แพทยสภา ส่งกฤษฎีกาตีความเอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครองหมอมาลินีวิจารณ์พฤติการณ์นายกรัฐมนตรี หลัง หมอเลี้ยบ ทำหนังสือร้องเรียนผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคพลังประชาชนว่า เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม ที่ผ่านมา นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้ทำหนังสือถึงแพทยสภา เพื่อร้องเรียนพฤติการณ์ พญ.มาลินี สุขเวชชวรกิจ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ที่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจด้วยการวิเคราะห์เชิงวินิจฉัยโรคของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี แม้ว่าพญ.มาลินีจะมีสถานะเป็น ส.ส. การแสดงความคิดเห็นที่เป็นความเสียหายต่อบุคคลที่ไม่ได้เป็นคนไข้ของตนเองต่อหน้าธารกำนัล ในกลางที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จึงอยากให้แพทยสภาที่มีหน้าที่ดูแลพฤติกรรมแพทย์ในประเทศ ให้พิจารณาดำเนินการเรื่องนี้
นพ.อำนาจ กุสลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า ได้นำเรื่องร้องเรียนดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ซึ่งมีการพิจารณาอย่างกว้างขวางและมีมติให้ส่งเรื่องนี้ไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อตีความ โดยวินิจฉัยว่า การกระทำดังกล่าวได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครองตามรัฐธรรมนูญมาตรา 130 หรือไม่ เนื่องจากเป็นข้อกฎหมาย แต่หากตีความว่า ได้รับการคุ้มครองในการอภิปรายในสภาก็ถือว่าจบ แต่หากไม่ได้รับความคุ้มครอง แพทยสภาจะนำมาพิจารณาดำเนินการต่อไป ทั้งนี้จะส่งเรื่องไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาให้เร็วที่สุด เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต หากเกิดกรณีเช่นเดียวกันนี้ขึ้นอีก
เรื่องนี้คงต้องส่งให้กฤษฎีกาตีความ เพราะแม้ว่าแพทยสภาจะมีฝ่ายกฎหมาย แต่จะพิจารณาเฉพาะข้อบังคับเท่านั้น แต่เรื่องเอกสิทธิ์คุ้มครองเป็นเรื่องรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องส่งให้หน่วยงานที่มีความรู้เฉพาะทางในกฎหมายรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งกฤษฎีกาเป็นองค์กรกฎหมายของรัฐจะทำให้เกิดความชัดเจนมากกว่า และเป็นแนวทางปฏิบัติต่อไปได้ เลขาธิการแพทยสภากล่าวและว่า ส่วนข้อซักถามที่ว่า แพทยสภาจะกดดันในการพิจารณาเรื่องนี้หรือไม่ เพราะเป็นประเด็นทางการเมือง นพ.อำนาจกล่าวว่า คงไม่ เพราะพิจารณาไปตามข้อเท็จจริงทางกฎหมาย ซึ่งแพทยสภาเองต้องยึดหลักตามนั้น
ชลิตส่งสัญญาณให้ รับผิดชอบ มติของคณะ..ต้องเป็นเรื่องทั้งคณะ
ต้องไปค้นหาว่ารัฐบาลเกี่ยวพันกับการที่อนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ เป็นเรื่องของการอนุมัติ และการมีมติหรือไม่ ซึ่งหากเป็นมติของคณะ ต้องเป็นเรื่องของทั้งคณะ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
