ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำสั่งยืนแจกใบแดงแก่ ยงยุทธ ตัดสิทธิ์เลือกตั้ง 5 ปี และให้มีการเลือกตั้งส.ส.เชียงรายใหม่แทนน้องสาว กกต.เตรียมตั้ง กก.สอบยุบพรรค ไม่หวั่นถูกเช็กบิลบอกหากมียุบสภาจริง พร้อมจัดเลือกตั้งนายยงยุทธ ติยะไพรัช
ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน
นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวถึงกรณีที่ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เตรียมจะพิจารณากรณีใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ตามที่ กกต.เสนอ ว่า กกต.ไม่เป็นห่วงเรื่องการพิจารณาของศาล หากศาลฎีกาพิจารณาเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธ นายทะเบียนพรรคการเมือง ก็ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานสรุปสำนวนส่งต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องยุบพรรคการเมืองต่อไป โดยมีอัยการสูงสุดพิจารณาชั้นหนึ่งก่อน หาก อสส.เห็นว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอ ก็จะต้องกลับมาตั้งคณะกรรมการร่วม ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวมีลักษณะเหมือนกับกรณียุบพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตยก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตามหากนายทะเบียนพรรคการเมือง เห็นว่ามีหลักฐานไม่เพียงพอก็ถือว่าจบ
เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่ หากผลการพิจารณาของศาลฎีกา เห็นว่านายยงยุทธไม่มีความผิด กกต.ในฐานะที่เป็นผู้ส่งสำนวนร้องต่อศาล อาจจะถูกเช็คบิลตามที่หลายฝ่ายแสดงความเห็น นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ห่วงหรอก เราทำหน้าที่ของเรา เรารู้ว่าหน้าที่ของเราแค่ไหน ในเมื่อหน้าที่ของเราคือวินิจฉัยจบไปแล้ว ก็คือจบ ถ้าสมมติว่ายกฟ้องก็จบ หรือศาลจะให้ใบแดงก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง ถ้าทุกคนรู้จักหน้าที่ และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เราก็ต้องเคารพในคำวินิจฉัยของศาล อีกทั้งไม่ว่าผลการวินิจฉัยจะออกมาเหมือนหรือไม่เหมือนกับที่กกต.เสนอ ก็ไม่ถือว่าขัดกันหรือส่งผลใดๆ ต่อภาพลักษณ์ของกกต.
ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า กรรมการบริหารพรรคของพรรคฝ่ายรัฐบาลหลายพรรค ถูกสั่งเพิกถอนสิทธิ ซึ่งจะต้องถูกพิจารณายุบพรรคไปด้วย นายสมชัย กล่าวว่า ตนไม่ต้องไปเป็นห่วงเขา ตนกังวลเรื่องบ้านเมือง อยากให้บ้านเมืองนี้เดินไปได้ เพราะเราเสียโอกาสมาเป็นปีแล้ว ส่วนพรรคการเมืองจะถูกยุบหรือไม่ ก็จะเป็นไปตามครรลองของประชาธิปไตย และเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกติกาของบ้านเมือง ไม่ใช่หน้าที่ของกกต. และตนก็ไม่ห่วงใยว่าพรรคไหนจะขึ้นหรือลง หรือจะเข้ามาบริหารประเทศ เพียงแต่อยากให้พรรคนั้นสามารถนำพาประเทศให้เจริญไปได้ ประชาชนอยู่ดีมีสุขมากกว่า
เมื่อถามถึงความพร้อมของ กกต. เนื่องจากมีกระแสข่าวว่า รัฐบาลอาจจะเลือกยุบสภา หากมีวิกฤตด้านต่างๆ รุมเร้า นายสมชัย กล่าวว่า ไม่ห่วงรัฐบาลว่าจะยุบสภาหรือไม่ แต่หากยุบสภาจริง กกต.เราก็มีความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งใหม่ เพราะ กกต.เป็นมืออาชีพอยู่แล้ว ขอให้มีงบประมาณ และอุปกรณ์ครบ ไม่มีปัญหาอะไรแน่ๆ
ยงยุทธ-ละออง ส่งทนายฟังคำสั่งศาล
เมื่อเวลา 14.40 น. นายสาคร ศิริชัย ทนายความนายยงยุทธ พร้อมด้วยนายสนั่น วาริทสวัสดิ์ ผู้รับมอบอำนาจจากนายยงยุทธ ตินยะไพรัช และ น.ส.ละออง ติยะไพรัช เดินทางมาฟังคำสั่งคดีใบแดง โดยนายสาครกล่าวว่า การที่นายยงยุทธ และ น.ส.ละออง ไม่มาฟังคำสั่งเอง เนื่องจากเหตุผลส่วนตัวที่ใช้เวลารวบรวมจิตใจ อีกทั้งคดีนี้เป็นคดีแพ่ง ซึ่งทั้งสองไม่จำเป็นจะต้องเดินทางมาฟังคำสั่งด้วยตัวเองก็ได้ อย่างไรก็ดีไม่ว่าคำสั่งจะออกมามีผลในทางบวก หรือ ลบ ทั้งสองก็พร้อมจะยอมรับ ส่วนที่พรรคพลังประชาชนวันนี้เตรียมจะแถลงข่าวทันทีที่รับทราบผลคำพิพากษา โดยเตรียมแถลงข่าวในเวลา 17.00 น.
