ประชาชนแห่เข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ เหตุไม่พอใจนายกฯประกาศแก้ไขรัฐธรรมนูญทันทีที่เปิดสภา ด้าน"สุริยะใส" เชื่อ รัฐบาลหุ่นเชิดเดินหน้าแก้รธน. ถอดถอน กกต. ป.ป.ช.ฟอกผิดระบอบทักษิณ พร้อมงัดสารพัดวิธีสกัดพันธมิตรฯม็อบพันธมิตร
(13ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯช่วงเวลา 17.00 น.มีประชาชนทยอยเข้าร่วมชุมนุมจำนวนมากตั้งแต่หน้าเวทีสะพานมัฆวานฯถึงแยกมิสกวันจนเต็มพื้นที่เนื่องจากเป็นวันหยุด ขณะที่โรงบุญกองทัพธรรมมูลนิธิยังคงมีประชาชนให้ความสนใจเข้าร่วมรับประทานอาหารอย่างคึกคัก ส่วนด้านข้างถนนของการชุมนุมมีพ่อค้าแม่ค้านำอาหารทั้งข้าวแกงและผลไม้ มาจำหน่ายให้กับผู้ชุมนุมจำนวนมาก สร้างความคึกคักตลอดเวลา นอกจากนี้ที่บริเวณทางเข้ายังมีเจ้าหน้าที่รปภ.ของพันธมิตรฯตรวจตราบุคคลเข้าออกอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันเหตุความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้น
ส่วนบนเวทีปราศรัยมีการสับเปลี่ยนกิจกรรมและปราศรัยตลอดทั้งวัน โดยเน้นหนักไปที่การจัดรายการของนายกรัฐมนตรีในรายการสนทนาประสาสมัครในเช้าวันนี้ ซึ่งประเด็นที่ทำให้ผู้ชุมนุมมีปฏิกิริยาส่งเสียงโห่ร้อง คือ กรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช ระบุว่าหากเปิดสภาเมื่อไหร่จะทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญทันที
ต่อมาเวลา 18.20 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ แถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ว่า สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ถือว่ามีความตึงเครียดเป็นอย่างยิ่ง เมื่อรัฐบาลหุ่นเชิดต้องพยายามดิ้นรนทุกวิถีทางเพื่อความอยู่รอดและฟอกความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรและเครือข่าย หลังจากถูกกดดันและต่อต้านจากสังคม ทุกคนเชื่อว่าหลังจากนี้ต่อไปรัฐบาลหุ่นเชิดของนายสมัคร สุนทรเวช จะต้องเปิดเกมรุกกลับอย่างแน่นอน เห็นได้จากบรรดาลิ่วล้อและเครือข่ายของระบอบทักษิณที่ออกมาบอกว่าจะไม่นอนรอความตาย หรือจะไม่ยอมงอมืองอเท้าอีกต่อไป
ดังนั้นหนทางออกของรัฐบาลชุดนี้จะมีแผนหนีตายอยู่ 4 แผน คือ 1.การทำรัฐประหารตนเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้ในเวลานี้ เนื่องจากกองกำลังของฝ่ายระบอบทักษิณยังไม่มีกำลังเพียงพอที่จะก่อการ แม้อยากก่อการก็ตาม เนื่องจากเตรียมทหารรุ่น 10 สายพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ถูกจับตาการเคลื่อนไหวจากอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลา ประกอบกับพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. แม้ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าอยู่ฝ่ายไหน แต่ท่าทีที่แสดงออกสู่สาธารณะนั้น พบว่ายังรักษาระยะห่างจากระบอบทักษิณได้ค่อนข้างสม่ำเสมอ
ดังนั้นบทบาทของกองกำลังฝ่ายระบอบทักษิณทำได้เพียงการเตรียมการหรือวางแผน ด้วยการรอจังหวะการโยกย้ายนายพลครั้งใหญ่ในช่วงปลายเดือนก.ย.นี้ อย่างไรก็ตามจุดสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่ พล.อ.อนุพงษ์ ผบ.ทบ. ว่าหลังจากการแต่งตั้งโยกย้ายเดือน ก.ย.-ต.ค. จะสามารถยืนระยะห่างจากระบอบทักษิณได้อย่างสม่ำเสมอเพียงใด และการเชื่อมขุมกำลังระดับล่างจะสามารถทำให้มีเอกภาพได้มากเพียงใด ดังนั้นสถานการณ์การเมืองช่วงเวลานี้น่าจะมีความตึงเครียดอีกนาน หากมีการทำรัฐประหารเกิดขึ้นเร็ววันนี้ ตนมั่นใจว่าจะไม่ได้เกิดจากนายทหารระดับผู้บัญชาการเหล่าทัพ แต่จะเกิดจากนายทหารระดับผู้บังคับกองพัน
