คอลัมน์ ปิดไม่ลับในวันที่ 15 กรกฎาคม จะมีการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2551 ของพรรคประชาธิปัตย์ ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ กรุงเทพฯ วาระสำคัญคือการปรับโฉมหน้ากรรมการบริหารพรรคใหม่จากเดิม 49 คน ลดเหลือเพียง 19 คน ให้สอดคล้องกับกฎหมายพรรคการเมือง ซึ่งหลายพรรคการเมืองที่ได้ปรับลดยอดกรรมการบริหารพรรคลงให้เป็นไปตามเกณฑ์ของกฎหมายไปล่วงหน้าแล้ว
เรื่องของเรื่องคือไม่อยากให้เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอย หากพรรคถูกยุบแล้วกรรมการบริหารพรรคจะต้องถูกเว้นวรรคทางการเมือง 5 ปี เหมือนที่อดีตกรรมการบริหาร 111 คนพรรคไทยรักไทยที่ต้องหยุดงานการเมือง 5 ปี ไปพร้อมๆ กับคำสั่งยุบพรรค
ซึ่งข่าวแว่วว่า กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ รุ่นเดอะ หลายคนต่าง ขอบาย ประกาศถอนตัวไม่ขอรับตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค เพราะไม่อยากเสี่ยงใบแดง และดองเค็ม 5 ปี ในขณะที่บางคนก็ส่งทายาทเป็นตัวแทนชิงตำแหน่งกรรมการบริหาร
ปรับโฉมกรรมการบริหารพรรคทั้งที หลายคนเลยคิดเห็นคล้ายๆ กันว่าควรจะปรับโฉมของตำแหน่ง เลขาธิการพรรค ไปพร้อมๆ กันซะเลย ?
ภายใต้ข้อบังคับพรรคประชาธิปัตย์ ข้อที่ 22 กำหนดไว้ว่า ผู้เป็นหัวหน้าพรรค มีสิทธิเสนอชื่อเลขาธิการพรรค 2 คน เพื่อให้ที่ประชุมใหญ่เลือก 1 คน
สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคคนปัจจุบันอยู่ในโพยที่อยู่ในมือ หน.มาร์ค อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แล้ว แต่สำหรับคนที่ 2 ที่จะมาเป็นแคนดิเดตชิงกับ เทพเทือก ควรจะเป็นใครกำลังเฟ้นหาตัวอยู่
ล่าสุด สะพัดว่า หน.มาร์ค เตรียมจรดปากกาใส่ชื่อ บิ๊กจ้อน อลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นชิงเก้าอี้กับ เลขาฯเทพ
ถ้าที่ประชุมพรรคประชาธิปัตย์เลือก บิ๊กจ้อน แทน เทพเทือก ว่ากันว่า ภาพลักษณ์ของพรรคจะปรับโฉมอย่างแน่นอน
ในฐานะ อลงกรณ์ เป็นคนหนุ่มรุ่นใหม่ หัวก้าวหน้า เพื่อนร่วมพรรคได้เห็นฝีมือทำงานไม่ได้ด้อยหรือน้อยหน้า เทพเทือก พร้อมกันนี้ ยังมี ความต่าง ด้านบุคลิกของบุคคลทั้งสอง
จุดเด่นของผู้ท้าชิง ที่ บิ๊กจ้อน เปิดกว้าง ไม่แยกพวกหรือแบ่งภาค ว่ากันว่าอาจช่วยขยายฐานการเมืองของพรรคให้กว้าง
ซึ่งนั่นอาจเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ช่วยเพิ่มบารมี หน.มาร์ค ให้เข้มและแน่น เพื่อปูทางสู่ตำแหน่ง นายกฯ !!
หน้า 11
ข้อมูลจาก มติชน
