(9ก.ค.) นายกล้าณรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงขั้นตอน การพิจารณาไต่สวนถอดถอน ครม.รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ตามที่ประธาน ส.ว.เตรียมยื่นคำร้องให้ถอดถอน ตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ ว่า หลังจากที่ประธานวุฒิสภา ตรวจสอบคำร้อง และรายชื่อ ส.ส.ที่เข้าชื่อเรียบร้อยแล้ว จะส่งคำร้องมาให้ป.ป.ช.พิจารณาถอดถอน ซึ่ง ป.ป.ช.อาจจะตั้งคณะอนุกรรมการ หรือใช้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ทั้งชุดมาไต่สวนจากนั้นจะทำหนังสือแจ้งให้ผู้ถูกร้องทั้งหมดทราบถึงเรื่องที่ถูกถอดถอน เพื่อให้มาชี้แจงในเบื้องต้น หากผลการไต่สวนของ ป.ป.ช.เห็นว่า คดีมีมูลก็จะแจ้งข้อกล่าวหา เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหามาชี้แจงข้อกล่าวหา ถ้าไม่สามารถแก้ข้อกล่าวหาได้และป.ป.ช.ลงมติด้วยเสียงข้างมากแล้วเห็นว่า มีความผิดจริง รัฐมนตรีก็ต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ทันที จากนั้นป.ป.ช.จะส่งเรื่องไปยังส.ว.เพื่อลงมติถอดถอนออกจากตำแหน่งต่อไป อย่างไรก็ตามขณะนี้ป.ป.ช.ยังไม่ได้รับการประสานจากประธานส.ว.ว่าจะส่งคำร้องถอดถอนมาให้เมื่อใด และยังไม่สามารถบอกได้ว่า จะใช้เวลาไต่สวนคำร้องนานเท่าใด เพราะไม่ทราบว่าจะถอดถอนเฉพาะรัฐมนตรีคนเดียวหรือครม.ทั้งคณะ แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามว่า ส.ว.ระบุว่า ป.ป.ช.มีอำนาจหยิบยกเรื่องการเอาผิดครม.ในกรณีนี้ได้เอง ตามมาตรา 66 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 นายกล้านรงค์ กล่าวว่า ป.ป.ช.ไม่สามารถหยิบเรื่องมาพิจารณาเองได้ เพราะกรณีตามมาตรา 66 ของกฎหมาย ป.ป.ช.เป็นการทำความผิดทางอาญา ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในการปฏิบัติหน้าที่ ขณะที่การยื่นถอดถอนเป็นการดำเนินการตามมาตรา 270 ที่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ การร่ำรวยผิดปกติ และการใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ
สถานการณ์แนวชายแดนหลังขึ้นพระวิหารมรดกโลก
สำรวจสถานการณ์ตามด่าน ตม.แนวชายแดนไทย-กัมพูชา การค้าขาย นำเข้า-ส่งออก และแรงงานข้ามชาติยังเป็นปกติ ทว่าคนขแมร์ส่วนใหญ่ปฏิเสธไม่ได้ว่า กลัวไทยปิดด่าน ซึ่งย่อมส่งผลกระทบถึงพวกเขาอย่างเลี่ยงไม่พ้น !
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