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า หนทางที่ 2 คือ การเดินหน้าแก้ไขรธน.แบบรวบหัวรวบหาง หลังจากที่รัฐบาลและพรรคพลังประชาชนชะลอการแก้ไขญัตติ รธน.ไปก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกิดแรงต้านจากหลายฝ่าย ทำให้พรรคพลังประชาชนดึงเกมการแก้รธน.ไว้ และเปลี่ยนแนวรุกไปที่การล็อบบี้หรือการติดสินบนศาล รวมทั้งการเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นและเห็นอยู่ในเวลานี้คือ การล็อบบี้ศาลไม่สามารถประสบผลสำเร็จ จึงทำให้กระบวนการหนีตายของเครือข่ายของระบอบทักษิณต้องหลบตัวหรือปรับแผนใหม่ เกมนี้สังคมควรจับตาอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันกระบวนยุติธรรมก็จำเป็นต้องเดินหน้าไปเรื่อยๆ และคดีสำคัญๆ ก็งวดเข้ามาทุกขณะ ซึ่งมีแนวโน้มว่าระบอบทักษิณจะแพ้ในหลายคดี ดังนั้นทางลัดและทางรอดที่จะช่วยให้พ.ต.ท.ทักษิณและเครือข่ายหลุดพ้นจากความผิดได้ คือทันทีที่เปิดสมัยประชุมเดือน ส.ค. รัฐบาลและพรรคพลังประชาชนจะต้องเสนอญัตติการแก้ไขรธน.แบบ 3 วาระรวด โดยยกข้ออ้างว่ารธน.ฉบับนี้ เป็นตัวสร้างวิกฤติให้กับการเมือง และรัฐบาลไม่สามารถทำงานได้เต็มที่
นายสุริยะใส กล่าวต่อไปว่า หนทางที่ 3 คือ การเปลี่ยนเป้าป่วนด้วยการเตรียมการถอดถอน กกต. และป.ป.ช. ซึ่งหากเห็นการออกมาพูดของนายสมัคร ในรายการพูดจาประสาสมัครในวันนี้จะเห็นได้ว่า นายกฯพยายามพูดดิสเครดิตหน่วยงานที่ตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นวิธีการของนายสมัครที่พยายามทำลายความน่าเชื่อถือของหน่วยงานและองค์กรตรวจสอบต่างๆ เพื่อให้ประชาชนเกิดความสับสน เพื่อหวังทำลายความน่าเชื่อถือและเรียกร้องคะแนนสงสารจากสังคม นอกจากนี้การถอดถอนซึ่งเป็นวิธีการที่เตรียมนำมาใช้คือ การใช้ส.ส.ในมือและมวลชนในระบอบทักษิณเข้าชื่อ 2 หมื่นรายชื่อ เพื่อถอดถอนองค์กรตรงวจสอบต่างๆ โดยเฉพาะ กกต. และป.ป.ช. และปิดเกมด้วยการยุบทิ้งหรือลดวาระการทำงานด้วยการพ่วงไปในญัตติการแก้ไขรธน. ตามร่างแก้ไขของพรรคพลังประชาชนที่ได้มีการเสนอไปก่อนหน้านี้
หนทางที่ 4 คือ การเดินเกมมวลชนขวางการขยายตัวของกลุ่มพันธมิตรฯ เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาพบว่า คะแนนความนิยมที่เคยมีอยู่ในกลุ่มของระบอบทักษิณเริ่มลดลง สิ่งหนึ่งที่ทำให้ประชาชนเสื่อมความนิยม เนื่องจากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาปากท้องของประชาชนได้ ที่สำคัญการสูญเสียเขาพระวิหารให้กัมพูชา ทำให้ไทยต้องสูญเสียดินแดน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประชาชนที่เคยมีความนิยมในระบอบทักษิณออกมาร่วมเคลื่อนไหวกับกลุ่มพันธมิตรฯมากขึ้นเป็นลำดับ อีกทั้งมวลชนในระบอบทักษิณเริ่มหดหายและอ่อนแรงไปมาก ดังนั้นวิธีการเดียวที่หยุดการขยายพันมิตรฯได้โดยเฉพาะภาคเหนือและอีสาน ซึ่งเป็นฐานกำลังของพรรคพลังประชาชนได้เริ่มเห็นถึงความเลวร้ายของรัฐบาลหุ่นเชิดและระบอบทักษิณมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นหลังจากนี้จึงมีความเป็นได้ที่มวลชนของระบอบทักษิณที่เหลืออยู่จำเป็นที่จะต้องใช้ความป่าเถื่อน ความถ่อย และความรุนแรง เข้าสกัดการขยายตัวของพันธมิตรฯในทุกรูปแบบ
นายสุริยะใส ยังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรฯในวันพรุ่งนี้ (14 ก.ค.) ว่า 5 แกนนำและตนจะเดินทางไปยัง ป.ป.ช. ในเวลา 10.00 น.เพื่อใช้สิทธิในการเรียกร้องให้ป.ป.ช.ดำเนินคดีอาญากับคณะรัฐมนตรี และข้าราชการประจำที่มีความเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดให้ไทยต้องสูญเสียเขาพระวิหาร ดังนั้น ประชาชนที่จะเดินทางไปร่วมเป็นสักขีพยานกับแกนนำพันธมิตรฯขอให้ไปพร้อมกันได้ที่หน้าป.ป.ช.ในเวลาดังกล่าว ส่วนในวันอังคารที่ 15 ก.ค. ตนจะนำรายชื่อประชาชน 2 หมื่นรายชื่อไปยื่นต่อประธานวุฒิสภา เพื่อขอถอดถอน ครม.ทั้งคณะ โดยขณะนี้พันธมิตรฯสามารถรวบรวมรายชื่อประชาชนได้แล้วมากกว่า 2.5 หมื่นรายชื่อ ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหากับครม.แต่ละคนนั้น ขณะนี้กำลังดำเนินการร่างสำนวนอยู่ คาดว่าจะแล้วเสร็จก่อนวันอังคารนี้ ซึ่งเป็นวันที่ได้มีการนัดหมายกับประธานวุฒิไว้ในการยื่นร่างถอดถอน
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
