คอลัมน์ หัวข่าวเด็ดกับผู้กองเดวิดโดย ร.ต.อ.ทวยเทพ เดวิด วิบุลศิลป์
คำเด็ดประจำสัปดาห์นี้คือคำว่า CONFUSE อ่านว่า คอนฟิวซ์
มาจากหัวข่าวเด็ดของหนังสือพิมพ์ออนไลน์ การ์เดี้ยนดอทคอมดอทยูเค ประจำวันที่ 25 มิถุนายน 2551 ซึ่งเขียนข่าววิจารณ์การเลือกตั้งประธานาธิบดีในสหรัฐอเมริกา
คำว่า confuse เป็นสกรรมกิริยาที่มีรากศัพท์มาจากคำในภาษาโรมัน ว่า confusus ที่แปลว่า การผสม การทำให้สับสน การไม่แยกแยะ
..Obama accused of twisting the Bible to confuse US voters
..โอบามาถูกกล่าวหาว่าบิดเบือนพระคัมภีร์ไบเบิลเพื่อทำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐเกิดความสับสน
ข่าวเป็นเรื่องที่นักเทศเจ้าสำนัก Focus of the Family ซึ่งเป็นคริสเตียนขวาตกขอบลัทธิหนึ่งที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย โยนเผือกร้อนเข้าใส่นายโอบามา กล่าวหาว่านายโอบามาบิดเบือนคำสอนในพระคัมภีร์หลายกรณี รวมทั้งโจมตีการที่นายโอบามาเสนอแนะเชิงท้าทายให้เอาการเคลื่อนไหวต่อต้านการทำแท้งมาเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองและทางกฎหมาย โดยกล่าวทำนองที่ว่าไม่สมควรให้พระและนักเทศปลูกฝังแนวความคิดโดยผ่านศาสนาอย่างที่เป็นอยู่
นายเจมส์ ด๊อบสัน เจ้าสำนักนี้ ไม่ได้กล่าวหานายโอบามา ผ่านรายการที่เผยแพร่ศาสนาทางวิทยุเพียงอย่างเดียว แต่มีการส่งข้อความไปโพสท์ยังเว็บบอร์ดต่างๆ ส่งอี-เมลโจมตีทั่วไปหมด ทั้งๆ ที่เป็นเพียงการเสนอให้นำประเด็นต่างๆ ที่เป็นข้อขัดแย้งในสังคมสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับลัทธิความเชื่อทางศาสนามาสู่การเคลื่อนไหวทางการเมืองในรูปแบบประชาธิปไตยเท่านั้น
เลยเป็นการเอานักเทศน์ ที่มีชื่อเสียงมาจุดประเด็นทางการมืองโจมตีว่า นายโอบามาแทรกแซงความเชื่อทางศาสนา และพยายามดึงศาสนาเข้าการเมือง
นับเป็นการโจมตีอย่างหนักหน่วง และทำท่าจะได้ผลเสียด้วยเพราะคนอเมริกันหลายส่วนยังมีศรัทธาอย่างแรงกล้าต่อศาสนาอย่างมาก ความนิยมของนายโอบามาในช่วงเข้าโค้งสุดท้ายน่าจะได้รับผลกระเทือนพอสมควร
นี่แหละครับ ราคาของประชาธิปไตย การใส่ร้ายป้ายสี การสาดโคลน การบิดเบือนข้อเท็จจริงเกิดขึ้นเพื่อผลทางการเมืองตลอดเวลา และลามไปถึงเรื่องที่ละเอียดอ่อนมากๆ หลายๆ เรื่องเสียด้วย จึงเอาคำว่า confuse มาแต่งเป็นประโยคภาษาอังกฤษได้ว่า
..The public is very confused with the real situation with the Pra Vihar, since most of the related information has been manipulated for political purposes.
..ประชาชนกำลังสับสนอย่างยิ่งกับสถานการณ์ที่แท้จริงของเขาพระวิหารเนื่องจากข้อมูลที่เกี่ยวข้องถูกบิดเบือนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง
กรณีเขาพระวิหาร เป็นกรณีที่ละเอียดอ่อนในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นอย่างยิ่ง และส่งผลต่อการดำรงอยู่ของชาติในประชาคมอาเซียนในอนาคตด้วย
เป็นความจริงครับ ที่เราถูกฝรั่งเศสใช้กำลังข่มขู่รุกรานตัดดินแดนไทย ฝั่งซ้ายขวาแม่น้ำโขงตลอดจนถึงเขาพระวิหาร แต่เมื่อพยายามรักษาหน้าตัวเองและพยายามรักษาความสัมพันธ์กับฝรั่งเศสโดยอ้างว่าสำคัญผิดในการยอมรับใช้แผนที่ที่ฝรั่งเศสเขียน จึงถูกหลักกฎหมายปิดปากเสียสนิท จนต้องเสียเขาพระวิหารไปเมื่อปี 2505 แทนที่รัฐบาลสมัยนั้นจะยกข้ออ้างเรื่องการข่มขู่ รุกรานโดยฝรั่งเศสใช้กำลังทหารยึดครองดินแดน ซึ่งน่าจะทำให้เรามีโอกาสเรียกดินแดนคืนมากกว่าแค่เขาพระวิหารด้วยซ้ำไป
นั่นคืออดีต แต่ปัจจุบันประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ คนที่รู้จริงไม่ยักกะพูด ปล่อยให้คนที่ไม่รู้ตื้นลึกหนาบางออกมาแสดงภูมิสร้างให้ประชาชน confuse เสียมากมาย ตั้งแต่นักเลือกตั้ง นักปลุกระดม นักสร้างภาพ รวมตลอดถึงนักโค่นรัฐบาลทั้งหลายออกมาสัมภาษณ์แสดงระดับสติปัญญาในรายการโทรทัศน์ต่างๆ ขึ้นเวทีก่อม็อบโดยมีวัตถุประสงค์ต่างๆ กันไป แต่ที่เน้นคือโค่นล้มรัฐบาล หรือไม่ก็หาความดังใส่ตัว
ฝั่งรัฐบาลก็เหลือเกิน หมกเม็ดเสียจนเป็นเรื่อง พอถึงคราวต้องพูดชี้แจง จะพูดไปก็สองไพเบี้ย ไม่มีใครให้ราคาเสียแล้ว
จำจลาจลเผาสถานทูตไทยในเขมรเมื่อสี่ห้าปีก่อนได้ไหมครับ ทีแรกนึกว่าคนไทยเราจะมีวุฒิภาวะมากกว่านั้น แต่ที่ไหนได้ พี่เขมรกะน้องไทยก็ทำท่าจะเป็นอีหรอบเดียวกันแหละคร้าบ
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
