ปธ.กมธ.กิจการสภา ยันเดินหน้าโครงการจ่าย ส.ส.คนละ 1 แสน จัดสัมมนาเสริมสร้าง ปชต.ตามเดิม แก้เกมด้วยการไม่ให้ ส.ส.เบิกจ่าย-ถือเงิน แต่จัดเจ้าหน้าที่สภาจัดการให้ กันข้อครหากรณีที่นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้ประธานสภาผู้แทนราษฎร เห็นชอบให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จัดสรรเงินงบประมาณให้แก่ ส.ส.คนละ 1 แสน รวม 48 ล้านบาท เพื่อนำไปดำเนินโครงการเสริมสร้างและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาและการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรก็ดี เมื่อมีเสียงทักท้วงว่าอาจขัดรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 265(3) ว่าด้วยการไม่ให้ ส.ส.รับเงินจากหน่วยงานราชการ สำนักการเงินการคลัง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร จึงระงับการเบิกจ่ายสำหรับโครงการไว้ก่อน
นายนิสิต สินธุไพร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กิจการสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สัปดาห์ที่แล้ว กมธ.พิจารณาเรื่องดังกล่าว โดยเชิญนายพิทูร พุ่มหิรัญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร มาหารือเรื่องการดำเนินโครงการต่อไปเพื่อไม่ให้ขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งสรุปว่า เมื่อโครงการดังกล่าวเป็นประโยชน์ และสภาก็ทำมาทุกสมัย เมื่อติดปัญหาเรื่องการเบิกจ่ายเงิน จึงจะให้สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ดำเนินการเรื่องเงินเอง มีรูปแบบคือ ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสภามาประสานกับ กมธ.สามัญ 35 คณะ และประสานวิทยากร ส่วน ส.ส.จะเป็นเพียงผู้ประสานงานเตรียมผู้เข้ารับการอบรม เตรียมสถานที่จัดสัมมนา โดยสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นผู้ถือเงินและเบิกจ่ายเงิน เพื่อป้องกันการผิดกฎหมาย อย่างไรก็ดี ยังเปิดช่องว่า ถ้า ส.ส.คนใดพร้อม ก็ให้มาขออนุญาตและสำรองจ่ายไปก่อนแล้วนำหลักฐานการใช้เงินมาเบิกกับสำนักการเงินการคลัง สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ไม่เกินคนละ 1 แสนบาท ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสภาติดตามโครงการอย่างใกล้ชิด แต่กรณีนี้ ส.ส.ก็ต้องรับผิดชอบเองหากมีปัญหาการขัดรัฐธรรมนูญ
งบฯดังกล่าวเป็นเงินเหลือจ่ายสำหรับเงินเดือน ส.ส.ช่วงรอยต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กับสภาผู้แทนราษฎรชุดปัจจุบัน ที่มีเหลือประมาณ 48 ล้านบาท ซึ่งเมื่อ กมธ.พิจารณาแล้ว ก็ให้มีการดำเนินการโครงการต่อไปแบบดังกล่าวเพราะเห็นว่าโครงการมีประโยชน์ และผมได้ทำบันทึกถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้ว คิดว่าท่านคงไม่ขัดข้อง แต่ตอนนี้ต้องรอการอนุมัติจากประธานก่อนที่จะดำเนินการโครงการต่อไป นายนิสิตกล่าว
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
