โดยเฉพาะ 2 ประเด็นใหญ่ที่แรงสุดๆย คือ การเสนอรูปแบบการได้มาของ ส.ส. จากการสรรหา 70 เปอร์เซ็นต์ เลือกตั้งจากประชาชน 30 เปอร์เซ็นต์และการเปิดพื้นที่ให้ทหารเข้ามามีบทบาทในทางการเมืองอย่างเป็นทางการ
พิภพ ธงไชย หนึ่งในห้าแกนนำพันธมิตร ที่มาจากฐานองค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ อดีตนักเคลื่อนไหวทางการเมืองคนสำคัญของสังคมไทย แจกแจงประเด็นร้อนเหล่านี้อย่างเห็นภาพ
ข้อเสนอลดจำนวน ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งเหลือเพียง 30 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ถูกมองว่าไม่เป็นประชาธิปไตย ?
การเลือกตั้งโดยตรงแบบปัจจุบันไม่สามารถได้ตัวแทนจากกลุ่มอาชีพต่างๆ ได้ ผมว่าตกผลึกแล้วคิดว่ามันล้มเหลว ถ้าเป็นในต่างประเทศที่พัฒนาประชาธิปไตย ที่การเลือกตั้งเขาได้ผลเพราะเขายอมให้มีพรรคการเมืองที่หลากหลาย มีพรรคสังคมนิยม พรรคเสรีนิยม พรรคกรีน ของเราที่มีปัญหาคือไม่มีพรรคเหล่านี้ ไม่มีพรรคฝ่ายซ้าย พรรคการเมืองบ้านเราจึงเต็มไปด้วยพรรคอนุรักษนิยม
ถ้าอย่างนั้นการเมืองใหม่ควรจะแก้ให้มีพรรคที่หลากหลายขึ้นจะดีกว่าหรือไม่ ?
ดูเหมือนว่าง่ายกว่า แต่ข้อเท็จจริงคือการตั้งพรรคการเมืองในระบบทุนนิยมใช้เงินสูงมาก ถ้าระบบการเลือกตั้งยังเป็นแบบนี้ ถามว่าจะต้องใช้เท่าไรในการเลือกตั้ง ต่ำสุดต้อง 5 ล้านบาท สุดท้ายก็ต้องผูกพันกับกลุ่มทุน แต่ถ้าเลือกมาจากกลุ่มอาชีพก็ไม่เกี่ยว ไม่ต้องผูกพันกับกลุ่มทุน ให้ตัวแทนวิชาชีพเลือกกันขึ้นมา
ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้พันธมิตรเสนอให้เปลี่ยนระบบการเลือกตั้งคือการซื้อสิทธิขายเสียงของชาวบ้าน ?
ถูกต้อง การทุจริตการเลือกตั้ง ซื้อเสียง ขายเสียง ระบบการเมืองแบบทุนนิยมมันต้องใช้เงิน อย่างสหรัฐก็ต้องใช้ แต่สหรัฐพัฒนาจนกระทั่งประชาชนบริจาคให้ อย่างโอบามา หรือฮิลลารี คลินตัน คนบริจาคเยอะเลยในการเลือกตั้ง
ทำไมเราไม่พัฒนาประสิทธิภาพในการโหวตของประชาชนให้มีคุณภาพ แทนที่จะลดสัดส่วนการเลือกตั้ง ?
เพราะระบบการศึกษาของเราไม่สามารถปฏิรูปได้ เราทำไม่ได้เลยในระบบการศึกษาแบบนี้ และมันไม่ทันกับความเสียหายของประเทศ จริงๆ แล้วผมเป็นนักพัฒนาการทางการเมือง เชื่อหลักวิวัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เราดูตอนนี้แล้วมันไม่ทันแล้ว ถ้ากลุ่มทุนแบบทักษิณเข้ามาครองเมืองอีก 2-3 สมัย ถามว่าอะไรจะเกิดขึ้น
พันธมิตรใจร้อนไปหรือไม่ ที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกฝ่ามือ ?
เราเห็นว่าความเสียหายของบ้านเมืองอยู่ในระดับที่น่ากลัว ถ้าเลือกตั้งแบบเดิมพรรคพลังประชาชน ก็จะได้ไปตลอด คราวหน้าก็ได้ จะเป็นพรรคเดียว ประชาชนก็ไม่รู้ วันนี้เราต้องเอาของจริงมาพูดกัน
ดูเหมือนพันธมิตรจะพาประเทศไปสู่สังคมนิยม ?
ถ้าสังคมนิยม แปลว่าทำเพื่อสังคมนะ แต่ทุนนิยมจะทำเพื่อปัจเจกเยอะ ดังนั้นเราต้องเอาสองส่วนนี้มาผสมกัน
กรณีที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ออกมาเปิดประเด็นว่าต้องการให้ทหารเข้ามามีบทบาทในทางการเมืองมากขึ้น ตรงนี้แนวคิดเป็นอย่างไร ?
