รสนา-สมชายเตรียมกล่าวโทษต่อป.ป.ช.จัดการรมต.ร่วมลงนามในแถลงการณ์พระวิหารจันทร์นี้ แจงเข้าชื่อ 2 คนหวั่นข้อหาหน้าที่ทับซ้อนอาจมีปัญหายกมือโหวตถอดถอนน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กรุงเทพฯ และนายสมชายย แสวงการย ส.ว.สรรหา ร่วมกันแถลงข่าวเตรียมยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ตามมาตรา 275 เพื่อดำเนินคดีกับรัฐมนตรีที่ลงนามในแถลงการณ์ร่วมการขึ้นทะเบียนรับรองประสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก
โดยน.ส.รสนากล่าวว่าย ย การที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยว่าแถลงการณ์ร่วมฯนั้นขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 190 เนื่องจากเป็นสนธิสัญญาที่ต้องผ่านการเห็นชอบของรัฐสภา เพราะฉะนั้นรัฐบาลโดยคณะรัฐมนตรีที่ได้ร่วมลงมติในแถลงการณ์ร่วมนั้นถือว่าได้เข้าข่ายกระทำความผิดต่อรัฐธรรมนูญด้วย จากการหารือของ ส.ว.ทั้ง 77 คนเห็นว่าจะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา 275 โดยจะยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินคดีกับรัฐมนตรีที่ได้กระทำและละเว้นการกระทำในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตามวุฒิสภาถือเป็นองคาพยพสุดท้ายในการดำเนินการถอดถอนคือเป็นองค์กรที่จะต้องลงมติในการถอดถอนแม้ว่าองค์กรไหนจะยื่นถอดถอนก็ตาม เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เป็นการทำงานทับซ้อนจึงมอบหมายให้ตัวแทนคือตน และนายสมชาย เพียง 2 คนไปดำเนินการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการต่อไป ซึ่งการเข้าชื่อของ ส.ว.ทั้ง 77 คน เพื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยถือว่าได้บรรลุภารกิจไปแล้ว
น.ส.รสนา กล่าวว่า ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ค.นี้ตนและนายสมชายจะเดินทางไปยื่นฟ้องป.ป.ช. โดยไปร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับรัฐมนตรีที่ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมว่าได้กระทำและละเว้นการกระทำหน้าที่ตามาตรา 157 เมื่อถามถึงการดำเนินการตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 119 ซึ่งมีโทษสูงสูงคือประหารชีวิต น.ส.รสนา กล่าวว่า เราดำเนินการในภาพกว้าง ๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว เพราะการดำเนินการในเรื่องนี้มีบุคคลหลายกลุ่มหลายองค์กรได้ดำเนินไปแล้ว ทั้งนี้ตนและนายสมชายคงต้องทำงานอย่างเนื่องโดยใช้กระบวนการตามรัฐธรรมนูญ โดยทั้ง 2 คนถือว่าตัวแทนของ ส.ว.จากการสรรหาและเลือกตั้ง
นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า การยื่น ต่อป.ป.ช.ตามมาตรา 275 ไม่จำเป็นจะต้องใช้ ส.ว.ลงชื่อจำนวนมากใช้เพียงคนเดียวหรือประชาชนก็สามารถทำได้ เราได้มีการหารือและตัดสินใจร่วมกันให้ทั้ง 2 คนถือเป็นเชิงสัญลักษณ์ไปร้องทุกข์กล่าวโทษแทน เพราะถือเป็นการทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ นอกจากนี้หาก ส.ว.ลงชื่อจำนวนมากเกรงว่าอาจะเกิดปัญหาในการลงมติถอดถอน โดยเฉพาะการกล่าวหาว่าทำหน้าที่ทับซ้อน ผู้สื่อข่าวถามว่าแสดงว่าส.ว.ทั้ง 2 คนที่ยื่นกล่าวโทษจะไม่ลงมติในขั้นตอนสุดท้าย นายคำนูณ กล่าวว่า ไม่เป็นการตัดสิทธิ์การยกมือถอดถอน เมื่อถึงเวลานั้นทั้ง 2 คนจะพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง โดยคำนึงถึงมารยาท
ชลิตส่งสัญญาณให้ รับผิดชอบ มติของคณะ..ต้องเป็นเรื่องทั้งคณะ
ต้องไปค้นหาว่ารัฐบาลเกี่ยวพันกับการที่อนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ เป็นเรื่องของการอนุมัติ และการมีมติหรือไม่ ซึ่งหากเป็นมติของคณะ ต้องเป็นเรื่องของทั้งคณะ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
