(10ก.ค.) น.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม. หนึ่งใน ส.ว.ที่เข้าชื่อยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยการลงนามในแถลงการณ์ร่วมสนับสนุนให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรคสอง และล่าสุดตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นว่าการลงนามดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ขณะนี้ ส.ว.กำลังให้ฝ่ายกฎหมายศึกษาข้อกฎหมาย ว่าจะยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 275 เพื่อดำเนินการทางอาญากับ ครม.ทั้งคณะ ในกรณีที่กระทำผิดต่อตำแหน่ง ทั้งนี้ยังได้ดำเนินการขอมติครม.ในวันที่ 17 มิ.ย.เพื่อนำมาประกอบการยื่นให้ดำเนินการทางอาญานี้ด้วย โดยหากพบว่า มติครม.ดังกล่าวปรากฏว่ามีรัฐมนตรีรายใดลงนาม เราก็จะดำเนินทางอาญากับคนนั้น แต่ถ้าบุคคลได้ดำเนินการทักท้วงก็งดเว้นรู้สึกแปลกใจมากที่มติ ครม.วันที่ 17 มิ.ย.ไม่ปรากฏออกมาชัดเจนว่า ใครลงมติอย่างไร แต่อย่างไรก็ตามหากนายนพดล (ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ) ประกาศลาออกภายใน 1-2 วันนี้ ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ค. เราก็จะยังยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช.ให้ดำเนินการกับครม. เพราะถือว่าความผิดของรัฐมนตรีที่ได้ลงนามในแถลงการณ์โดยขัดกับรัฐธรรมนูญนั้นได้มีความผิดสำเร็จแล้ว ดังนั้นการลาออกจึงไม่ได้เกี่ยวกับการงดเว้นดำเนินคดีทางอาญา น.ส.รสนา กล่าว
ส.ว.กทม.ยังกล่าวเรียกร้องอีกว่า ภายหลังที่คณะกรรมการมรดกโลก ตัดสินให้กัมพูชาขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกแล้ว รัฐบาลควรยื่นเรื่องไปยังคณะกรรมการมรดกโลก เพื่อให้ยกเลิกแถลงการณ์ร่วมอย่างเป็นทางการ เพราะการที่นายนพดล เดินทางไปประชุมที่ควิเบก ประเทศแคนาดา ไม่ได้ยกเลิกแถลงการณ์ร่วม แต่ได้แจ้งให้คณะกรรมการฯ ทราบเพียงคำสั่งคุ้มครองของศาลปกครองเท่านั้น ซึ่งการแจ้งคำสั่งศาลดังกล่าวไม่มีผลผูกพันระหว่างประเทศ
ถ้าหากไม่ยกเลิกแถลงการณ์ร่วม ก็จะมีผลผูกพันกับประเทศไทยที่จะกระทบต่อเอกราชของไทย ซึ่งผู้ที่ให้เสียเอกราช จะมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 119 เนื่องจากในแถลงการณ์ร่วมนั้นกัมพูชาได้แนบท้ายแผนที่ฉบับฝรั่งเศสที่มาตราวัด 1 ต่อ 2 แสนหน่วย โดยหากกัมพูชายึดแผนที่ดังกล่าว จะส่งผลกระทบต่อตะเข็บชายแดนไทยอีกมาก ดังนั้นรัฐบาลควรรีบดำเนินการยกเลิกแถลงการณ์ร่วมอย่างเป็นทางการ แม้คำตัดสินของคณะกรรมการมรดกโลกจะมีผลบังคับใช้แล้วก็ตาม น.ส.รสนา กล่าว
ส่วนกรณีที่ทางการกัมพูชา จะดำเนินการทวงโบราณวัตถุจากไทย เพื่อนำไปเก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ปราสาทพระวิหารนั้น น.ส.รสนา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน ที่ต้องตรวจสอบตามหลักฐาน และต้องมีการพิสูจน์ทราบ เช่นเดียวกับที่ไทยทวงพระนารายณ์บรรทมศิลป์กลับคืนมา ซึ่งเราไม่รู้ว่ารัฐบาลไปตกลงอะไรกับกัมพูชาในเรื่องนี้หรือไม่
ชลิตส่งสัญญาณให้ รับผิดชอบ มติของคณะ..ต้องเป็นเรื่องทั้งคณะ
ต้องไปค้นหาว่ารัฐบาลเกี่ยวพันกับการที่อนุญาตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศดำเนินการเรื่องนี้หรือไม่ เป็นเรื่องของการอนุมัติ และการมีมติหรือไม่ ซึ่งหากเป็นมติของคณะ ต้องเป็นเรื่องของทั้งคณะ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