เมื่อถามหากศาลสั่งตัดสิทธิการเมืองนายยงยุทธจริงนายสาคร กล่าวว่า เท่าที่ได้พูดคุยกับนายยงยุทธ คิดว่าคงทำให้หมดอนาคตทางการเมืองและต้องเลิกเล่นการเมืองโดยปริยาย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าขณะเดียวกัน มีกลุ่มกำนัน อ.แม่จัน จ.เชียงราย ซึ่งเป็นพยานคดีนี้ของฝ่ายนายยงยุทธ นำโดยนายพัฒน์ ก้างออนตา กำนัน ต.จอมสวรรค์ อ.แม่จัน รองประธานชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่จัน เดินทางมาที่ศาลฎีกา ทั้งนี้จากการพูดคุยกลุ่มกำนัน ระบุว่า เดินทางมาเองเพื่อจะให้กำลังใจนายยงยุทธ อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาหลังจากที่นายชัยวัฒน์ ฉางข้าวคำ กำนัน ต.จันจว้า มาเบิกความเป็นพยานฝ่าย กกต. กลุ่มกำนันในพื้นที่ก็ยังทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี ไม่ได้โกรธเคืองอะไรกัน ซึ่งการทำงานของกำนัน ก็แบ่งพื้นที่กันเป็นตำบลอยู่แล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างที่รอศาลออกนั่งบัลลังค์อ่านคำสั่งในเวลา 16.00 น. มีกองทัพผู้สื่อข่าวมารอฟังคำสั่งร่วมร้อยคน โดยมีกลุ่มนธมิตรฯ ประมาณ 50 คน เดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ด้วย และฝ่าย กกต.ได้มอบอำนาจให้ผู้แทนมาฟังคำสั่ง ขณะที่ศาลจะอนุญาตให้ผู้เข้าร่วมฟังการอ่านคำสั่งในห้องพิจารณาคดีเพียง 80 คนเท่านั้น โดยศาลเตรียมติดลำโพงถ่ายทอดเครื่องการอ่านคำสั่งไว้ที่นอกห้องพิจารณาคดี
จนกระทั้งเวลา17.00 น.ผู้พิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ได้ออกนั่งบัลลังค์อ่านคำสั่งคดีใบแดงของนายยงยุทธกรณีทุจริตการเลือกตั้ง ซึ่งมีความยาว 7 หน้า โดยเห็นว่ามติกกต.แจกใบแดงชอบแล้ว คำค้านฟังไม่ขึ้นหลายประเด็นอาทิ
เฉพาะประเด็นที่นายยงยุทธโต้แย้งว่า มีการจัดฉากปรุงแต่งหลักฐาน และ กกต.เร่งพิเคราะห์คดีอย่างผิดปกติ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่เที่ยงธรรม ศาลพิเคราะห์ว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่โดยเที่ยงธรรม ส่วนการที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคชาติไทย ถอนคำร้องภายหลัง ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติหรือจำกัดสิทธิ์
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง การที่ กกต.งดออกเสียง 1 เสียง ไม่ทำให้มติ กกต.ขัดกฎหมาย เพราะถือเป็นเสียงข้างมาก กกต.สามารถทำหน้าที่ต่อได้ ศาลจึงมีคำพิพากษาให้ใบแดงนายยงยุทธ เพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลา 5 ปี และให้มีการเลือกตั้งส.ส.เชียงรายใหม่แทนน้องสาวนายยงยุทธ
ข้อมูลจาก คม ชัด ลึก
