ผวจ.ศรีสะเกษบล็อกแกนนำกลุ่มทวงคืนดินแดนรอบเขาพระวิหารอย่าร่วมพันธมิตร อ้างอยู่ในขั้นเจรจาทางการทหาร ขณะที่แกนนำกลุ่มพันธมิตรต่างจังหวัดบ่นอุบ ถูก ตร.สกัดกั้นตลอดเส้นทาง พร้อมส่งตัวแทนเจรจาขอเปิดทางด่วนบรรยากาศตึงเครียด
นายรณชิต ทุ่มโมง ประธานสมัชชาเกษตรกรรายย่อยภาคอีสาน (สกย.อ.) ซึ่งร่วมปักหลักชุมนุมอยู่บริเวณผามออีแดง เพื่อร่วมทวงคืนแผ่นดินของประเทศไทย เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ก.ค. นายเสนีย์ จิตตเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ ได้เดินทางมาพบกับตน พร้อมกับกลุ่มแกนนำแกนนำสภาสหธรรมมิกประชาธิปไตย - รวมพลคนรักเขาพระวิหาร เพื่อขอร้องไม่ให้เข้าร่วมกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่เดินทางมาจากหลายจังหวัด เพื่อจะเดินทางขึ้นไปบนเขาพระวิหาร
โดยนายเสนีย์ ได้ให้เหตุผลว่า ขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นการเจรจาทางการทหาร อยากให้ใจเย็น ซึ่งตนก็ยืนยันมาตลอดว่า ที่ผ่านมา สกย.อ.และ สภาสหธรรมมิกประชาธิปไตย ซึ่งเกิดจาการรวมกลุ่มกันของชาวศรีสะเกษ ที่รักปราสาทเขาพระวิหาร โดยมีเจตนารมณ์ชัดเจนว่า พวกตนไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยว
จุดยืนของกลุ่มคือการผลักดันให้ชาวกัมพูชาออกจากผืนแผ่นดินไทย และให้มีการปักปันเขตแดนให้ชัดเจน ซึ่งเหตุความวุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ไม่ใช่ความผิดของประชาชน แต่เป็นความผิดพลาดของรัฐบาล ที่ไปเซ็นต์รับรองแถลงการณ์ร่วมและสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก แต่เพียงฝ่ายเดียว ทำให้ประชาชนเกรงว่า การขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร เป็นมรดกโลกของกัมพูชา จะทำให้ประเทศไทยอาจจะเสียดินแดนบริเวณพื้นที่ทับซ้อนไป ชาวบ้านจึงได้ออกมาเรียกร้องให้รัฐบาลมีคำสั่งผลักดันชาวกัมพูชาออกไปจากพื้นที่พิพาทก่อน และให้ดำเนินการปักปันเขตแดนไทยกัมพูชาให้เกิดความชัดเจน ซึ่งหากภารกิจนี้สำเร็จลงทางกลุ่มพวกตนก็จะยุติการชุมนุม และยืนยันอีกครั้งว่าเราไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองของใครทั้งสิ้น
นายประกาศิต รูปสูง ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนเพื่อประชาธิปไตยภาคอีสานและแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า การสกัดกั้นมวลชนที่มาจากหลายจังหวัดเพื่อมาทวงสิทธิ์ในดินแดนบริเวณทางขึ้นปราสาทเขาพระวิหารถือเป็นเรื่องที่ถูกต้องและชอบธรรม ซึ่งเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของคนไทยทั้งประเทศที่พึงกระทำ แต่มีประชาชนที่นำโดยนักการเมืองท้องถิ่น มาสกัดกั้นไว้ ถือว่าไม่ถูกต้อง จึงอยากเรียกร้องให้นักการเมืองท้องถิ่นทั้งหมดหยุดพฤติกรรมเช่นนี้ด้วยก่อนที่จะเกิดการเผชิญหน้าของคนไทยด้วยกันเอง ซึ่งจะไม่เกิดผลดีต่อภาพรวมทั้งประเทศ
