าอยู่ลานกว้างในพื้นที่ทับซ้อนออกไปหมดแล้ว โดยทหารกัมพูชาอ้างว่าเพื่อความปลอดภัย จากนั้นได้จัดกำลังพร้อมอาวุธครบมือตรึงอยู่ในบริเวณดังกล่าว
อดุล ดัน รบ.จี้เขมรทำเขตกันชน
วันเดียวกัน นายอดุล วิเชียรเจริญ อดีตประธานคณะกรรมการมรดกโลก เผยแพร่บทความเรื่อง " ข้อมูลพื้นฐาน" เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก เพื่อแก้ไขความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน 3 ประเด็น คือ 1.ข้อกฎหมาย เนื่องจากคณะกรรมการมรดกโลกนานาชาติและองค์การยูเนสโกต่างเป็นองค์การระหว่างประเทศที่แยกจากกัน แต่ที่ผ่านมามีปัญหาการเมืองระหว่างประเทศเข้าแทรกแซงและมีอิทธิพลต่อการวินิจฉัยของคณะกรรมการมรดกโลกอยู่เสมอ รวมถึงกรณีปราสาทพระวิหาร ที่ นางฟรังซัวส์ ริวีเอียร์ ผช.ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายวัฒนธรรม ยูเนสโกก้าวก่ายอย่างน่าเกลียดในการลงนามเป็นประจักษ์พยานในแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา 2.การขึ้มทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกโดยกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียว มีการเบี่ยงเบนข้อเท็จจริง ไม่คำนึงถึงข้อบัญญัติข้อ 103 และ 104 ของคณะกรรมการมรดกโลก ที่ให้ต้องมีเขตกันชน และทำแผนจัดการ 3.การจัดให้มีคณะกรรมการร่วม 7 ประเทศเพื่อคุ้มครองและพัฒนา จะทำให้ 6 ชาติเข้ามาแทรกแซงปกป้องกัมพูชา และกดดันไทยในการใช้อำนาจอธิปไตยเหนือดินแดน
นายอดุล ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ที่น่าเป็นห่วงในตอนนี้คือ มติของคณะกรรมการมรดกโลกที่เป็นทางการจะเป็นไปตามร่างหรือไม่ เพราะร่างมติข้อ 14 ที่ให้ตั้งกรรมการร่วม 7 ประเทศนั้น นายปองพล อดิเรกสาร ประธานคณะกรรมการมรดกโลกประจำประเทศไทย แจ้งว่า ไม่มีการพูดในที่ประชุม จึงสงสัยว่า เพราะเหตุใดผู้แทนฝ่ายจึงไม่ท้วง เพราะกระทบสิทธิประโยชน์ของประเทศ นอกจากนี้รัฐบาลต้องเตรียมตัวและประกาศจุดยืน ว่า การทำเขตกันชนตามร่างมติข้อ 15 ไทยจะยินยอมหรือเห็นด้วยเฉพาะที่เห็นสมควรเท่านั้น
สื่อเขมรกล่าวหาไทยละเมิดอธิปไตย
ผู้สื่อข่าวรายงาน หนังสือพิมพ์กัมพูชาไม่น้อยกว่า 5 ฉบับ ต่างนำเสนอข่าวความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ใกล้ปราสาทพระวิหารที่เกิดขึ้นโดยพร้อมเพรียงกัน ส่วนใหญ่เสนอข่าวยืนยันว่า ทหารไทยได้ล่วงละเมิดอธิปไตยกัมพูชา
อย่างไรก็ดี นายเขียว กัญญาฤทธิ์ โฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ความตึงเครียดที่ จ.พระวิหาร อาจแก้ไขได้ด้วยการเจรจาระหว่างกัน โดยรัฐบาลกัมพูชาจะไม่ปล่อยให้เกิดการเผชิญหน้ากัน แม้จะยอมรับว่า มีทหารพรานของไทยเข้ามาในดินแดนกัมพูชาที่วัดตวลปราสาท ใกล้ๆ ปราสาทพระวิหาร หลังจากที่มีคนไทย 3 คน เข้ามาที่ปราสาทพระวิหารอย่างผิดกฎหมาย และไม่ยอมกลับตามที่ฝ่ายกัมพูชาร้องขอ ไทยจึงถือโอกาสส่งทหารพรานเข้ามาในกัมพูชา โดยอ้างว่ามาดูแลความปลอดภัยให้คนไทย
'' เราชนะทางการทูต ชนะทางการเมือง และชนะทางกฎหมาย เพราะเราไม่ได้ใช้ความรุนแรงกับฝ่ายตรงข้ามที่ละเมิดรุกล้ำอธิปไตยของเรา และเรายังคงจะใช้วิธีแก้ไขทางกฎหมาย อย่างไรก็ดี รัฐบาลทั้งสองประเทศเชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาได้ในสัปดาห์หน้า'' นายเขียวกล่าว
เจ้าหน้าที่ในกระทรวงต่างประเทศกัมพูชารายหนึ่งระบุว่า กระทรวงต่างประเทศกำลังเตรียมเอกสารเพื่อยื่นฟ้องต่อสหประชาชาติเกี่ยวกับการละเมิดดินแดนครั้งนี้ ทั้งนี้ พื้นที่บริเวณวัดตวลปราสาทที่ทหารไทยเข้ามาอยู่นั้น ทางไทยระบุว่า อยู่ในดินแดนไทยตามแผนที่ที่ไทยเขียนขึ้นเอง แต่กัมพูชาไม่ได้รับรองแผนที่ดังกล่าว และยึดแผนที่ที่มีการเก็บรักษาไว้ที่ศาลโลก
ด้านนายรั้ว จันทราบุตร รองประธานราชบัณฑิตสภากัมพูชา เรียกร้องให้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินตามแนวชายแดน และปิดจุดผ่านแดนกัมพูชา-ไทยเป็นการชั่วคราว จนกว่าจะแก้ไขปัญหาแล้วเสร็จ ถ้ามีปัญหากัมพูชาสามารถซื้อสินค้าจากประเทศอื่นๆ ได้ พร้อมกับเรียกร้องให้ชาวกัมพูชาทำเรื่องสนับสนุนรัฐบาลที่สามารถขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกได้ เพื่อยื่นต่อผู้แทนยูเอ็นประจำกัมพูชา สถานทูตต่างประเทศในกัมพูชา และสมาคมอาเซียน เพื่อให้ทั่วโลกเห็นว่าไทยทำสิ่งที่ไม่ดีต่อกัมพูชา ละเมิดอธิปไตย ขโมยดินแดน ปราสาท และวัฒนธรรมของกัมพูชา และดูหมิ่นคำตัดสินของยูเอ็น สร้างความไม่มั่นคงให้อาเซียนโดยรวม
ข้อมูลจาก มติชน
