โฆษกทบ. เผยกองทัพภาคที่ 4 ไม่เคยได้รับการประสานเรื่องกลุ่มก่อความไม่สงบใต้จะประกาศยุติหยุดยิงพ.อ.อัคร ทิพโรจน์ โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่หัวหน้ากลุ่มก่อความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ออกมาประกาศยุติการก่อเหตุว่า กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ไม่เคยรับรู้ว่ามีการดำเนินการในเรื่องนี้ คณะทำงานของ พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร หัวหน้าพรรครวมใจชาติพัฒนา และอดีตผู้บัญชาการทหารบก ไม่เคยประสานมายังกองทัพภาคที่ 4 ซึ่งเรื่องนี้ พล.ท.วิโรจน์ บัวจรูญ แม่ทัพภาคที่ 4 มีดำริว่าเป็นการดำเนินการของภาคประชาสังคมและการมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งหากเป็นจริงได้ ขอแสดงความยินดีกับประชาชนทั้งประเทศและประเทศไทย
พ.อ.อัคร กล่าวว่า การก่อเหตุความไม่สงบในภาคใต้ มีองค์ประกอบ 3 กลุ่ม คือ องค์กรนำที่เคลื่อนไหวอยู่ ถ้าประกาศหยุดจริง แสดงว่าองค์กรนำจะเริ่มยุติบทบาทแล้ว สถานการณ์จะไม่คืบหน้าไปกว่านี้ ส่วนองค์ประกอบที่ 2 คือ กองกำลังติดอาวุธ ที่ปัจจุบันเหลือน้อยลงมาก และมีพื้นที่ก่อเหตุที่จำกัดลงเรื่อย ๆ ซึ่งจะต้องหมดบทบาทลงไป แสดงว่าการเคลื่อนไหวก่อเหตุจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วในอนาคต และองค์ประกอบที่ 3 คือ แนวร่วมที่เป็นส่วนให้การสนับสนุน ซึ่งขณะนี้ออกมารายงานตัวกับทางราชการมากขึ้น ประชาชนให้ความร่วมมือและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐมากขึ้น
ส่วนจะยืนยันได้หรือไม่ว่าบุคคลที่ออกมาประกาศตัวจะเป็นกลุ่มที่เคลื่อนไหวและก่อเหตุจริงหรือไม่นั้น โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องได้รับการยืนยันจากทีมงานของ พล.อ.เชษฐา ซึ่งกองทัพไม่รู้เรื่องนี้
เมื่อถามว่ากองทัพจะดำเนินการอย่างไรต่อไป โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า เราดีใจกับประชาชน แต่เราต้องทำหน้าที่ของเรา โดยการเฝ้าดูสถานการณ์ อยู่เป็นเพื่อนกับประชาชนต่อไปและต่อเนื่อง ส่วนจะต้องใช้เวลาเท่าใดในการติดตามสถานการณ์นั้น ยังบอกไม่ได้ ต้องรอจนกว่าจะมั่นใจได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นจริง จะต้องปรับเปลี่ยนบทบาทความรับผิดชอบของทหารในพื้นที่ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ขณะนี้ยังไม่ได้คิดไปถึงเรื่องการถอนกำลังออกจากพื้นที่ ให้ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน และผู้บัญชาการทหารบกยังไม่ได้สั่งการอะไรเป็นพิเศษ ทุกคนช็อกหมด
ด้าน นายพีรยศ ราฮิมบูรา ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนตั้งข้อสังเกตว่าหากเป็นการตกลงร่วมระหว่างกลุ่มที่เคลื่อนไหวจริง ก็น่าจะมีการกล่าวอ้างกลุ่มที่มีบทบาท ไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม บีอาร์เอ็น พลูโล หรือ บูจาฮีดีน ว่าทั้งหมดมีความเห็นร่วมกันไม่ใช่ใช้คำว่า ขอร้องให้ยุติการใช้ความรุนแรง แสดงว่ายังไม่มีการเจรจากับทุกกลุ่มอย่างที่กล่าวอ้าง ซึ่งคงต้องดูปฏิกิริยาของคนกลุ่มนี้ผ่านทางเว็ปไซด์ว่าจะเป็นอย่างไร
" ผมได้สอบถามคนในพื้นที่ที่ติดตามเรื่องนี้มานาน ทุกคนต่างยืนยันว่าไม่เคยรู้จักบุคคลในเทปบันทึกภาพดังกล่าว อีกทั้งธงที่ปรากฏก็ไม่เคยเห็น ซึ่งหากกลุ่มคนที่ออกมาพูดไม่ใช่ตัวจริง และคำพูดที่ออกมาไม่ใช่ผลสรุปก็จะยิ่งทำให้เกิดความรุนแรง ซึ่งจะยิ่งเกิดปฏิกิริยาตอบโต้กลับจากกลุ่มที่ยังเคลื่อนไหวอยู่ " นายพีรยศ กล่าว
ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้คนที่ศึกษาและติดตามเรื่องนี้ต่างเป็นห่วงเหมือนกันว่า ไม่เคยมีการส่งสัญญาณมาก่อน ว่าจะมีคำแถลงของกลุ่มที่เคลื่อนไหวในภาคใต้ แม้ที่ผ่านมารัฐบาลจะพยายามมาหลาย10 ปีเพื่อเจรจา แต่ต้องระมัดระวัง อีกทั้งเทปนี้มีการอัดไว้ตั้งแต่วันที่14 ก.ค. แต่หลังจากนั้นก็ยังมีความรุนแรงเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ หากคนเหล่านี้พร้อมหยุดยิงจริง ทำไมจึงยังมีความรุนแรงเกิดขึ้น และทำไมถึงพึ่งมาเผยแพร่ในวันนี้(17 ก.ค.)
"ผมไม่อยากคิดว่าเรื่องนี้จะถูกนำมาเพื่อเป็นประเด็นการเมือง เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นที่รัฐบาลกำลังประสบกับปัญหาหลายด้าน เพราะหากมีการทำเช่นนั้นจริงก็ถือว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง และใครจะเป็นคนรับผิดชอบกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นตามมา" นายพีรยศ กล่าวทิ้งท้าย