เทพไท แฉ เล่ห์ หมัก เตรียมชิงแก้รธน.ก่อน กมธ.ศึกษาจะสรุปผล ฟันธง รัฐบาลวางหมากไม่เกิน ก.ย. รอผ่านงบฯปี 52-โยกย้ายข้าราการ ก่อนยุบสภา จี้ หมัก รับผิดชอบตาม นพดล บี้ให้เผยคนที่อยู่เบื้องหลงทำร้ายรัฐบาล หวั่นพูดครึ่งๆกลางๆทำให้สังคมสงสัยนายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองของนายนพดล ปัทมะ ที่แถลงลาออกจากตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศว่า อย่างน้อยก็ทำให้กระแสการเมืองที่มีต่อนายนพดลลดลงไปบ้าง ส่วนที่ระบุว่าเห็นแก่บ้านเมืองจึงจำเป็นต้องลาออกนั้น ตนอยากให้นายนพดลไปบอกนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อจะได้เป็นการกระตุ้นต่อมนายกฯให้รู้ว่า นายกฯจะต้องแสดงความรับผิดชอบร่วมกับนายนพดลด้วย
ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลทำผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่มาก ในต่างประเทศนั้นรัฐบาลจะต้องลาออกทันทีแต่สำหรับประเทศไทยคงจะเรียกหาจิตสำนึกจากรัฐบาลชุดนี้ยาก ทั้งที่ทุกฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลสร้างมาตราฐานทางการเมือง แต่รัฐบาลก็ยังเพิกเฉยไม่ทำตามกระแสสังคม แต่มีการเรียกประชุมพรรคพลังประชาชนเป็นการด่วน เพื่อปลุกใจลูกพรรคที่ขวัญกระเจิงต่อสถานการณ์การเมือง นอกจากนี้นายสมัครยังได้ประกาศต่อที่ประชุมพรรคว่าจะไม่ลาออก ไม่ยุบสภา ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนไม่ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะหลายครั้งที่นายกฯคนนี้บอกว่าจะไม่ทำ แต่ก็มักจะทำอยู่เสมอ เช่น บอกไม่แก้รัฐธรรมนูญแต่ก็แก้ บอกว่าจะไม่เปิดสภาให้อภิปรายไม่ไว้วางใจแต่สุดท้ายก็เปิด บอกจะไม่ปรับครม.แต่วันนี้ก็มีท่าทีว่าจะปรับ เพราะฉะนั้นการประกาศไม่ยุบสภาไม่ลาออก ก็อาจจะไม่เป็นความจริงตามที่นายกฯพูดก็ได้
ผมคิดว่ารัฐบาลขาดความชอบธรรมที่จะบริหารประเทศ เพราะสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมตลอดเวลา และปรากฏการที่น่าเป็นห่วงคือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดต่างๆ ทั้งภาคใต้และภาคอีสานก็ถูกประชาชนขับไล่ต่อต้าน ซึ่งไม่เคยปรากฏในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ดังนั้นรัฐบาลจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะตัวนายกฯ ที่ ณ วันนี้คือตัวปัญหาของประเทศจริงๆ รัฐบาลเหมือนกับปูนาขาเก และขาก็หักวันละขาสองขา สุดท้ายก็จะพบจุดจบไปไม่รอด ผมอยากจะให้สถานการณ์ทางการเมืองมีความชัดเจน นายกฯจะต้องออกมาแถลงข้อเท็จจริงกับประชาชนไม่ใช่หนีการตอบคำถามของสื่อ แต่ไปพูดในรายการ สนทนาประสาสมัคร แทน ซึ่งนายกฯอาจมีเหตุผลสองประการ คือ 1.ไม่กล้าเผชิญหน้ากับนักข่าว กลัวโดนซักถามความจริง ก็เลยต้องการพูดฝ่ายเดียวในรายการแทน 2. เป็นการเพิ่มเรตติ้งต์รายการของตัวเองเพื่อให้ประชาชนติดตามมากขึ้น นายเทพไท กล่าว
นายเทพไท กล่าวว่า ตนคิดว่าการประชุมพรรคพลังประชาชน เมื่อวันพฤหัสที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมานั้น มีสัญญาณอะไรบางอย่างที่น่ากลัว คือ ที่ประชุมหารือกันว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ไม่ว่ามีเหตการณ์อะไรเกิดขึ้นรัฐบาลก็จะไปโยนใส่รัฐธรรมนูญอยู่ตลอดเวลา ทำให้ตนนึกถึงโฆษณาแก๊สโซฮอลล์ อะไรผิดก็แก๊สโซฮอลล์ นี่ก็เหมือนกันอะไรผิดก็รัฐธรรมนูญปี 50 อย่างไรก็ตามได้มีส.ส.โยนหินถามทางขึ้นมาในที่ประชุมพรรคพลังประชาชนว่า จะมีการแก้รัฐธรรนูญปี 50 ตนอยากให้สังคมจับตามองว่า ขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรได้มีการตั้งกรรมาธิการการใช้รัฐธรรมนูญ แต่ตนเกรงว่ากรรมาธิการชุดนี้ยังไม่ได้ข้อสรุป แต่พรรคพลังประชาชนก็จะชิงแก้รัฐธรรมนูญขึ้นมาทันทีเพื่อหลีกหนีคดียุบพรรคของตัวเอง เพราะนายกฯพูดเหมือนเป็นการส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง ว่าอาจจะมีการแก้รธน.ก่อนที่กรรมาธิการศึกษารธน.จะได้ข้อยุติ
ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสมัครและคนในพรรคพลังประชาชนมักจะออกมาพูดบ่อยๆเรื่อง ไอ้โม่ง หรือคนที่อยู่เบื้องหลังสถานการณ์กดดันให้รัฐบาลออกไป ตนคิดว่าเมื่อนายกฯพูดอย่างนี้ตลอดเวลาทำให้สังคมสงสัย คลางแคลงใจ จึงอยากให้นายกฯแถลงให้ชัดเจนว่า คนที่อยู่เบื้องหลงทำร้ายรัฐบาล คือ ใครกันแน่ เพราะการพูดครึ่งๆกลางๆอย่างนี้ทำให้สังคมสงสัย ทำให้สถานการณ์การเมืองอึมครึมขึ้นไปอีก ทั้งที่ทุกฝ่ายต้องการข้อเท็จจริง ดังนั้นนายกฯต้องออกมาพูดกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาดีที่สุด
ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ทั้งนี้ได้ประเมินว่าหลังคดีต่าง ๆ พิจารณาเสร็จ นายกฯคงรองบปี 52 ผ่าน และอาจมีการจัดระเบียบอำนาจโยกย้ายทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองให้เสร็จภายในกันยายน หลังจากนั้นก็ยุบสภา
ชลิตส่งสัญญาณให้ รับผิดชอบ มติของคณะ..ต้องเป็นเรื่องทั้งคณะ
ต้องไปค้นหาว่ารัฐบาลเกี่ยวพันกับการที่อนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ เป็นเรื่องของการอนุมัติ และการมีมติหรือไม่ ซึ่งหากเป็นมติของคณะ ต้องเป็นเรื่องของทั้งคณะ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