ย้ายชาวกัมพูชาออกจากลานค้าแล้ว
ภายหลังจากเมื่อบ่ายวันที่ 16 ก.ค.ที่ผ่านมา ทหารไทยได้เสริมกำลังบนเขาพระวิหาร เพื่อกดดันให้กัมพูชาถอยออกจากพื้นที่ไทยบนเขาพระวิหาร จนทางจังหวัดต้องประกาศปิดเขาพระวิหาร ตั้งแต่ผามออีแดง หน้าด่านหน้าสำนักงานอุทยานห่างชาติเขาพระวิหาร สำนักงานป่าไม้
ขณะที่กลุ่มพันธมิตรจากทั่วสารทิศเดินทางมาร่วมชุมนุมกันเป็นจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มชาวบ้านตำบลเสาธงชัย ตำบลบึงมะลู และชาวอำเภอกันทรลักษ์ที่ไม่พอใจการมาของกลุ่มพันธมิตร เพราะเชื่อว่าจะมาสร้างปัญหาแล้วก็จากไป ผู้ที่จะต้องรับความเดือนร้อนคือคนกันทรลักษ์ จึงได้ร่วมใจกันมาปิดกั้นทำด่านห้ามกลุ่มพันธมิตรเดินทางขึ้นไป ตำรวจและทหารต้องแบ่งกำลังมาดูแลความปลอดภัยให้กับทั้งสองกลุ่ม
นอกจากนั้น พ.ต.อ.วัฒนา เงินหมื่น รอง ผบก.ภ.จว.ศรีสะเกษ ได้ระดมกำลังตำรวจจากทุก สภ.ราว 500 คน มาสมทบกับตำรวจพื้นที่เพื่อรักษาความสงบ โดยมีนายวิชิต ไตรสรณกุล นายก อบจ.ศรีสะเกษ นายธีระ ไตรสรณกุล ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคพลังประชาชน เดินทางมาช่วยเจรจาทั้งสองฝ่ายไม่ให้มีการปะทะรุนแรงเกิดขึ้น
สถานการณ์ที่ด่านหน้าสำนักงานอุทยานป่าไม้ หน้าสำนักงานป่าไม้อำเภอกันทรลักษ์ ด้านบนสุด ที่จะทะลุไปถึงผามออีแดงและขึ้นเขาพระวิหาร ขณะที่ปิดกั้นด่าน ชาวบ้านได้เปิดทีวีคอยติดตามข่าวสารอยู่ตลอดทุกชั่วโมง ซึ่งได้มีผู้สื่อข่าวแทบทุกช่อง ทั้งในและต่างประเทศ เดินทางมาทำข่าวกันจำนวนมาก โดยชาวบ้านในพื้นที่บอกว่า กลัวเกิดสงครามไทย - กัมพูชาขึ้นอีก เพราะเคยมีประสบการณ์มาก่อน บางคนสามีตาย ลูกตายเพราะสงครามเขมร 3 ฝ่าย มาแล้ว
ส่วนบนเขาพระวิหาร บริเวณหน้าผามออีแดง เครือข่ายธรรมยาตรา จำนวน 10 คน นำโดยนายสมาน ศรีงาม ได้ไปนั่งทำสมาธิตรงหน้าผา และขู่ว่า หากรัฐบาลไม่แก้ไขปัญหา นำตัว 3 คนที่ถูกจับไปออกมาจะกระโดดหน้าผา เจ้าหน้าที่จึงได้ไปไกล่เกลี่ยจนยอมออกมาจากบริเวณหน้าผากลับมานั่งทำสมาธิที่เต็นท์เหมือนเดิม
แหล่งข่าวแจ้งว่า สำหรับบรรยากาศบนเขาพระวิหาร ทหารกัมพูชาได้เปิดเครื่องขยายเสียง ปลุกระดมขวัญกำลังใจแก่ทหารที่ถูกเสริมกำลังมาเฝ้าปราสาทเขาพระวิหาร โดยพูดเป็นภาษาเขมร พอจับใจความได้ว่า วันนี้พวกเราจะต่อสู้ เฝ้าดูคนไทย หากใครล่วงล้ำเข้ามาบนแผ่นดินเรา จะต้องจับดำเนินคดี และฝ่าฝืนก็ต้องใช้กำลังกัน และขอให้ทุกฝ่ายใจเย็นๆ คอยฟังคำสั่งนาย และอื่นๆ อีกที่เป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้แก่ทหารกัมพูชา ซึ่งได้รับการยืนยันมาเพิ่มว่า ขณะที่ทหารกัมพูชา ได้เคลื่อนย้ายประชาชน ราษฎรชาวกัมพูชา ที่มาสร้างบ้านเรือน ร้านค้าอยู่ลานกว้างไปหมดแล้ว โดยทหารกัมพูชาอ้างว่าเพื่อความปลอดภัย ซึ่งกัมพูชาก็ได้ตรึงกำลังอยู่พร้อมอาวุธครบมือกว่าพันนายเช่นกัน
ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร ล่าสุดได้เคลื่อนย้ายเดินรณรงค์ผ่านหมู่บ้าน และจะเดินมุ่งหน้าขึ้นไปบนเขา แต่ต้องปะทะกับกลุ่มราษฎร ทหารพราน และ ตร.ที่มาปักหลักปิดกั้นทำด่านชั่วคราวอยู่ตลอดทั้งวัน และเชื่อว่าเหตุรุนแรงจะยืนเยื้อ เพราะเป็นช่วงวันหยุดยาว ผู้ที่ร่วมประท้วงไม่ต้องเดินทางกลับไปทำงาน
จนกระทั้งเมื่อเวลา 17.00 น. เกิดเหตุม็อบพันธมิตรฯกับม็อบชาวศรีสะเกษ ปะทะกันโดยต่างฝ่ายต่างมีอาวุธเข้ามาทำร้ายกันจนได้รับบาดเจ็บเลือดสาดกันทั้งสองฝ่าย
ทั้งนี้สาเหตุมาจากม็อบพันธมิตรพยายามที่จะขึ้นไปยังเขาพระวิหารที่กำลังมีปัญหาอยู่ในขณะนี้ แต่ทางกลุ่มม็อบชาวศรีสะเกษได้พยายามเข้าไปห้ามปรามเนื่องจากเกรงว่ากลุ่มพันธมิตรจะทำการยั่วยุจนเกิดปัญหาระหว่างประเทศบานปลาย
ผบ.ทหารราบที่16เตรียมกำลัง2กองพันตรึงเขาพระวิหาร
พ.อ.นิรุฐ เกตุศิริ ผู้บังคับการกรมทหารราบที่16 ค่ายบดินเดชา จ.ยโสธร เปิดเผยว่า ผู้บังคับบัญชาได้สั่งการให้เตรียมกำลังพลเพื่อเข้าปฏิบัติภารกิจที่ชายแดนเขาพระวิหาร โดยในเบื้องต้นได้เตรียมกำลังพลไว้ 2 กองพัน จำนวน 207 นาย ที่สามารถเคลื่อนพลได้ทันทีที่ได้รับคำสั่ง แต่ขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งให้เคลื่อนพล ซึ่งตามปกติ หากมีเหตุการณ์ไม่ดีก็มีการเตรียมพร้อมกำลังพลเพื่อปฏิบัติภารกิจอยู่แล้ว
สำหรับกรมทหารราบที่ 16 ค่ายบดินเดชา เคยมีประวัติการรบ ในสมรภูมิช่องบก อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เขตรอบต่อไทย-ลาว-กัมพูชา กับทหารเวียดนาม ในช่วงปี 2529-2530 โดยกรมทหารราบที่ 16 เป็นหน่วยทหารที่สามารถตีเข้ายึดเนิน 396 ในช่วงเวลาเดือน ม.ค.-ก.พ.2530 กลับคืนมาได้ จนทำให้สถานการณ์การสู้รบเปลี่ยนและทหารเวียดนามต้องล่าถอยในเวลาต่อมา
พล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 ค่ายสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี เปิดเผยว่า ขณะนี้ตนอยู่แนวหน้าได้ 3 วันแล้ว และวันนี้กำลังรอหารือกับผู้ใหญ่ฝ่ายกัมพูชาเพื่อเจรจา เพราะในพื้นที่ทับซ้อนฝ่ายกัมพูชาก็อ้างว่าเป็นของเขา เราก็อ้างว่าเป็นของเราซึ่งในเบื้องต้นก็ต้องมีการเจรจากัน โดยฝ่ายกัมพูชาได้ตรึงกำลังทหารในฝั่งของเขา ในส่วนของเราก็ตรึงกำลังทหารในระดับเดียวกัน ซึ่งการเสริมกำลังทหารของฝ่ายเรานั้นผู้บังคับบัญชาจะสั่งให้เสริมเพิ่มขึ้นหรือไม่นั้นตอนนี้ยังไม่ทราบ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
