นายพิงค์ รุ่งสมัย ประธานกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร (กกต.กทม.) เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ที่ผ่านมา มีมติกำหนดค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแต่ละคน จากเดิมเมื่อปี 2547 ไม่เกินคนละ 37 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเป็นคนละไม่เกิน 39 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งและหน่วยเลือกตั้งในเขตกรุงเทพมหานครเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับราคาสินค้าในปัจจุบันมีราคาสูงขึ้นทั้งนี้ จะนับรวมตั้งแต่ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นภายใน 60 วัน ก่อนครบวาระการดำรงตำแหน่ง หรือวันที่ 29 มิถุนายน 2551 เป็นต้นไป จนถึงวันเลือกตั้ง อาทิ ค่าใช้จ่ายในการสมัครรับเลือกตั้ง ค่าจ้างแรงงานทุกประเภท ค่าเช่าและค่าตกแต่งสถานที่ ค่าเช่ายานพาหนะ ค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าจัดซื้อหรือเช่าวัสดุและอุปกรณ์สำหรับใช้ในการหาเสียงเลือกตั้ง ค่าโฆษณาในสื่อต่างๆ ค่าจัดทำป้าย เอกสาร สิ่งพิมพ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการโฆษณาหาเสียง ค่าสาธารณูปโภค และค่าไปรษณียากร ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการหาเสียงเลือกตั้งที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย หรือไม่เป็นเหตุให้การเลือกตั้งไม่สุจริต
สำหรับกำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนใหม่ ประกาศออกมาแล้ว โดยนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ย และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะต้องจัดให้มีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน นับจากวันที่ครบวาระ โดย กทม.ได้เสนอ กกต.ให้กำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 5 ตุลาคมนี้ และทำหนังสือถึง กกต.เพื่อขอความชัดเจน ทั้งแนวทางการปฏิบัติก่อนและหลังการสมัครผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และข้าราชการ เพื่อความถูกต้องและโปร่งใส
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