โจทย์ของการเมืองใหม่คือทำอย่างไรให้ทหารมีบทบาทในการเมืองโดยไม่ต้องทำรัฐประหาร ถ้ามีทุจริตคอรัปชั่นทหารจะร่วมแก้อย่างไร ที่ผ่านมาการคอรัปชั่นเป็นข้ออ้างของการทำรัฐประหารมาตลอด และปัญหาคือฝ่ายการเมืองเองก็ไม่สามารถแก้ได้ด้วย ก็เลยตั้งประเด็นว่าทำอย่างไรถึงจะให้ทหารเข้ามาตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น สิ่งที่ต้องคิดต่อคือเราจะยอมให้บทบาทของทหารหรือข้าราชการประจำอยู่ในส่วนไหนของการเมืองในระบบประชาธิปไตย อาจจะให้มีที่นั่งในสภาแต่จะมาจากการเลือกกันเองหรือให้ประชาชนเลือกก็ต้องค่อยๆ ว่ากันไป
เหมือนพันธมิตรทอดสะพานให้ทหารเข้าสู่การเมือง ?
ถ้ายุ่งการเมืองแบบเก่าไม่ควร เช่นพรวดพราดก็มาทำรัฐประหาร วันนี้ก็ต้องยอมรับว่าทหารยังมีศักยภาพที่จะทำรัฐประหารได้ หลักการคือต้องมีพื้นที่ให้ทุกภาคส่วน ทหารก็มีจำนวนคนเป็นแสนจะไม่ให้มีพื้นที่เลยหรือ แต่ก่อนทหารเวลาจะแสดงท่าทีทางการเมืองก็ต้องฉีกรัฐธรรมนูญเลย เราจะป้องกันไม่ให้ทหารฉีกรัฐธรรมนูญแต่สามารถมีท่าทีทางการเมืองที่ถูกต้องตามระบบได้อย่างไร
แต่ทิศทางการพัฒนาประชาธิปไตย ต้องไม่ให้ทหารมายุ่งกับการเมืองเหมือนหลายประเทศ ?
ถูกต้อง ประเทศที่พัฒนาประชาธิปไตยสูงสุด ทหารต้องไม่เกี่ยวกับการเมืองเลย แต่ความเป็นจริงของประเทศด้อยพัฒนาอย่างเรา ต้องคิดว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ทหารล้มรัฐธรรมนูญ ให้เขาเข้ามาอยู่ในกระบวนการ ไม่ต้องไปทำอะไรนอกรีต เรียกว่าเป็นการจัดความสัมพันธ์ของพลังต่างๆ ในสังคม ในอดีตเราก็เคยทำ คือเราเอาทหารไปยัดไว้ในวุฒิสภาระบบแต่งตั้ง
นั่นเลยทำให้มองว่าพันธมิตรกำลังคิดแบบถอยหลัง ?
เราไม่ได้ถอยหรอก เรากำลังเดินหน้าไป การพยายามจัดทหารให้มีบทบาทโดยไม่ต้องทำรัฐประหาร อย่างนี้ไม่เรียกว่าก้าวหน้าหรือ แต่เราให้เขามีบทบาทที่จำกัดที่เหมาะที่สม เราพูดกันตรงๆ ว่าวันนี้ทหารมีบทบาทน้อยลง การรบกับต่างประเทศไม่มี แต่เรามีกองทหารมหึมา เราลงทุนการศึกษาให้โรงเรียนนายร้อย โรงเรียนเสนาธิการทหารจำนวนมาก แต่ไม่ให้เขามามีส่วนร่วมในการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศเลย ถามว่าทำไมไม่ให้เขา อย่างนี้ผมไม่คิดว่าถอยหลังนะ เราพยายามจัดโครงสร้างให้เหมาะกับประเทศด้อยพัฒนาแบบเรา
แต่การให้เขาเข้าไปนั่งในสภาก็เป็นการเพิ่มอำนาจใหม่ให้ทหาร ?
นี่เราลดอำนาจ ลดบทบาทอยู่นะ ลดไม่ให้ทำรัฐประหาร ความจริงเขาทำรัฐประหารได้ แต่เราลดพลังการทำรัฐประหารลง ลองคิดกลับกันดูสิ แต่เรื่องนี้ทหารอาจจะไม่เอาก็ได้ หรือในที่สุดสังคมไม่เอาก็ได้ และแกนนำเองก็ยังไม่ได้มีข้อสรุปอะไรที่ชัดเจน
เสถียรย วิริยะพรรณพงศา
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
